"Delete” แปลว่า

คำว่า “Delete” เป็นคำภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วจะมีความหมายว่า “ลบ” หรือ “กำจัดออกไป” โดยเป็นการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไปหรือไม่ปรากฏให้เห็นอีกต่อไป

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Delete” เพื่อสื่อถึงการลบข้อมูลต่างๆ เช่น การลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ การลบรูปภาพในโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งการลบข้อความแชทที่ไม่ต้องการแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทของการลบสิ่งที่ไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัลได้เช่นกัน เช่น การลบชื่อออกจากรายชื่อ หรือการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมออกจากโพสต์

ความหมายและการใช้งาน

“Delete” หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไปหรือไม่คงอยู่ต่อไป การใช้งานมักจะเกี่ยวข้องกับการกำจัดข้อมูล หรือสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “ฉันต้อง delete ไฟล์เอกสารเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วออกไป เพื่อให้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ว่างขึ้น”
  • “ถ้าคุณไม่ชอบรูปนี้ คุณสามารถ delete มันทิ้งได้เลย”
  • “เขา delete ข้อความที่ส่งไปผิดทันทีที่รู้ตัว”

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Delete” มักถูกใช้ในบริบทของเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ เช่น การลบไฟล์, ลบอีเมล, ลบข้อมูลในฐานข้อมูล หรือการลบแอปพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม ก็สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ทั่วไปได้เช่นกัน เช่น การลบรายการออกจากตาราง หรือการลบชื่อออกจากรายชื่อผู้ติดต่อ

Delete หมายถึงอะไร?

Delete หมายถึง การลบ การกำจัด หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไป

เราใช้คำว่า Delete บ่อยแค่ไหนในชีวิตประจำวัน?

เราใช้คำว่า Delete บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลดิจิทัล เช่น ลบไฟล์ ลบรูปภาพ หรือลบข้อความ

มีคำไทยคำไหนที่ใช้แทน Delete ได้บ้าง?

คำไทยที่ใช้แทน Delete ได้ เช่น “ลบ”, “กำจัด”, “เอาออก” ซึ่งความเหมาะสมในการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค

Similar Posts

  • "Shes” แปลว่า

    คำว่า “She’s” เป็นคำย่อ (contraction) ในภาษาอังกฤษที่มาจาก “She is” หรือ “She has” ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันไปตามบริบทที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “She’s” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป ทั้งการพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือการอ่านบทความต่างๆ โดยผู้พูดมักจะใช้เพื่อความกระชับและเป็นธรรมชาติในการสื่อสาร เช่น เมื่อต้องการบอกว่าใครบางคนกำลังทำอะไรอยู่ หรือมีคุณสมบัติอย่างไร ความหมายและการใช้งาน “She’s” สามารถย่อมาจาก “She is” เพื่อใช้กล่าวถึงสถานะ คุณสมบัติ หรือการกระทำในปัจจุบันของบุคคลที่เป็นเพศหญิง หรือ “She has” เพื่อใช้กล่าวถึงการมีอยู่ของบางสิ่งบางอย่าง หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีตและส่งผลถึงปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งาน She’s a doctor. (เธอเป็นหมอ) – ย่อมาจาก She is She’s very kind. (เธอใจดีมาก) – ย่อมาจาก She is She’s going to the…

  • "Steady” แปลว่า

    คำว่า “Steady” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “มั่นคง”, “สม่ำเสมอ”, “ไม่เปลี่ยนแปลง” หรือ “คงที่” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่ไม่ค่อยมีความผันผวน หรือมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Steady” ในบริบทที่หลากหลายครับ เช่น เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่มั่นคง ไม่หวือหวาแต่มีความแน่นอน หรือเมื่อพูดถึงผลการดำเนินงานที่คงที่ ไม่ขึ้นๆ ลงๆ มากนัก บางครั้งก็ใช้กับการอธิบายถึงการเคลื่อนไหวที่นิ่ง ไม่สั่นคลอน หรือการทำงานที่ต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Steady” สื่อถึงสภาวะที่คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์: Steady relationship หมายถึง ความสัมพันธ์ที่มั่นคง จริงจัง ไม่ใช่แค่คบเล่นๆ ผลลัพธ์/ประสิทธิภาพ: Steady income หมายถึง รายได้ที่คงที่ สม่ำเสมอ ไม่ขาดตอน หรือ steady growth หมายถึง การเติบโตที่ต่อเนื่อง การเคลื่อนไหว: Steady…

  • "Proactive” แปลว่า

    คำว่า “Proactive” แปลว่า การดำเนินการเชิงรุก การคิดและลงมือก่อนที่จะเกิดปัญหา หรือการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้า แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ไข เป็นการมองการณ์ไกลและมีความคิดริเริ่มที่จะจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Proactive” ในหลายบริบท เช่น ในการทำงาน หากเราเป็นพนักงานที่ “Proactive” หมายถึงเราจะไม่ได้แค่รอรับคำสั่ง แต่จะมองหาว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง หรือมีอะไรที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก แล้วลงมือทำด้วยตัวเองก่อนที่จะมีใครมาบอก หรือก่อนที่งานจะเกิดปัญหา ในครอบครัว การเป็น “Proactive” อาจหมายถึงการวางแผนการเงินล่วงหน้าเพื่ออนาคต การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรค หรือการพูดคุยกับลูกหลานเพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่มันจะบานปลาย ความหมายและการใช้งาน “Proactive” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายลักษณะของการกระทำ การคิด หรือการวางแผน ที่เป็นการริเริ่มและดำเนินการล่วงหน้าเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหา รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ เป็นการตรงข้ามกับการเป็น “Reactive” ซึ่งหมายถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ตัวอย่างการใช้งาน การทำงาน: “หัวหน้าต้องการให้ทุกคนทำงานแบบ Proactive มากขึ้น คือให้คิดล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง แล้วหาทางป้องกันไว้ก่อน” สุขภาพ: “การตรวจสุขภาพประจำปี ถือเป็นการดูแลสุขภาพแบบ Proactive ที่ช่วยให้เราทราบความผิดปกติของร่างกายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ” การเรียน: “นักเรียนที่ Proactive…

  • "Clam” แปลว่า

    คำว่า “Clam” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง หอยชนิดหนึ่งที่มีเปลือกแข็งสองฝาประกบกัน มักอาศัยอยู่ในทะเลหรือน้ำกร่อย เป็นสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลังและมีอวัยวะภายในที่อ่อนนุ่ม หอย clam หลายชนิดถูกนำมาบริโภคเป็นอาหาร และบางชนิดก็มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Clam” หรือเห็นภาพของหอยชนิดนี้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาไปรับประทานอาหารทะเลที่ร้านอาหาร ซึ่งเมนูอาจจะมี “Clam Chowder” (ซุปหอยลาย) หรือ “Steamed Clams” (หอยลายอบ) นอกจากนี้ ในบางวัฒนธรรม หอย clam ยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตริมทะเล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Clam” เป็นคำนาม หมายถึง หอยสองฝาที่พบได้ทั่วไป มีเปลือกที่แข็งแรงใช้ป้องกันตัว อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลหรือตามชายหาด หลายชนิดสามารถขุดรูอยู่ใต้ทรายได้ หอย clam มีหลากหลายสายพันธุ์ บางชนิดมีขนาดเล็ก บางชนิดมีขนาดใหญ่กว่า ตัวอย่างการใช้งาน “เราไปทะเลกันไหม วันนี้อยากกินหอยลายเผา” (ในบริบทนี้ “หอยลาย” คือ Clam ชนิดหนึ่ง) “ร้านอาหารนี้มีเมนู Clam Chowder…

  • "Extras” แปลว่า

    คำว่า “Extras” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกสิ่งของหรือบุคคลที่เกินกว่าความจำเป็นหลัก หรือเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมที่ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว “Extras” จะหมายถึงสิ่งที่มีเพิ่มเข้ามาเพื่อความสะดวกสบาย ความสวยงาม หรือเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่ไม่ใช่ส่วนที่ขาดไม่ได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอคำว่า “Extras” ในหลายบริบท เช่น เวลาสั่งอาหาร อาจมีตัวเลือกให้เพิ่ม “Extras” เช่น เพิ่มชีส เพิ่มเห็ด หรือเมื่อซื้อสินค้าบางอย่าง อาจมี “Extras” แถมมาให้ เช่น เคสโทรศัพท์แถมฟิล์มกันรอย หรือเมื่อพูดถึงภาพยนตร์ อาจหมายถึงฉากพิเศษหรือเบื้องหลังที่ไม่ได้อยู่ในเวอร์ชันหลักที่ฉายในโรงภาพยนตร์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Extras” ในภาษาไทยสามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “ส่วนเสริม”, “ส่วนเพิ่ม”, “ของแถม”, “พิเศษ” หรือ “เพิ่มเติม” โดยจะใช้เรียกสิ่งที่ไม่ใช่ส่วนประกอบหลัก แต่มีไว้เพื่อเสริมให้สมบูรณ์ขึ้น น่าสนใจขึ้น หรือสะดวกสบายขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน อาหาร: เวลาสั่งพิซซ่า อาจมีตัวเลือกให้เพิ่ม “Extras” เช่น เพิ่มไส้กรอก, เพิ่มผักโขม สินค้า: ซื้อกล้องถ่ายรูปมาพร้อมกับ…

  • "Cheapness” แปลว่า

    คำว่า “Cheapness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สภาพหรือลักษณะของการมีราคาถูก หรือการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีต้นทุนต่ำ ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อหาได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก เป็นคุณสมบัติที่เกี่ยวกับราคาเป็นหลัก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cheapness” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจับจ่ายซื้อของ การเปรียบเทียบราคาสินค้า หรือการพิจารณาถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป บางครั้งอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าทำไมบางสิ่งถึงเป็นที่นิยม หรือทำไมบางอย่างถึงมีคุณภาพไม่สูงนัก เพราะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cheapness” สื่อถึง “ความถูก” หรือ “ราคาถูก” เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกถึงมูลค่าที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับสินค้าหรือบริการอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน หรือเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ อาจหมายถึงราคาที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป หรือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อสำหรับบางกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินคนพูดว่า “The cheapness of this brand makes it popular.” ซึ่งแปลว่า “ความถูกของแบรนด์นี้ทำให้เป็นที่นิยม” หรือ “We appreciated the cheapness of the hotel, though the quality was basic.” แปลว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *