"Obtaining” แปลว่า

คำว่า “Obtaining” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายโดยรวมว่า การได้มา การได้รับ หรือการทำให้เกิดขึ้น เป็นกริยาที่บ่งบอกถึงกระบวนการหรือผลลัพธ์ของการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความรู้ หรือสิทธิ์ต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Obtaining” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การขออนุญาต การค้นหา หรือการได้รับอนุญาตให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการได้มาซึ่งสิ่งของที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะพูดถึงการ obtaining a driver’s license (การขอรับใบขับขี่) หรือการ obtaining information (การค้นหาข้อมูล) เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

“Obtaining” แปลว่า การได้มาซึ่ง การรับมา การบรรลุ การทำให้สำเร็จ หรือการทำให้เกิดขึ้น เป็นคำกริยาที่ใช้ได้กับทั้งรูปธรรมและนามธรรม

ตัวอย่าง

  • Obtaining a visa (การขอรับวีซ่า)
  • Obtaining a good grade (การทำเกรดให้ได้ดี)
  • Obtaining permission (การขออนุญาต)

บริบทที่ใช้บ่อย

มักใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการสื่อถึงกระบวนการที่ต้องใช้ความพยายามในการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา เช่น การสมัครงาน การยื่นขอเอกสาร หรือการดำเนินการทางกฎหมาย

Obtaining หมายถึงอะไร?

Obtaining หมายถึง การได้มาซึ่ง การรับมา หรือการทำให้เกิดขึ้น ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของ สิทธิ์ หรือข้อมูลต่างๆ

เราใช้ Obtaining ในชีวิตประจำวันอย่างไร?

เราใช้ Obtaining ในชีวิตประจำวันเมื่อต้องการสื่อถึงการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา เช่น การ obtain a job (การได้งาน) หรือการ obtain a loan (การขอสินเชื่อ)

Similar Posts

  • "Period” แปลว่า

    คำว่า “Period” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยที่สุดคือ “ช่วงเวลา” หรือ “ระยะเวลา” ครับ นอกจากนี้ยังมีความหมายเฉพาะทางอื่นๆ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Period” เมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น รอบประจำเดือนของผู้หญิง หรือเมื่อต้องการระบุช่วงเวลาที่แน่นอน เช่น “The project is due by the end of this period.” (โครงการนี้ต้องเสร็จสิ้นภายในช่วงเวลานี้) หรือแม้แต่ใช้เป็นการเน้นย้ำตอนท้ายประโยคเพื่อบอกว่าเรื่องนั้นจบแล้ว ไม่มีการโต้แย้งใดๆ อีก ความหมายและการใช้งาน “Period” หมายถึง ช่วงเวลาที่ถูกกำหนด หรือช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยอาจเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่อง หรือช่วงเวลาที่เว้นระยะก็ได้ ในภาษาไทยมักจะแปลว่า “ช่วงเวลา”, “ระยะเวลา”, “ยุคสมัย”, “คาบเวลา” หรือ “รอบ” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน ประจำเดือน: “She is on her period.” (เธออยู่ในช่วงมีประจำเดือน)…

  • "Strips” แปลว่า

    คำว่า “Strips” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง แถบ หรือ เส้นยาวๆ ที่ถูกตัดออกมา มักจะใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึงอะไร เช่น ในทางศิลปะ หรือการ์ตูน หมายถึงช่องสี่เหลี่ยมที่เรียงต่อกันเป็นเรื่องราว หรือในทางวิทยาศาสตร์ อาจหมายถึงแผ่นบางๆ ที่มีลักษณะเป็นแถบ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “comic strips” ซึ่งหมายถึงการ์ตูนช่องสั้นๆ ที่เล่าเรื่องราวในแต่ละวัน หรืออาจจะเคยได้ยินคำว่า “strips” ในบริบทของการทำอาหาร เช่น “chicken strips” ที่หมายถึงเนื้อไก่ที่หั่นเป็นแท่งยาวๆ หรือแม้แต่ในวงการแฟชั่น อาจมีคำว่า “strip lighting” ที่หมายถึงไฟเส้นยาวที่ใช้ตกแต่ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Strips” มาจากภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ แถบ, ริ้ว, หรือส่วนที่ถูกตัดออกมาเป็นเส้นยาวๆ การใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบท: การ์ตูน (Comics): หมายถึง การ์ตูนช่องสั้นๆ ที่มักลงตีพิมพ์เป็นประจำในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร อาหาร: หมายถึง เนื้อสัตว์หรือผักที่ถูกหั่นเป็นชิ้นยาวๆ วัสดุ/สิ่งของ: หมายถึง แผ่นหรือเส้นที่ทำจากวัสดุต่างๆ…

  • "Debt” แปลว่า

    คำว่า “Debt” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง หนี้สิน หรือ ภาระผูกพันที่ต้องชำระคืน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการ ที่เราติดค้างอยู่กับบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น และมีกำหนดเวลาในการชำระคืน หรือต้องชำระคืนตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Debt” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็คือ “Debt” ที่เราต้องผ่อนชำระคืน หรือเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตซื้อของ ก็ถือเป็น “Debt” ที่เราต้องจ่ายคืนให้กับบริษัทบัตรเครดิตในภายหลัง นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็มักจะมี “Debt” ในรูปแบบของการกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุน หรือขยายกิจการ ความหมายและการใช้งาน “Debt” หมายถึง หนี้สิน หรือภาระที่ต้องชำระคืน เป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่กับผู้อื่นและต้องมีการชดใช้ตามข้อตกลง อาจเป็นหนี้สินส่วนบุคคล หนี้สินทางธุรกิจ หรือหนี้สินของรัฐบาล ตัวอย่างการใช้งาน “I have a lot of student debt.” (ฉันมีหนี้สินจากการศึกษาจำนวนมาก) “The company is trying…

  • "Pair” แปลว่า

    คำว่า “Pair” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “คู่” หรือ “การจับคู่” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งของสองสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้ร่วมกัน รวมถึงการจับคนสองคนเข้าด้วยกันในบริบทต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pair” ในหลายสถานการณ์ เช่น การซื้อรองเท้า ซึ่งมักจะมาเป็น “a pair of shoes” หรือ “รองเท้าหนึ่งคู่” หรือเวลาพูดถึงถุงเท้า “a pair of socks” ก็หมายถึงถุงเท้าสองข้างที่ใช้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังใช้กับการจับคู่ในแอปพลิเคชันหาคู่ ที่เรียกว่า “dating app” ซึ่งผู้คนจะ “pair up” หรือจับคู่กันเพื่อพูดคุย หรือสร้างความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ในการทำงานบางครั้งก็มีการ “pair programming” คือการที่โปรแกรมเมอร์สองคนนั่งทำงานร่วมกันบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเพื่อเขียนโค้ด ความหมายและการใช้งาน “Pair” หมายถึง การมีสองสิ่งอยู่ด้วยกัน มักจะเป็นสิ่งของที่เข้าคู่กัน หรือมีความสัมพันธ์กัน เช่น เสื้อกับกางเกงที่เข้าชุดกัน หรือในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ก็หมายถึงการจับคู่ของคนสองคน ตัวอย่างการใช้งาน “I bought a…

  • "Naps” แปลว่า

    คำว่า “Naps” ในภาษาไทยหมายถึง “การงีบหลับ” หรือ “การนอนกลางวันสั้นๆ” เป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนที่เกิดขึ้นระหว่างวัน โดยทั่วไปแล้วจะเป็นการนอนที่ไม่ยาวนานนัก ประมาณ 10-30 นาที เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและฟื้นฟูพลังงาน ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อตื่นนอน ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้คำว่า “Naps” หรือ “งีบหลับ” เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าในระหว่างวัน เช่น หลังรับประทานอาหารกลางวัน หรือเมื่อมีอาการง่วงนอนจากการทำงานหนัก การงีบหลับสั้นๆ นี้ช่วยให้สามารถกลับมาทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บางคนอาจจะชอบ “Naps” เป็นประจำเพื่อคลายความเครียดและเพิ่มสมาธิ ความหมายและการใช้งาน “Naps” คือการนอนหลับในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน ไม่ใช่การนอนหลับยาวนานเหมือนการนอนตอนกลางคืน จุดประสงค์หลักของการ “Naps” คือเพื่อช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นขึ้น ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณรู้สึกง่วงนอนในช่วงบ่าย คุณอาจจะบอกว่า “I need to take a quick nap” ซึ่งหมายความว่า “ฉันต้องการงีบหลับสักครู่” หรือเมื่อพูดถึงคนที่ชอบนอนกลางวัน อาจจะกล่าวว่า “She often…

  • "Paintbrush” แปลว่า

    “Paintbrush” ในภาษาไทยหมายถึง “พู่กัน” หรือ “แปรงทาสี” ครับ เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับระบายสี หรือทาสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำ สีน้ำมัน สีอะคริลิก หรือแม้กระทั่งการลงแป้ง หรือแต่งหน้า ก็สามารถใช้พู่กันได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Paintbrush” หรือพู่กันถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์เลยครับ เวลาเรานึกถึงศิลปะ ก็จะนึกถึงจิตรกรที่กำลังใช้พู่กันแต่งแต้มสีสันลงบนผืนผ้าใบ หรือเด็กๆ ที่โรงเรียนก็มักจะใช้พู่กันระบายสีในวิชาศิลปะ นอกจากนี้ ช่างทาสีก็ใช้พู่กันขนาดใหญ่ในการทาสีบ้าน ทาสีผนัง หรือแม้แต่การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ ก็อาจจะต้องใช้พู่กันขนาดเล็กเพื่อเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย ความหมายและการใช้งาน “Paintbrush” คือ อุปกรณ์ปลายแหลมที่ทำจากขนสัตว์หรือวัสดุสังเคราะห์ มักจะติดอยู่กับด้ามจับ ใช้สำหรับป้ายหรือเกลี่ยของเหลว เช่น สี น้ำมันหมึก หรือกาว ไปบนพื้นผิวต่างๆ การใช้งานหลักๆ คือการระบายสีในงานศิลปะ การทาสีในงานช่าง หรือการแต่งหน้า ตัวอย่างการใช้งาน “จิตรกรใช้ paintbrush อันเล็กเพื่อเก็บรายละเอียดบนภาพวาด” “คุณแม่ซื้อ paintbrush ชุดใหม่ให้ลูกชายไปใช้ที่โรงเรียน” “ช่างทาสีใช้ paintbrush ขนอ่อนเพื่อทาสีรองพื้นให้เรียบเนียน” บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Paintbrush”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *