"Prohibited” แปลว่า

“Prohibited” แปลว่า “ต้องห้าม” หรือ “ถูกสั่งห้าม” ครับ เป็นคำที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ มีความหมายในเชิงของการจำกัดสิทธิ์หรือการป้องกัน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Prohibited” ในป้ายต่างๆ ที่ติดไว้เพื่อแจ้งเตือน เช่น ป้าย “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่) ซึ่งก็คือบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ “Prohibited” สำหรับการสูบบุหรี่ หรือในกฎระเบียบของสถานที่ต่างๆ ที่อาจมีข้อห้ามบางอย่าง เช่น ห้ามนำอาหารเข้ามาในโรงภาพยนตร์ หรือห้ามเข้าบางพื้นที่ในสถานที่ราชการ ทั้งหมดนี้คือการบอกว่าการกระทำหรือการเข้าถึงนั้น “Prohibited” หรือถูกห้ามไว้ครับ

ความหมายและการใช้งาน

“Prohibited” มาจากคำกริยา “prohibit” ที่แปลว่า ห้าม สั่งห้าม หรือขัดขวาง เมื่อเติม -ed เข้าไปจะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) หมายถึง สิ่งที่ถูกห้ามไว้แล้ว หรือไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำได้ มักใช้กับกฎ ข้อบังคับ หรือสถานการณ์ที่ต้องการความชัดเจนในการห้าม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Prohibited items (สิ่งของต้องห้าม): เช่น ในสนามบิน จะมีรายการสิ่งของที่ “Prohibited” หรือห้ามนำขึ้นเครื่องบิน
  • Prohibited area (พื้นที่หวงห้าม): เป็นพื้นที่ที่บุคคลทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
  • Photography is prohibited (ห้ามถ่ายภาพ): ป้ายที่ติดในพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่สำคัญ

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Prohibited” มักพบในบริบทที่เป็นทางการ เช่น กฎหมาย ข้อบังคับขององค์กร หรือป้ายประกาศต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ทราบถึงข้อจำกัดหรือการห้ามอย่างชัดเจนและเป็นสากล


“Prohibited” ต่างจาก “Forbidden” อย่างไร?

ทั้งสองคำมีความหมายใกล้เคียงกันคือ “ห้าม” แต่ “Prohibited” มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการมากกว่า มีกฎหมายหรือข้อบังคับรองรับ ในขณะที่ “Forbidden” อาจมีความรู้สึกของการห้ามที่มาจากความเชื่อ ประเพณี หรือการห้ามโดยบุคคลทั่วไปมากกว่า

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Prohibited” ได้ไหม?

มีครับ คำที่ใช้แทนได้ในบางบริบท เช่น “ห้าม”, “ไม่อนุญาต”, “ต้องห้าม”, “งดเว้น” หรือ “ไม่ให้เข้า” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ต้องการสื่อสาร

Similar Posts

  • "Honest” แปลว่า

    คำว่า “Honest” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ซื่อสัตย์” หรือ “ตรงไปตรงมา” ในภาษาไทย หมายถึง การพูดความจริง ไม่ปิดบัง ไม่คดโกง และมีความจริงใจต่อผู้อื่น เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ชื่นชมและให้ความสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Honest” หรือการใช้คุณสมบัตินี้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่อาจจะทำให้เราไม่พอใจ แต่เขาเลือกที่จะบอกเราตามตรง หรือเมื่อเราซื้อของแล้วได้รับเงินทอนเกินมา แล้วเราเลือกที่จะคืนให้ผู้ขาย การกระทำเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความเป็น Honest หรือความซื่อสัตย์นั่นเอง การเป็นคน Honest ทำให้ผู้อื่นไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ ความหมายและการใช้งาน “Honest” หมายถึง การมีความจริงใจ ไม่หลอกลวง พูดความจริงเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การกระทำที่ Honest คือการไม่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่โกหก หรือบิดเบือนความจริง สามารถใช้ได้ทั้งกับคำพูดและการกระทำ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “He is an honest man.” (เขาเป็นคนซื่อสัตย์) 2. “Please be honest with…

  • "Wait” แปลว่า

    คำว่า “Wait” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “รอ” หรือ “คอย” ซึ่งเป็นการแสดงถึงการหยุดกิจกรรมหรือการกระทำชั่วคราว เพื่อรอสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้น หรือรอให้เวลาผ่านไปจนถึงจุดที่กำหนด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Wait” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเรากำลังรอเพื่อนที่นัดไว้ หรือรอคิวซื้อของ หรือแม้แต่เมื่อเราต้องการให้ใครบางคนหยุดพูดหรือหยุดทำอะไรบางอย่างชั่วคราว เราก็อาจจะพูดว่า “Wait a minute!” หรือ “Hold on!” ซึ่งล้วนมีความหมายเกี่ยวกับการรอคอยทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน “Wait” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นกริยา (verb) และเป็นคำนาม (noun) ในความหมายของการรอคอย ตัวอย่างการใช้งาน I’ll wait for you here. (ฉันจะรอคุณตรงนี้) – ใช้ในสถานการณ์ที่บอกว่าจะคอยใครบางคน Please wait a moment. (กรุณารอสักครู่) – ใช้เมื่อต้องการให้ใครบางคนรอชั่วคราว The wait was worth it….

  • "Crushed” แปลว่า

    คำว่า “Crushed” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ถูกบดขยี้” หรือ “แตกละเอียด” ครับ เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของกริยา “crush” ซึ่งหมายถึง การทำให้แหลก, การบด, การทับ หรือ การทำลายจนละเอียด ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Crushed” ในหลายบริบทครับ เช่น ถ้าพูดถึงวัตถุ ก็อาจจะหมายถึงสิ่งของที่แตกหักเสียหายจนไม่เป็นรูปเดิม เช่น แก้วที่ตกแตกจน “crushed” หรือผลไม้ที่ถูกทับจน “crushed” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ความรู้สึกที่ถูกทำให้ผิดหวังอย่างรุนแรง จนรู้สึกเหมือน “crushed” หรือในความหมายแอบชอบใครบางคนมากๆ จนรู้สึกเหมือน “crushed” ก็เป็นได้ครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Crushed” หมายถึง สภาพที่ถูกบดขยี้ ทำให้แตกละเอียด หรือเสียหายอย่างรุนแรง มักใช้บรรยายถึงสิ่งของที่แตกหัก หรือใช้เปรียบเทียบกับความรู้สึกที่ถูกทำลาย ความผิดหวังอย่างมาก หรือการแอบชอบใครบางคนอย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Picking” แปลว่า

    คำว่า “Picking” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การเลือก การคัดเลือก หรือการหยิบ โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทของการเลือกสิ่งของ การคัดคน หรือการเลือกข้อมูลที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Picking” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพนักงานในคลังสินค้ากำลัง “Picking” สินค้าตามรายการสั่งซื้อ หรือเมื่อมีคนกำลัง “Picking” เสื้อผ้าที่ชอบจากร้านค้า หรือแม้กระทั่งในการเลือกเพลงโปรดเพื่อฟัง การใช้คำนี้สื่อถึงกระบวนการตัดสินใจเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากตัวเลือกที่มีอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Picking” หมายถึง การเลือกหรือการคัดสรร โดยอาจเป็นการเลือกวัตถุ สิ่งของ คน หรือข้อมูลต่างๆ ตามเกณฑ์หรือความต้องการที่กำหนดไว้ ตัวอย่าง “The warehouse staff are busy picking orders.” (พนักงานคลังสินค้ากำลังยุ่งอยู่กับการ picking หรือการหยิบสินค้าตามคำสั่งซื้อ) “She spent an hour picking out the perfect dress.” (เธอใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการ picking หรือเลือกชุดเดรสที่สมบูรณ์แบบ)…

  • "Cost” แปลว่า

    คำว่า “Cost” ในภาษาอังกฤษ โดยพื้นฐานแล้วมีความหมายว่า “ต้นทุน” หรือ “ค่าใช้จ่าย” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของ บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cost” อยู่บ่อยครั้งครับ เช่น เวลาไปซื้อของ ก็อาจจะถามพนักงานว่า “What’s the cost of this?” (ราคานี้เท่าไหร่?) หรือเวลาวางแผนการเดินทาง ก็อาจจะคำนวณ “travel cost” (ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง) หรือเวลาทำธุรกิจ ก็ต้องคำนึงถึง “production cost” (ต้นทุนการผลิต) เป็นต้น มันคือตัวเลขที่บอกเราว่าเราต้องเสียเงินไปเท่าไหร่เพื่ออะไรสักอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Cost” หมายถึง ราคาหรือมูลค่าที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อซื้อหรือได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อดำเนินการบางอย่าง อาจเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า ค่าบริการ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน The cost of this book is 300…

  • "Null” แปลว่า

    “Null” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ว่างเปล่า” หรือ “ไม่มีค่า” ครับ เป็นคำที่ใช้กันบ่อยในวงการคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม หรือการจัดการฐานข้อมูล เพื่อบ่งบอกว่าข้อมูลในตำแหน่งนั้นไม่มีอยู่จริง หรือยังไม่ได้ถูกกำหนดค่าใดๆ เวลาที่เราเจอคำว่า “Null” ในชีวิตประจำวัน อาจจะเห็นในแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือเวลาที่กำลังกรอกข้อมูลบางอย่าง ถ้าช่องไหนขึ้นว่า “Null” ก็หมายความว่าเรายังไม่ได้ใส่ข้อมูลอะไรลงไป หรือข้อมูลนั้นถูกตั้งค่าให้เป็นค่าว่างไว้ครับ เช่น ในแบบฟอร์มออนไลน์ ถ้าช่องเบอร์โทรศัพท์เป็น “Null” ก็แสดงว่ายังไม่มีคนกรอกเบอร์โทรศัพท์ หรือช่องนั้นถูกเว้นว่างไว้ ความหมายและการใช้งาน “Null” หมายถึง การไม่มีค่า หรือว่างเปล่า ใช้เพื่อแสดงสถานะที่ข้อมูลยังไม่ถูกกำหนด หรือไม่มีข้อมูลอยู่จริง ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าเรากำลังดูข้อมูลสินค้าในระบบ แล้วมีช่อง “ส่วนลด” ที่แสดงเป็น “Null” นั่นหมายความว่าสินค้าชิ้นนั้นยังไม่มีการกำหนดส่วนลดพิเศษใดๆ ครับ หรือถ้าเรากำลังดูประวัติการสั่งซื้อ แล้วมีช่อง “วันที่จัดส่ง” เป็น “Null” แสดงว่าสินค้านั้นยังไม่ได้ถูกจัดส่งออกไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Null” มักจะพบเจอในบริบทของการเขียนโปรแกรม การจัดการฐานข้อมูล หรือในส่วนของ UI…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *