"niece ” แปลว่า

คำว่า “niece” ในภาษาไทยแปลว่า “หลานสาว” ค่ะ เป็นคำที่ใช้เรียกบุตรสาวของพี่ชาย พี่สาว น้องชาย หรือน้องสาวของเรานั่นเอง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “หลานสาว” เพื่อกล่าวถึงลูกสาวของพี่น้องของเรา เช่น เวลาพูดคุยกับเพื่อน หรือญาติคนอื่นๆ ก็จะบอกว่า “นี่หลานสาวฉันเอง” หรือเวลาพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็จะใช้คำนี้เพื่อระบุว่าเป็นลูกของพี่หรือน้องของเรานั่นเองค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

Niece (นีส) หมายถึง บุตรสาวของพี่ชาย พี่สาว น้องชาย หรือน้องสาว

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “ลูกสาวของพี่ชายฉันเป็น niece ของฉัน” (บุตรสาวของพี่ชายฉันคือหลานสาวของฉัน)

2. “ฉันมี niece สองคน ทุกคนน่ารักมาก” (ฉันมีหลานสาวสองคน ทุกคนน่ารักมาก)

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า niece ถูกใช้ในบริบทของความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างอา/น้า/ลุง/ป้า กับบุตรสาวของพี่น้อง

🔷 FAQ SECTION

“Niece” กับ “Nephew” ต่างกันอย่างไร?

“Niece” หมายถึง หลานสาว (ลูกสาวของพี่/น้อง) ส่วน “Nephew” หมายถึง หลานชาย (ลูกชายของพี่/น้อง)

ถ้ามีพี่น้องหลายคน จะเรียก niece รวมๆ ได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้ว จะใช้คำว่า “nieces” (พหูพจน์) เพื่อกล่าวถึงหลานสาวหลายคนรวมกัน หรืออาจจะระบุชื่อของแต่ละคนไปเลยเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

Similar Posts

  • "Enjoying” แปลว่า

    คำว่า “Enjoying” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า กำลังเพลิดเพลิน, กำลังสนุกสนาน, กำลังมีความสุข หรือกำลังชอบกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในขณะนั้นๆ เป็นการบอกถึงสภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกดี มีความสุข หรือพึงพอใจกับกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Enjoying” เพื่อสื่อสารว่าเรากำลังมีความสุขกับอะไรบางอย่าง เช่น เมื่อไปเที่ยวทะเล เราอาจจะพูดว่า “I’m enjoying the beach” ซึ่งหมายความว่าเรากำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศชายหาด หรือเมื่อได้ทานอาหารอร่อยๆ ก็อาจจะบอกว่า “I’m enjoying this meal” เพื่อแสดงว่ากำลังมีความสุขกับรสชาติอาหารนั้นๆ มันเป็นการบอกเล่าความรู้สึกในเชิงบวกเกี่ยวกับประสบการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลานั้น Meaning & Usage คำว่า “Enjoying” มาจากกริยา “enjoy” ซึ่งหมายถึง การมีความสุข, การเพลิดเพลิน, การสนุกสนาน หรือการได้รับความพึงพอใจ “Enjoying” เป็นรูป Continuous Tense (Present Continuous) ของคำว่า “enjoy” ใช้เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด Examples…

  • "Keep” แปลว่า

    คำว่า “Keep” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “รักษา”, “เก็บรักษา”, “คงไว้”, หรือ “ดำรงไว้” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้บ่อยในหลากหลายสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Keep” ในความหมายของการเก็บสิ่งของไว้ เช่น “Keep this for me” (เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ฉันหน่อย) หรือการรักษาสภาพบางอย่างไว้ เช่น “Keep the door open” (เปิดประตูค้างไว้) หรือแม้แต่การรักษาความสัมพันธ์ เช่น “We want to keep in touch” (เราอยากจะติดต่อกันไว้) นอกจากนี้ยังใช้ในการบอกให้ใครบางคนสงบสติอารมณ์ หรือรักษาความลับ เช่น “Keep calm” (ใจเย็นๆ) หรือ “Keep it a secret” (เก็บเป็นความลับนะ) ความหมายและการใช้งาน “Keep” แปลว่า การรักษาไว้…

  • "Carry” แปลว่า

    คำว่า “Carry” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “แบก” หรือ “หิ้ว” ไปด้วย หมายถึงการนำพาบางสิ่งบางอย่างจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ คน หรือแม้กระทั่งความรับผิดชอบ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Carry” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเราถือกระเป๋าไปไหนมาไหน เราก็สามารถพูดได้ว่า “I carry my bag” หรือเมื่อเราต้องนำเอกสารสำคัญไปให้ใคร ก็จะบอกว่า “I need to carry these documents to the office” นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรับผิดชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น “He carries the responsibility for the project” ซึ่งหมายถึงเขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Carry” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท: แบก, หิ้ว, นำพา: ใช้กับการนำสิ่งของติดตัวไป เช่น “Can you…

  • "Division” แปลว่า

    คำว่า “Division” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การแบ่ง” หรือ “การแยกออกเป็นส่วนๆ” โดยสามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Division” ในหลายสถานการณ์ เช่น การแบ่งกลุ่มนักเรียนในชั้นเรียน การแบ่งแผนกในบริษัท หรือแม้แต่การแบ่งพื้นที่ในบ้าน การใช้คำนี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการที่สิ่งหนึ่งถูกทำให้แยกออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ หรือเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Division” หมายถึง การกระทำของการแบ่งแยก หรือส่วนที่ถูกแบ่งออกมา ในทางคณิตศาสตร์ หมายถึง การหาร ซึ่งเป็นการดำเนินการพื้นฐานอย่างหนึ่ง ส่วนในบริบททั่วไป หมายถึง การแบ่งออกเป็นกลุ่ม กอง หรือหน่วยย่อยๆ ตัวอย่างการใช้งาน ในบริษัท อาจมี “Sales Division” (แผนกขาย) หรือ “Marketing Division” (แผนกการตลาด) เพื่อแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน ในโรงเรียน อาจมีการแบ่งนักเรียนออกเป็น “Division A” และ “Division B” เพื่อจัดชั้นเรียนให้เหมาะสม บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Shocked” แปลว่า

    คำว่า “Shocked” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการตกใจอย่างมาก รู้สึกประหลาดใจจนทำอะไรไม่ถูก อาจเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ข่าวร้าย หรือเรื่องที่น่าตกใจจนรับไม่ได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Shocked” เมื่อเจอเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เช่น เห็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ได้ยินข่าวร้ายเกี่ยวกับเพื่อน หรือแม้กระทั่งเห็นผลการแข่งขันกีฬาที่พลิกความคาดหมายมากๆ ก็สามารถรู้สึก “Shocked” ได้เช่นกัน เป็นอาการที่แสดงออกถึงความรู้สึกที่รุนแรงและฉับพลัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shocked” สื่อถึงการถูกกระทบกระเทือนทางอารมณ์อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความรู้สึกตกใจ ประหลาดใจ หรือไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น อาจมีอาการทางร่างกายร่วมด้วย เช่น หน้าซีด ตัวสั่น หรือพูดไม่ออก ตัวอย่างการใช้งาน “I was shocked when I heard the news about the accident.” (ฉันตกใจมากเมื่อได้ยินข่าวอุบัติเหตุ) “She looked shocked after seeing her exam results.” (เธอมีสีหน้าตกใจหลังจากเห็นผลสอบของเธอ)…

  • "Distraction” แปลว่า

    คำว่า “Distraction” ในภาษาไทยหมายถึง สิ่งที่ทำให้เสียสมาธิ หรือสิ่งรบกวนสมาธิ เป็นสิ่งที่ดึงความสนใจของเราไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้เราไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “Distraction” ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นระหว่างกำลังทำงาน การแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ หรือแม้กระทั่งการพูดคุยกับคนอื่นที่เข้ามาขัดจังหวะ ก็ล้วนเป็น “Distraction” ที่ทำให้เราเสียสมาธิได้ทั้งสิ้น การรู้เท่าทัน “Distraction” เหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการกับมันได้ดีขึ้นและกลับมามีสมาธิกับสิ่งที่สำคัญได้เร็วขึ้น ความหมายและการใช้งาน Distraction คือ สิ่งใดก็ตามที่เบี่ยงเบนความสนใจของคุณไปจากสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ โดยทั่วไปแล้วอาจเป็นเสียงดัง, การแจ้งเตือนต่างๆ, หรือแม้แต่ความคิดที่เข้ามาในหัว ตัวอย่างการใช้งาน นักเรียนหลายคนพบว่าเสียงเพลงที่เปิดดังเกินไปเป็น Distraction เวลาอ่านหนังสือสอบ การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันบนมือถือเป็น Distraction ที่พบบ่อยในที่ทำงาน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Distraction มักถูกใช้ในบริบทของการเรียน การทำงาน หรือกิจกรรมที่ต้องการสมาธิสูง เพื่ออธิบายถึงอุปสรรคที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง Distraction คืออะไร? Distraction คือ สิ่งที่ทำให้เสียสมาธิ หรือสิ่งรบกวนสมาธิ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ ทำไม Distraction ถึงส่งผลต่อการทำงาน? Distraction ทำให้เราต้องเสียเวลาและพลังงานในการดึงสมาธิกลับมาที่งานเดิม ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *