"Retained” แปลว่า

คำว่า “Retained” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การเก็บรักษาไว้, การสงวนไว้, หรือการคงสภาพเดิมไว้ ไม่ให้สูญเสียหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในบริบทต่างๆ ความหมายอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่แก่นหลักคือการรักษาบางสิ่งบางอย่างให้อยู่ในสถานะเดิม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Retained” ในหลายสถานการณ์ เช่น บริษัทอาจจะต้องการ “Retained” ลูกค้าเก่าไว้ หรือข้อมูลบางอย่างอาจจะถูก “Retained” ไว้เพื่อการอ้างอิงในอนาคต หรือแม้กระทั่งในทางการแพทย์ หมายถึงการรักษาบางอย่างไว้ในร่างกาย เช่น การ “Retained” น้ำ หรือสารอาหารบางชนิด เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

“Retained” แปลว่า การเก็บรักษา, การสงวนไว้, การคงไว้, การยึดไว้

ตัวอย่าง

  • Retained Earnings: กำไรสะสมของบริษัทที่ยังไม่ได้จ่ายออกไปในรูปของเงินปันผล
  • Customer Retention: กลยุทธ์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้
  • Information Retained: ข้อมูลที่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อใช้อ้างอิง

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Retained” มักพบในบริบททางธุรกิจ การเงิน การตลาด และเทคโนโลยี เพื่อสื่อถึงการรักษาไว้ซึ่งสิ่งสำคัญต่างๆ เช่น ลูกค้า ข้อมูล หรือผลกำไร

“Retained” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Retained” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การเก็บรักษาไว้, การสงวนไว้, หรือการคงสภาพเดิมไว้

มีตัวอย่างการใช้ “Retained” ในชีวิตประจำวันหรือไม่?

มีครับ เช่น บริษัทที่พยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ไม่ให้หายไปไหน ก็จะใช้คำว่า “Customer Retention” หรือข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้อ้างอิง ก็คือ “Information Retained”

“Retained Earnings” คืออะไร?

“Retained Earnings” คือ กำไรสะสมของบริษัท ที่ไม่ได้ถูกแบ่งจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น แต่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อนำไปลงทุนต่อหรือใช้ในกิจการ

Similar Posts

  • "Gain” แปลว่า

    คำว่า “Gain” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การได้รับ การได้มา หรือการเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ในบริบทต่างๆ ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Gain” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น การพูดถึงการ “Gain Weight” ที่หมายถึงการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือการ “Gain Experience” ซึ่งแปลว่าการได้รับประสบการณ์ หรือแม้แต่ในการลงทุนที่อาจมีการ “Gain Profit” หรือได้กำไรจากการลงทุนนั้นๆ เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Gain” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับคำนามหรือกริยาที่ตามมา: **การได้รับ/การได้มา:** เช่น Gain knowledge (ได้รับความรู้), Gain access (ได้เข้าถึง) **การเพิ่มขึ้น:** เช่น Gain speed (ความเร็วเพิ่มขึ้น), Gain market share (ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น) **กำไร:** ในบริบทของการเงินหรือธุรกิจ มักหมายถึงกำไรที่ได้จากการลงทุนหรือการขาย ตัวอย่างการใช้งาน “He…

  • "Wrapped” แปลว่า

    คำว่า “Wrapped” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ห่อ” หรือ “พัน” ครับ โดยส่วนใหญ่จะใช้ในบริบทของการนำสิ่งของมาคลุมหรือปิดด้วยวัสดุอื่น เพื่อป้องกัน รักษา หรือเพื่อความสวยงาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Wrapped” ในหลากหลายสถานการณ์ครับ เช่น เวลาที่เราซื้อของขวัญ คนขายก็จะห่อของขวัญให้เรา ซึ่งเราจะเรียกว่า “gift-wrapped” หรือเมื่อเราสั่งอาหารเดลิเวอรี่ อาหารก็จะถูก “wrapped” มาในกล่องหรือห่อต่างๆ เพื่อให้คงความสดใหม่และสะดวกต่อการขนส่ง นอกจากนี้ ในวงการดนตรี คำว่า “Wrapped” ก็มีความหมายเฉพาะตัวที่นิยมใช้กันมากเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Wrapped” หมายถึง การถูกห่อหุ้มหรือพันด้วยวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษ พลาสติก ผ้า หรือแม้กระทั่งฟิล์มใส เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป เช่น การปกป้อง การถนอมอาหาร การตกแต่ง หรือการนำเสนอ ตัวอย่างการใช้งาน อาหาร: “The sandwich was nicely wrapped in wax…

  • "Difference” แปลว่า

    คำว่า “Difference” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ความแตกต่าง” ครับ เป็นคำที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงลักษณะ การแสดงออก หรือคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกันระหว่างสิ่งของ คน หรือแนวคิดสองสิ่งขึ้นไป ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Difference” หรือ “ความแตกต่าง” บ่อยมากครับ เช่น เวลาเราเปรียบเทียบอะไรสองอย่าง เราอาจจะพูดว่า “What’s the difference between these two shirts?” (ความแตกต่างระหว่างเสื้อสองตัวนี้คืออะไร?) หรือเวลาเราสังเกตเห็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ก็สามารถพูดได้ว่า “I noticed a difference in his behavior.” (ฉันสังเกตเห็นความแตกต่างในพฤติกรรมของเขา) มันช่วยให้เราเข้าใจโลกและสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น เพราะช่วยให้เรารับรู้ถึงความหลากหลายและเอกลักษณ์ของแต่ละสิ่ง ความหมายและการใช้งาน Difference หมายถึง สภาพหรือลักษณะที่ทำให้สิ่งหนึ่งไม่เหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง มันสามารถเป็นความแตกต่างทางกายภาพ เช่น สี ขนาด หรือรูปร่าง หรืออาจเป็นความแตกต่างในเชิงนามธรรม เช่น ความคิดเห็น ทัศนคติ หรือระดับความสำคัญ ตัวอย่าง…

  • "Blushes” แปลว่า

    คำว่า “Blushes” ในภาษาไทยหมายถึง การที่ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากความรู้สึกเขินอาย ความประหม่า ความตื่นเต้น หรือแม้กระทั่งเมื่อโดนแสงแดดหรืออากาศเย็นจัด เป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติของร่างกายที่เห็นได้ชัดเจนบนผิวหน้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นอาการ “Blushes” เกิดขึ้นกับผู้คนได้บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่เพื่อนชม หรือเวลาที่ต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ หน้าก็จะแดงขึ้นมาทันที หรือบางคนอาจจะหน้าแดงเวลาเจอคนที่แอบชอบ เป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่สื่อสารได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด และบางครั้งก็อาจจะหมายถึงเครื่องสำอางประเภทบลัชออนที่ใช้ปัดแก้มให้ดูมีสีสันระเรื่อก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Blushes” มาจากคำกริยา “blush” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักคือ ทำให้หน้าแดง หรือหน้าแดงขึ้นมาเอง ในบริบทของภาษาไทย เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายอาการหน้าแดงที่เกิดจากความรู้สึกต่างๆ เช่น ความอาย ความเขิน หรือความรู้สึกผิด แต่ในอีกความหมายหนึ่ง “Blushes” ก็สามารถหมายถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ทาบนแก้มเพื่อให้แก้มดูมีสีชมพูหรือสีระเรื่อเหมือนเลือดฝาด ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเธอได้รับคำชมเรื่องการแสดง เธอก็มีอาการ blushes ขึ้นมาเล็กน้อย คุณแม่ปัด blushes สีชมพูอ่อนๆ ให้แก้มของลูกสาวก่อนไปโรงเรียน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Blushes” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความเขินอาย ความประหลาดใจ หรือการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย…

  • "Good Evening” แปลว่า

    “Good Evening” เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้ในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ โดยมีความหมายตรงตัวว่า “สวัสดีตอนเย็น” หรือ “ราตรีสวัสดิ์” ในภาษาไทย เป็นคำที่สุภาพและเป็นทางการเล็กน้อย ใช้เพื่อทักทายผู้คนเมื่อเริ่มพบปะกันในช่วงเวลาดังกล่าว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Good Evening” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพนักงานต้อนรับของโรงแรมทักทายแขกที่มาถึงในช่วงเย็น พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารกล่าวทักทายลูกค้า หรือเมื่อกล่าวลาเพื่อนร่วมงานที่เลิกงานในช่วงเย็น เป็นการแสดงความสุภาพและเป็นมิตรในการสื่อสาร ความหมายและการใช้งาน “Good Evening” ใช้เป็นการทักทายในช่วงเวลาประมาณ 18:00 น. (หกโมงเย็น) ไปจนถึงก่อนที่จะเข้าช่วงกลางคืน หรือก่อนเข้านอน โดยทั่วไปจะใช้เมื่อพบปะผู้คนเป็นครั้งแรกในวันนั้นๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว หรือใช้กล่าวลาเมื่อแยกย้ายกันในช่วงเย็น ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณเดินเข้าไปในร้านอาหารตอน 19:00 น. พนักงานอาจจะกล่าวว่า “Good Evening, welcome!” (สวัสดีตอนเย็น ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ) หรือเมื่อคุณโทรศัพท์หาเพื่อนในช่วง 20:00 น. คุณอาจจะเริ่มบทสนทนาด้วย “Hey, Good Evening!” (เฮ้ สวัสดีตอนเย็น!) บริบทและการใช้งานทั่วไป “Good Evening” มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการและกึ่งทางการ…

  • "Standard” แปลว่า

    คำว่า “Standard” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในหลากหลายบริบท หมายถึง เกณฑ์ มาตรฐาน หรือระดับที่กำหนดไว้ ซึ่งมักใช้เป็นบรรทัดฐานในการวัดผล เปรียบเทียบ หรือประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือความเหมาะสมของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Standard” บ่อยครั้ง เช่น เวลาซื้อสินค้า เราอาจจะเห็นคำว่า “Standard Quality” ที่หมายถึงคุณภาพตามมาตรฐานทั่วไป หรือเมื่อพูดถึงการทำงาน ก็อาจจะมี “Standard Operating Procedure” (SOP) ซึ่งก็คือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน หรือแม้แต่ในเรื่องของขนาดต่างๆ เช่น “Standard Size” ก็หมายถึงขนาดที่เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วไป เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันและสามารถนำไปปฏิบัติหรือใช้งานได้อย่างสะดวก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Standard” หมายถึงสิ่งที่ถูกยอมรับว่าเป็นแบบอย่าง หรือเป็นเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าสิ่งอื่น ๆ ดีหรือไม่ดี เหมาะสมหรือไม่ การใช้งานจึงครอบคลุมตั้งแต่เรื่องทั่วไปจนถึงเรื่องเฉพาะทาง เช่น มาตรฐานการผลิตสินค้า มาตรฐานการศึกษา มาตรฐานความปลอดภัย หรือแม้แต่มาตรวัดต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน • “โทรศัพท์รุ่นนี้มีกล้องถ่ายรูปคุณภาพstandard” (หมายถึงกล้องมีคุณภาพตามมาตรฐานทั่วไป) • “บริษัทของเรามี…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *