"Substances” แปลว่า

คำว่า “Substances” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยทั่วไปแล้ว หมายถึง “สาร” หรือ “วัตถุ” ที่มีลักษณะทางกายภาพ สามารถสัมผัสหรือมองเห็นได้ ซึ่งอาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซก็ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Substances” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงส่วนประกอบของสิ่งต่างๆ สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติด การทำความเข้าใจความหมายของคำนี้จะช่วยให้เราสื่อสารและเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Substances” สามารถหมายถึง:

  • สารเคมี: เช่น สารเคมีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ หรือสารเคมีที่พบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  • วัตถุหรือสิ่งของ: สิ่งที่มีตัวตน สามารถจับต้องได้
  • สารที่ออกฤทธิ์: โดยเฉพาะในบริบททางการแพทย์หรือกฎหมาย เช่น สารเสพติด หรือยา

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The lab is testing new substances for their effectiveness.” (ห้องปฏิบัติการกำลังทดสอบสารใหม่เพื่อดูประสิทธิภาพ)
  • “This product is made from natural substances.” (ผลิตภัณฑ์นี้ทำมาจากสารธรรมชาติ)
  • “The police are investigating illegal drug substances.” (ตำรวจกำลังตรวจสอบสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Substances” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เคมี การแพทย์ กฎหมาย และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องมีการจัดการหรืออธิบายเกี่ยวกับวัสดุหรือสารเคมี

“Substances” หมายถึงอะไรในทางกฎหมาย?

ในทางกฎหมาย “Substances” มักจะหมายถึงสารที่ถูกควบคุม เช่น สารเสพติด หรือสารอันตราย ที่มีกฎหมายกำหนดห้ามหรือควบคุมการครอบครอง การผลิต หรือการจำหน่าย

มีคำพ้องความหมายอื่นในภาษาไทยหรือไม่?

มีคำพ้องความหมายหลายคำ เช่น “สาร” “วัตถุ” “สิ่งของ” หรือ “เคมีภัณฑ์” ซึ่งการเลือกใช้คำใดขึ้นอยู่กับบริบทเฉพาะที่ต้องการสื่อสาร

Similar Posts

  • "เมคเซ้น” แปลว่า

    “เมคเซ้น” (Make sense) เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย มักจะหมายถึง การมีเหตุผล, การเข้าใจได้, หรือสิ่งที่สมเหตุสมผล ไม่ขัดแย้งกัน และสามารถนำไปปฏิบัติหรือยอมรับได้ง่าย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “เมคเซ้น” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในการสนทนาทั่วไป หรือเมื่อมีการอธิบายเรื่องราวต่างๆ หากสิ่งใดที่ผู้พูดหรือผู้ฟังรู้สึกว่า “มันสมเหตุสมผลดี” หรือ “เข้าใจได้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น” ก็จะกล่าวว่า “เมคเซ้น” เช่น ถ้าเพื่อนเล่าเหตุผลที่มาทำงานสายเพราะรถติดอย่างหนัก เราก็จะบอกว่า “เออ เมคเซ้น” เพราะเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ หรือถ้าเราเสนอไอเดียอะไรไปแล้วได้รับการตอบรับว่า “ฟังดูเมคเซ้นดีนะ” ก็หมายความว่าไอเดียนั้นมีเหตุผลและน่าสนใจ ความหมายและการใช้งาน “เมคเซ้น” (Make sense) แปลตรงตัวว่า “ทำให้เกิดความหมาย” หรือ “ทำให้สมเหตุสมผล” ในบริบทการใช้งานในภาษาไทย หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสอดคล้อง เข้าใจได้ มีเหตุผลรองรับ หรือไม่ขัดแย้งกับความรู้สึกหรือข้อมูลที่มีอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน “ที่เขาตัดสินใจลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวแบบนี้ ก็เมคเซ้นดีนะ เพราะเขาเตรียมตัวมานานแล้ว” “คำอธิบายของครูเรื่องนี้ ทำให้ฉันเมคเซ้นขึ้นเยอะเลย” “ทำไมเขาถึงเลือกเส้นทางนั้น? ฉันว่ามันไม่ค่อยเมคเซ้นเท่าไหร่เลย” บริบทที่พบบ่อย สำนวน…

  • "Through” แปลว่า

    คำว่า “Through” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ผ่าน” หรือ “ตลอด” ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Through” เพื่อบอกเล่าถึงการเดินทาง การเคลื่อนที่ หรือการผ่านพ้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป เช่น การเดินทางผ่านเมือง การมองผ่านหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อสื่อถึงการบรรลุเป้าหมายหรือการทำให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน “Through” ใช้เพื่อแสดงถึงการเคลื่อนที่จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง หรือการผ่านเข้าไปในบางสิ่งบางอย่าง นอกจากนี้ยังหมายถึงการดำเนินไปจนสุด หรือการบรรลุผลสำเร็จ ตัวอย่างการใช้งาน การเดินทาง: “We drove through the night.” (เราขับรถผ่านไปตลอดทั้งคืน) การมอง: “She looked through the window.” (เธอเหลือบมองผ่านหน้าต่าง) การผ่านพ้น: “They went through a difficult time.” (พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้) การทำให้สำเร็จ: “He worked through the project…

  • "Chemist” แปลว่า

    คำว่า “Chemist” ในภาษาไทยหมายถึง นักเคมี โดยทั่วไปแล้ว นักเคมีคือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิชาเคมี ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสสาร องค์ประกอบ โครงสร้าง คุณสมบัติ และปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของสสารนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ใช้คำว่า “Chemist” โดยตรงมากนัก แต่การทำงานของนักเคมีนั้นอยู่รอบตัวเราเสมอ ลองนึกถึงผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นยา สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง อาหารแปรรูป หรือแม้กระทั่งพลาสติกและเชื้อเพลิง ล้วนมีนักเคมีเข้าไปมีส่วนร่วมในการวิจัย พัฒนา หรือควบคุมคุณภาพทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ นักเคมีก็มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยโรค ความหมายและการใช้งาน Chemist (นักเคมี) คือผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับสารเคมี วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ โครงสร้าง คุณสมบัติ และปฏิกิริยาของสสาร พวกเขาทำงานในหลากหลายสาขา เช่น การวิจัยและพัฒนา การควบคุมคุณภาพ การผลิต และการวิเคราะห์ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินข่าวเกี่ยวกับนักเคมีที่ค้นพบยาใหม่ หรือนักเคมีที่ทำงานในโรงงานผลิตสารเคมีเพื่อควบคุมความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือนักเคมีในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ผลเลือด บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Chemist มักถูกใช้ในบริบทของการศึกษา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์…

  • "Prohibited” แปลว่า

    “Prohibited” แปลว่า “ต้องห้าม” หรือ “ถูกสั่งห้าม” ครับ เป็นคำที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ มีความหมายในเชิงของการจำกัดสิทธิ์หรือการป้องกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Prohibited” ในป้ายต่างๆ ที่ติดไว้เพื่อแจ้งเตือน เช่น ป้าย “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่) ซึ่งก็คือบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ “Prohibited” สำหรับการสูบบุหรี่ หรือในกฎระเบียบของสถานที่ต่างๆ ที่อาจมีข้อห้ามบางอย่าง เช่น ห้ามนำอาหารเข้ามาในโรงภาพยนตร์ หรือห้ามเข้าบางพื้นที่ในสถานที่ราชการ ทั้งหมดนี้คือการบอกว่าการกระทำหรือการเข้าถึงนั้น “Prohibited” หรือถูกห้ามไว้ครับ ความหมายและการใช้งาน “Prohibited” มาจากคำกริยา “prohibit” ที่แปลว่า ห้าม สั่งห้าม หรือขัดขวาง เมื่อเติม -ed เข้าไปจะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) หมายถึง สิ่งที่ถูกห้ามไว้แล้ว หรือไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำได้ มักใช้กับกฎ ข้อบังคับ หรือสถานการณ์ที่ต้องการความชัดเจนในการห้าม ตัวอย่างการใช้งาน Prohibited items (สิ่งของต้องห้าม): เช่น ในสนามบิน จะมีรายการสิ่งของที่…

  • "Got” แปลว่า

    คำว่า “Got” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา” ซึ่งเป็นรูปอดีตกาล (past tense) ของกริยา “get” ค่ะ เป็นคำที่ใช้กันบ่อยมากๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อบอกว่าเราได้รับอะไรบางอย่างมา หรือได้ทำอะไรบางอย่างสำเร็จแล้ว ในสถานการณ์จริง คนไทยมักจะใช้คำว่า “Got” ในการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ หรือเมื่อพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว เช่น เมื่อเพื่อนถามว่าได้รับของขวัญหรือยัง เราก็อาจจะตอบว่า “Got it!” เพื่อบอกว่าได้รับแล้ว หรือเมื่อพูดถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็อาจจะใช้ว่า “I got a new idea.” ซึ่งหมายถึง “ฉันได้ไอเดียใหม่มา” เป็นต้นค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Got” เป็นรูปอดีตกาลของกริยา “get” ซึ่งมีความหมายหลากหลาย เช่น ได้รับ, ได้มา, เข้าใจ, กลายเป็น, เริ่มต้น เป็นต้น การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน I got…

  • "clever” แปลว่า

    คำว่า “clever” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงบุคคลหรือการกระทำที่มีความสามารถในการคิดอย่างรวดเร็ว ฉลาดเฉลียว มีไหวพริบ หรือมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักจะสื่อถึงความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เร็ว หรือการคิดนอกกรอบเพื่อหาทางออกที่น่าสนใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “clever” เพื่อชมเชยใครสักคนเมื่อเขาแสดงความคิดเห็นที่ฉลาดเฉลียว หรือเมื่อเขาทำอะไรบางอย่างที่ดูมีชั้นเชิงและประสบความสำเร็จ เช่น เวลาเพื่อนคิดวิธีประหยัดเงินได้ดี หรือเวลาใครสักคนพูดจาโต้ตอบได้อย่างมีไหวพริบ คนก็จะบอกว่า “You’re so clever!” หรือ “That was a clever idea.” มันเป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไปเพื่อแสดงความชื่นชมในความฉลาดหรือความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “clever” หมายถึง ฉลาด มีไหวพริบ หลักแหลม สามารถคิดหรือทำอะไรได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มักใช้กับความคิด การแก้ปัญหา หรือการกระทำที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาด ตัวอย่างการใช้งาน “That was a clever trick to get the door open.” (นั่นเป็นกลอุบายที่ฉลาดมากในการเปิดประตู) “She’s a very clever…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *