"Vulnerable” แปลว่า

คำว่า “Vulnerable” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การอ่อนแอ เปราะบาง หรืออยู่ในสภาวะที่อาจถูกทำร้ายได้ง่าย ทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือทางระบบต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งระบบที่ไม่มีเกราะป้องกันที่แข็งแรงพอ และมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายหรือผลกระทบด้านลบได้ง่าย ตัวอย่างเช่น เด็กเล็กๆ อาจจะเปราะบางต่อการเจ็บป่วย หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกันที่ดี ก็อาจจะ “vulnerable” ต่อการถูกแฮกได้

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Vulnerable” สื่อถึงสภาวะที่ไม่แข็งแรงพอที่จะต้านทานต่อสิ่งเร้าหรืออันตรายภายนอกได้ ทำให้ง่ายต่อการถูกโจมตี บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบในทางลบ ไม่ว่าจะเป็นในด้านร่างกายที่อาจบาดเจ็บง่าย ด้านจิตใจที่อาจอ่อนไหวต่อคำพูดหรือสถานการณ์ หรือแม้กระทั่งในเชิงระบบ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกันที่ดี ก็ถือว่า “vulnerable” ต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์

ตัวอย่างการใช้งาน

เด็กทารกยังคงเปราะบาง (vulnerable) ต่อเชื้อโรคต่างๆ

ผู้สูงอายุบางท่านอาจเปราะบาง (vulnerable) ต่อการพลัดตกหกล้ม

ระบบเครือข่ายที่ไม่มีการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย ถือว่าเปราะบาง (vulnerable) ต่อการถูกโจมตี

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Vulnerable” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันภัย การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงกลุ่มคนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

“Vulnerable” หมายถึงอะไร?

คำว่า “Vulnerable” หมายถึง การอ่อนแอ เปราะบาง หรืออยู่ในสภาวะที่อาจถูกทำร้ายหรือได้รับผลกระทบได้ง่าย

เราใช้คำว่า “Vulnerable” ในสถานการณ์ใดบ้าง?

เราใช้คำว่า “Vulnerable” เมื่อต้องการอธิบายถึงบุคคล กลุ่มคน หรือระบบ ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตราย บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบเชิงลบ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกันที่ดี

Similar Posts

  • "Frighten” แปลว่า

    คำว่า “Frighten” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า ทำให้ตกใจ ทำให้กลัว หรือทำให้หวาดกลัว เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หวาดหวั่น หรือตกใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Frighten” เมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกกลัว เช่น เสียงดังที่ดังขึ้นมาโดยไม่คาดคิด สัตว์ที่น่ากลัว หรือเหตุการณ์ที่น่าตกใจ อาจใช้เพื่ออธิบายปฏิกิริยาของคนอื่นต่อสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความกลัว หรือใช้เพื่อเตือนให้ระวังสิ่งที่จะทำให้ตกใจได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Frighten” หมายถึง การทำให้ใครบางคนรู้สึกกลัวหรือตกใจอย่างกะทันหัน สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องที่น่าหวาดกลัวจริงๆ ตัวอย่างการใช้งาน “The loud thunder frightened the dog.” (เสียงฟ้าร้องที่ดังทำให้สุนัขตกใจ) “Don’t try to frighten me with ghost stories!” (อย่าพยายามทำให้ฉันกลัวด้วยเรื่องผีนะ!) “The sudden appearance of the snake frightened the hikers.” (การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของงูทำให้เหล่านักปีนเขาตกใจ) บริบทและการใช้ทั่วไป…

  • "Company” แปลว่า

    คำว่า “Company” ในภาษาไทยหมายถึงบริษัท ซึ่งเป็นองค์กรหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจ แสวงหาผลกำไร หรือให้บริการบางอย่าง โดยทั่วไปแล้ว บริษัทจะมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ชัดเจน มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และมักจะมีผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของเป็นผู้ลงทุน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Company” หรือ “บริษัท” เพื่ออ้างถึงสถานที่ทำงานของเรา หรือเมื่อพูดถึงธุรกิจต่างๆ ที่เราคุ้นเคย เช่น “ฉันทำงานอยู่ที่ Company หนึ่งในย่านอโศก” หรือ “Company นี้กำลังขยายกิจการอย่างรวดเร็ว” เราอาจได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจ การลงทุน หรือเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ ความหมายและการใช้งาน “Company” หมายถึง องค์กรธุรกิจที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น การผลิต การจำหน่าย การให้บริการ หรือการลงทุน การจัดตั้ง Company มักจะเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนตามกฎหมาย การมีโครงสร้างการบริหารงาน และการมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และผลกำไร ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ผมเพิ่งได้งานใหม่ที่Company ด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง” (I just got a new job at…

  • "Spread” แปลว่า

    คำว่า “Spread” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยคือ “การแพร่กระจาย” หรือ “การกระจายออกไป” นอกเหนือจากนี้ยังสามารถหมายถึง “การทา” หรือ “การป้าย” สิ่งใดสิ่งหนึ่งลงบนพื้นผิวได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Spread” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงข่าวสารที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต หรือเวลาที่เราทาแยมหรือเนยปัง หรือแม้กระทั่งเวลาที่พูดถึงการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ก็สามารถใช้คำว่า “Spread” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Spread” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นนาม (noun) และกริยา (verb) นาม (Noun): หมายถึง การแพร่กระจาย, การกระจายออก, ความกว้าง, อาณาเขต หรืออาหารที่ใช้ทาบนขนมปัง เช่น แยม เนยถั่ว กริยา (Verb): หมายถึง แพร่กระจาย, แผ่ขยาย, ทา, ป้าย, จัดวาง ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตัวอย่างเหล่านี้: ข่าวสารแพร่กระจาย: “The news of…

  • "Hazard” แปลว่า

    คำว่า “Hazard” ในภาษาไทยมีความหมายว่า อันตราย, สิ่งที่เป็นภัย, หรือสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีความเสี่ยงหรืออาจนำไปสู่ความเสียหาย การบาดเจ็บ หรือผลกระทบในเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นต่อบุคคล ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Hazard” ในบริบทต่างๆ เช่น การแจ้งเตือนถึงอันตรายในสถานที่ทำงาน ป้ายเตือนตามท้องถนน หรือแม้กระทั่งในการพูดคุยเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ เช่น “ระวัง Hazard ทางเคมี” หรือ “อันตรายจาก Hazard ทางไฟฟ้า” การเข้าใจความหมายของคำนี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงและสามารถป้องกันตัวเองหรือผู้อื่นจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ความหมายและการใช้งาน “Hazard” หมายถึง สภาพการณ์หรือสิ่งที่เป็นต้นเหตุของอันตราย ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ ความเสียหาย หรือผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ การใช้งานมักจะเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงและการจัดการเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอันตรายนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในโรงงานอุตสาหกรรม อาจมีการระบุ “Hazard” ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรที่ทำงานด้วยความเร็วสูง หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ในการก่อสร้าง อาจมี “Hazard” จากการทำงานบนที่สูง หรือวัสดุที่อาจหล่นลงมา บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Hazard” มักพบในบริบทที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย สุขภาพ และอาชีวอนามัย…

  • "Soothes” แปลว่า

    คำว่า “Soothes” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ปลอบโยน”, “ทำให้สงบ”, “บรรเทา” หรือ “ทำให้ผ่อนคลาย” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อต้องการอธิบายการกระทำที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ความกังวล ความเจ็บปวด หรือความตึงเครียดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในบริบทที่เกี่ยวกับการดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการคันหรือผิวแห้ง การฟังเพลงที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือแม้แต่การพูดคุยปลอบใจเพื่อนที่กำลังมีปัญหา การใช้คำว่า “soothes” จะสื่อถึงการทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น อ่อนโยนลง และรู้สึกสบายใจมากขึ้นครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Soothes” มาจากคำกริยา “soothe” ที่แปลว่า การทำให้สงบ การปลอบประโลม หรือการบรรเทา เมื่อเติม -s เข้าไป จะหมายถึงการกระทำในรูปเอกพจน์บุรุษที่สาม (he/she/it soothes) หรือเป็นการใช้ในรูปปัจจุบันกาลทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราอาจจะเห็นคำอธิบายว่า “This cream soothes irritated skin.” ซึ่งหมายถึง “ครีมนี้ช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคือง” หรือในกรณีของการดูแลทางอารมณ์ เช่น…

  • "See” แปลว่า

    คำว่า “See” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “เห็น” หรือ “มองเห็น” เป็นกริยาที่ใช้ในการอธิบายการรับรู้ด้วยสายตา เป็นการรับภาพหรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “See” บ่อยมากครับ เช่น เวลาเราเจอเพื่อนแล้วทักทายว่า “See you later!” ก็หมายถึง “แล้วเจอกันนะ” หรือเวลาเราถามใครว่า “Did you see that?” ก็คือ “คุณเห็นสิ่งนั้นไหม” มันเป็นคำที่ใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การมองเห็นสิ่งของทั่วไป ไปจนถึงการเข้าใจหรือรับรู้บางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน “See” หมายถึง การใช้สายตาเพื่อรับรู้สิ่งต่างๆ หรือการสังเกตการณ์ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง การทำความเข้าใจ การตระหนัก หรือการได้พบเจอใครบางคน ตัวอย่างการใช้งาน I can see the mountains from my window. (ฉันมองเห็นภูเขาจากหน้าต่างของฉัน) Have you seen my keys?…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *