"Weaker” แปลว่า

คำว่า “Weaker” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อ่อนแอกว่า” หรือ “ด้อยกว่า” เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ๆ ที่แข็งแรงกว่า หรือดีกว่า

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Weaker” เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่มีกำลังน้อยกว่า มีประสิทธิภาพน้อยกว่า หรือมีความทนทานน้อยกว่า เช่น กล้ามเนื้อที่อ่อนแอกว่าปกติเนื่องจากการบาดเจ็บ หรือการแข่งขันที่ทีมหนึ่งมีผู้เล่นที่ฝีมืออ่อนแอกว่าอีกทีมหนึ่ง

ความหมายและการใช้งาน

“Weaker” มาจากคำว่า “weak” ที่แปลว่า “อ่อนแอ” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นการเปรียบเทียบขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติ “อ่อนแอ” หรือ “ด้อยกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “This rope is weaker than the one we used before.” (เชือกเส้นนี้อ่อนแอกว่าเส้นที่เราเคยใช้มาก่อน)

2. “He felt weaker after being sick for a week.” (เขารู้สึกอ่อนแอกว่าหลังจากป่วยไปหนึ่งสัปดาห์)

3. “The economy this year is weaker compared to last year.” (เศรษฐกิจปีนี้อ่อนแอกว่าปีที่แล้ว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Weaker” มักใช้ในการเปรียบเทียบในหลากหลายบริบท ทั้งทางกายภาพ (เช่น ร่างกาย, กล้ามเนื้อ), ทางจิตใจ (เช่น ความตั้งใจ, ความเชื่อมั่น), หรือในเชิงนามธรรม (เช่น เศรษฐกิจ, การแข่งขัน, ประสิทธิภาพ)

🔷 FAQ SECTION

“Weaker” ต่างจาก “Weak” อย่างไร?

“Weak” เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “อ่อนแอ” โดยทั่วไป ส่วน “Weaker” เป็นรูปขั้นกว่า ใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ่อนแอกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Weaker” ได้ไหม?

ในบางบริบท อาจใช้คำอื่นที่ใกล้เคียงกันได้ เช่น “less strong”, “inferior”, หรือ “poorer” ขึ้นอยู่กับความหมายที่ต้องการสื่อ

Similar Posts

  • "Touching” แปลว่า

    คำว่า “Touching” ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบททั่วไปในภาษาไทย หมายถึง การสัมผัส การแตะต้อง หรือการถูกกระทบทางอารมณ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช้ในความหมายที่สอง คือ การทำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ ประทับใจ หรือซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Touching” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจ หรือเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจ หรือซาบซึ้งในความดีงาม คนไทยมักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบเจอสิ่งเหล่านั้น เช่น “เรื่องนี้ Touching มากเลย” หรือ “เป็นโมเมนต์ที่ Touching จริงๆ” ซึ่งสื่อถึงการได้รับผลกระทบทางอารมณ์อย่างแรง จนรู้สึกประทับใจหรือสะเทือนใจนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Touching” แปลว่า การสัมผัส (ทางกายภาพ) หรือ การที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ ประทับใจ ซาบซึ้งใจ (ทางอารมณ์) แต่ส่วนใหญ่นิยมใช้ในความหมายที่สอง คือเกี่ยวกับอารมณ์ ตัวอย่าง ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากที่ Touching มาก ทำให้คนดูเสียน้ำตา คำพูดให้กำลังใจของเขา Touching จนฉันรู้สึกมีแรงสู้ต่อ เรื่องราวการช่วยเหลือสัตว์ของเธอ Touching…

  • "Wind” แปลว่า

    คำว่า “Wind” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ลม” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำนามที่ใช้อธิบายถึงการเคลื่อนที่ของอากาศในชั้นบรรยากาศ ไม่ว่าจะพัดเบาๆ หรือพัดแรง ก็จัดอยู่ในความหมายของคำว่า wind ทั้งหมดค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “wind” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพูดถึงสภาพอากาศ เราอาจจะบอกว่า “It’s windy today” ซึ่งหมายถึง “วันนี้ลมแรง” หรือเวลาที่เราพูดถึงกิจกรรมที่ต้องอาศัยลม เช่น การเล่นว่าว หรือการแล่นเรือใบ ก็จะเกี่ยวข้องกับคำว่า wind ด้วยค่ะ บางครั้งเราอาจจะใช้เปรียบเทียบถึงสิ่งที่ไม่แน่นอน หรือเปลี่ยนแปลงง่าย ก็อาจจะเปรียบกับลมได้เช่นกันค่ะ ความหมายและการใช้งาน Wind หมายถึง ลม ซึ่งคือการเคลื่อนที่ของอากาศในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เราใช้คำนี้เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของอากาศ ไม่ว่าจะเป็นลมพัดเอื่อยๆ หรือลมพายุที่รุนแรง ตัวอย่างการใช้งาน “The wind is blowing strong today.” (วันนี้ลมพัดแรงมาก) “We need a good wind…

  • "Make Sense” แปลว่า

    “Make Sense” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยมากค่ะ ความหมายหลักๆ คือ “สมเหตุสมผล”, “เข้าท่า”, “มีเหตุผลรองรับ” หรือ “เข้าใจได้” ค่ะ เมื่อเราพูดว่าอะไรบางอย่าง “makes sense” หมายความว่าสิ่งนั้นมีความเป็นไปได้ มีตรรกะ หรือมีความเชื่อมโยงที่ทำให้เราเข้าใจได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือไร้สาระค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Make Sense” ในสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ เช่น เวลาที่เพื่อนเล่าเรื่องอะไรให้ฟังแล้วเรารู้สึกว่ามันฟังขึ้น เข้าใจได้ ก็จะบอกว่า “That makes sense.” หรือเวลาที่เรากำลังอธิบายแผนงานอะไรบางอย่าง แล้วอยากให้คนอื่นเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น เราก็อาจจะบอกว่า “Here’s why this plan makes sense…” เพื่ออธิบายเหตุผลเบื้องหลังค่ะ บางทีก็ใช้ในเชิงคำถาม เช่น “Does this make sense?” เพื่อถามว่าสิ่งที่อธิบายไปนั้นอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Make Sense” หมายถึง การมีเหตุผลที่ชัดเจน เข้าใจได้ หรือเป็นไปตามตรรกะค่ะ…

  • "เจ๊ง” แปลว่า

    คำว่า “เจ๊ง” เป็นคำสแลงในภาษาไทยที่ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ธุรกิจ, กิจการ, หรือโครงการต่างๆ ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงจนไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก มักหมายถึงการขาดทุนอย่างหนักจนต้องปิดตัวลง หรือไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักใช้คำว่า “เจ๊ง” เพื่อพูดถึงการล้มเหลวของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กๆ ร้านอาหาร บริษัท หรือแม้กระทั่งโครงการที่ลงทุนไปแล้วไม่เห็นผล เช่น เพื่อนอาจจะเล่าให้ฟังว่า “ร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดไปไม่นานนี่เจ๊งแล้ว ต้องปิดไปเลย” หรืออาจจะพูดถึงตัวเองว่า “ลงทุนทำแอปพลิเคชันไปเยอะ สุดท้ายก็เจ๊ง ไม่คุ้มทุนเลย” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เจ๊ง” สื่อถึงความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ มักใช้ในบริบทของการเงินและธุรกิจที่ขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาพูด ตัวอย่างการใช้งาน “ร้านอาหารตามสั่งข้างบ้านปิดไปแล้ว สงสัยจะเจ๊งเพราะพิษเศรษฐกิจ” “โปรเจกต์ที่เขาทำอยู่ดูท่าจะไม่รอด น่าจะเจ๊งก่อนกำหนด” “ถ้าขายของแบบนี้ต่อไปมีหวังเจ๊งแน่ ต้องปรับปรุงกลยุทธ์ด่วน” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “เจ๊ง” มักถูกใช้ในบทสนทนาทั่วไปเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การลงทุน หรือโครงการต่างๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการขาดทุนอย่างหนักจนต้องยุติกิจการ คำถามที่พบบ่อย “เจ๊ง” กับ “ขาดทุน” ต่างกันอย่างไร? คำว่า “ขาดทุน” หมายถึงการที่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งอาจจะยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่…

  • "Bridges” แปลว่า

    คำว่า “Bridges” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “สะพาน” ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว สะพานคือโครงสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น แม่น้ำ หุบเขา ถนน หรือทางรถไฟ เพื่อให้ผู้คน ยานพาหนะ หรือสิ่งของสามารถเดินทางข้ามไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็นและใช้งาน “Bridges” หรือสะพานอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถยนต์ข้ามแม่น้ำบนสะพานใหญ่ๆ การเดินเท้าข้ามถนนบนสะพานลอย หรือแม้แต่การนั่งรถไฟที่วิ่งข้ามสะพานสูงๆ สะพานมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ทำให้การคมนาคมสะดวกสบายขึ้น และช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหรือภูมิภาคได้ด้วยค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Bridges” หมายถึง สะพาน ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ช่วยในการข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ ในการใช้งานจริง เราอาจจะใช้คำนี้ในบริบทของการเดินทาง การก่อสร้าง หรือแม้แต่ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การสร้างความสัมพันธ์ หรือการเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เราอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการสร้าง “Bridges” แห่งใหม่เพื่อเชื่อมต่อระหว่างสองเกาะ หรือการพูดถึง “Bridges” ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนั้นๆ นอกจากนี้ ในเชิงธุรกิจ อาจมีการกล่าวถึง “Bridges” ในบริบทของการสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทต่างๆ บริบทการใช้งานทั่วไป “Bridges” มักถูกใช้ในบริบทของการคมนาคม การขนส่ง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน…

  • "Landing” แปลว่า

    คำว่า “Landing” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การลงสู่พื้นดิน หรือการลงจอด เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในการอธิบายการเคลื่อนที่จากที่สูงลงสู่พื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นการลงของเครื่องบิน การร่อนลงของร่มชูชีพ หรือแม้แต่การกระโดดลงจากที่สูง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “Landing” ในบริบทของการเดินทาง เช่น เมื่อเครื่องบินกำลังจะลงจอด เราอาจได้ยินประกาศว่า “Prepare for Landing” ซึ่งหมายถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการลงจอด นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการมาถึง หรือการลงหลักปักฐานในที่ใดที่หนึ่ง เช่น “After years of traveling, he finally found his landing spot” หมายถึง หลังจากเดินทางมาหลายปี เขาก็ได้พบที่ที่เขาจะลงหลักปักฐาน ความหมายและการใช้งาน “Landing” หมายถึง การลงสู่พื้นดิน หรือการลงจอด เป็นการสิ้นสุดการเคลื่อนที่ในอากาศ มักใช้กับยานพาหนะที่บินได้ เช่น เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือยานอวกาศ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงการลงจอดของนักกีฬาในการแข่งขันยิมนาสติก หรือการลงของวัตถุที่ถูกปล่อยจากที่สูง บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Landing” พบได้บ่อยในบริบทของการเดินทางทางอากาศ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *