"Marked” แปลว่า

คำว่า “Marked” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกทำเครื่องหมาย” หรือ “มีรอย” ค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและในเชิงเปรียบเทียบ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำนี้บ่อยๆ ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการทำเครื่องหมายบนเอกสารเพื่อเน้นย้ำ หรือเมื่อสิ่งของมีรอยขีดข่วน หรือแม้กระทั่งในเชิงนามธรรม เช่น เมื่อคนๆ หนึ่งถูกมองว่ามีความพิเศษหรือแตกต่างจากคนอื่น ก็อาจจะใช้คำว่า “marked” เพื่ออธิบายได้ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Marked” หมายถึง การมีสัญลักษณ์ รอย หรือเครื่องหมายปรากฏอยู่บนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็นรอยที่เกิดจากการเขียน การขีด การประทับตรา หรือแม้กระทั่งรอยตำหนิที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือจากการใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อบ่งบอกถึงลักษณะพิเศษ ความโดดเด่น หรือความแตกต่างที่ทำให้ใครบางคนหรือบางสิ่งถูกจดจำหรือสังเกตเห็นได้ง่าย

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ในความหมายตรงตัว: “The book was marked with a red pen.” (หนังสือเล่มนั้นถูกทำเครื่องหมายด้วยปากกาสีแดง)
  • ในเชิงเปรียบเทียบ: “He was marked for greatness.” (เขาถูกลิขิตมาเพื่อความยิ่งใหญ่)
  • เกี่ยวกับรอยตำหนิ: “The old table had a marked surface from years of use.” (โต๊ะตัวเก่ามีพื้นผิวเป็นรอยจากการใช้งานมาหลายปี)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Marked” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงการมีอยู่ของบางสิ่งบางอย่างที่สามารถมองเห็นหรือรับรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยทางกายภาพ หรือลักษณะที่ทำให้แตกต่างโดดเด่นออกมาจากสิ่งอื่น ในบางครั้งอาจหมายถึงการถูกกำหนดหรือเลือกไว้แล้วสำหรับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง.

🔷 FAQ SECTION

“Marked” แปลว่าอะไรได้บ้าง?

โดยทั่วไป “Marked” แปลว่า “ถูกทำเครื่องหมาย” หรือ “มีรอย” ค่ะ แต่ก็สามารถมีความหมายอื่นได้ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “โดดเด่น” หรือ “ถูกกำหนดไว้แล้ว”

ใช้คำว่า “Marked” ในประโยคอย่างไร?

คุณสามารถใช้ “Marked” เพื่ออธิบายสิ่งของที่มีรอย เช่น “The box is marked.” (กล่องมีรอย) หรือใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น “She has a marked talent for music.” (เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีที่โดดเด่น)

Similar Posts

  • "Fear” แปลว่า

    คำว่า “Fear” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกหวาดกลัว ความวิตกกังวล หรือความตื่นตระหนกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจเป็นอันตราย หรือสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย เป็นอารมณ์พื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่รู้สึกว่าคุกคามความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Fear” หรือ “ความกลัว” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาดูหนังผี ก็อาจจะรู้สึก “Fear” หรือกลัวจนต้องหลับตา หรือเวลาต้องนำเสนองานหน้าคนเยอะๆ บางคนก็อาจจะเกิดอาการ “Fear” หรือประหม่าได้ นอกจากนี้ ความกลัวยังอาจเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือการคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น กลัวความล้มเหลว กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือกลัวการสูญเสีย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fear” หมายถึง อารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ากำลังจะเผชิญกับอันตราย หรือสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก ตัวสั่น หรือปฏิกิริยาทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ การใช้งานในชีวิตประจำวันมักจะสื่อถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความ “Fear” เมื่อเห็นสุนัขตัวใหญ่ นักปีนเขาต้องเอาชนะ “Fear” ของความสูงเพื่อพิชิตยอดเขา…

  • "Territory” แปลว่า

    คำว่า “Territory” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยรวมแล้วหมายถึง “อาณาเขต” หรือ “พื้นที่ที่ถูกควบคุมหรือเป็นเจ้าของ” ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ การปกครอง หรือแม้แต่พื้นที่ทางนามธรรม เช่น อาณาเขตทางความคิด หรืออาณาเขตทางธุรกิจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Territory” ในหลายสถานการณ์ เช่น สัตว์ป่าอาจมี “territory” ของตัวเองที่หวงแหนไม่ให้สัตว์อื่นเข้ามา หรือในแง่ธุรกิจ บริษัทต่างๆ ก็อาจมี “territory” การขายของตัวเองที่แบ่งกันดูแล หรือแม้แต่ในเกม ผู้เล่นก็อาจจะต้องยึด “territory” ของฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้ได้เปรียบ ความหมายและการใช้งาน “Territory” หมายถึง พื้นที่ที่ถูกกำหนดขอบเขตและอยู่ภายใต้การควบคุม การเป็นเจ้าของ หรือการอ้างสิทธิ์ของบุคคล กลุ่ม หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ความหมายหลักๆ ที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่: อาณาเขตทางภูมิศาสตร์: พื้นที่ดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐ ประเทศ หรือเขตการปกครองต่างๆ เช่น “ประเทศไทยมี territory ของตนเอง” พื้นที่ครอบครอง: พื้นที่ที่สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใช้เป็นที่อยู่อาศัย หาอาหาร หรือสืบพันธุ์ และมักจะหวงแหนไม่ให้ผู้บุกรุกเข้ามา…

  • "Retained” แปลว่า

    คำว่า “Retained” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การเก็บรักษาไว้, การสงวนไว้, หรือการคงสภาพเดิมไว้ ไม่ให้สูญเสียหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในบริบทต่างๆ ความหมายอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่แก่นหลักคือการรักษาบางสิ่งบางอย่างให้อยู่ในสถานะเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Retained” ในหลายสถานการณ์ เช่น บริษัทอาจจะต้องการ “Retained” ลูกค้าเก่าไว้ หรือข้อมูลบางอย่างอาจจะถูก “Retained” ไว้เพื่อการอ้างอิงในอนาคต หรือแม้กระทั่งในทางการแพทย์ หมายถึงการรักษาบางอย่างไว้ในร่างกาย เช่น การ “Retained” น้ำ หรือสารอาหารบางชนิด เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Retained” แปลว่า การเก็บรักษา, การสงวนไว้, การคงไว้, การยึดไว้ ตัวอย่าง Retained Earnings: กำไรสะสมของบริษัทที่ยังไม่ได้จ่ายออกไปในรูปของเงินปันผล Customer Retention: กลยุทธ์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ Information Retained: ข้อมูลที่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อใช้อ้างอิง บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Retained” มักพบในบริบททางธุรกิจ การเงิน การตลาด และเทคโนโลยี เพื่อสื่อถึงการรักษาไว้ซึ่งสิ่งสำคัญต่างๆ เช่น…

  • "Brides” แปลว่า

    คำว่า “Brides” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เจ้าสาว” หลายคน หรือ “หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบริบทของการใช้คำนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพิธีการแต่งงาน หรือการเตรียมตัวก่อนวันแต่งงาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Brides” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการเตรียมงานแต่งงานที่มีเจ้าสาวหลายคนมารวมตัวกัน หรือเมื่อพูดถึงคอลเลกชันชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาวในปีนั้นๆ หรือแม้กระทั่งในร้านขายชุดแต่งงานที่อาจจะมีหลายห้องสำหรับเจ้าสาวแต่ละคนมาลองชุด คำนี้จึงสื่อถึงความเป็นกลุ่มของเจ้าสาว หรือการกล่าวถึงเจ้าสาวในภาพรวม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Brides” มาจากคำว่า “Bride” ซึ่งแปลว่า “เจ้าสาว” เมื่อเติม “s” เข้าไป จะกลายเป็นรูปพหูพจน์ หมายถึง เจ้าสาวมากกว่าหนึ่งคน การใช้งานจะเน้นไปที่การกล่าวถึงกลุ่มของเจ้าสาว ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของจำนวน หรือในเชิงของการรวมกลุ่มเพื่อกิจกรรมบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นคำว่า “Brides” ในประโยคเช่น “The bridal shop has a special sale for all Brides this month.” (ร้านชุดแต่งงานมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเจ้าสาวทุกท่านในเดือนนี้) หรือ “The…

  • "Pin” แปลว่า

    คำว่า “Pin” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การปัก การติด หรือการยึดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับที่ เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่หรือหล่นหายไป ในบริบททั่วไป เราอาจเห็นการใช้ “Pin” ในความหมายของการใช้เข็มกลัดปักเสื้อ ปักผ้า หรือติดกระดาษเข้ากับบอร์ด หรือแม้แต่การใช้หมุดปักแผนที่เพื่อระบุตำแหน่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pin” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราไปเที่ยวแล้วอยากจะปักหมุด (Pin) ตำแหน่งร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจลงบนแผนที่ในแอปพลิเคชัน หรือเวลาที่เราเจอโพสต์ที่ชอบมากๆ ในโซเชียลมีเดีย เราก็อาจจะ “Pin” โพสต์นั้นไว้ที่ด้านบนสุดของหน้าโปรไฟล์ของเรา เพื่อให้เห็นได้ง่าย หรือในบางกรณี การ “Pin” อาจหมายถึงการล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยการใส่รหัส PIN (Personal Identification Number) ซึ่งเป็นตัวเลขส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน ความหมายและการใช้งาน “Pin” หมายถึง การปัก การติด หรือการยึดให้แน่น โดยทั่วไปใช้กับวัตถุขนาดเล็กที่ใช้ยึดสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือใช้เพื่อแสดงตำแหน่ง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันใช้หมุดปัก (Pin) รูปภาพนี้ไว้บนกระดานข่าว” “อย่าลืมปักหมุด (Pin) ตำแหน่งบ้านไว้บน Google…

  • "Table” แปลว่า

    คำว่า “Table” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “โต๊ะ” ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับวางสิ่งของ ทำกิจกรรมต่างๆ หรือเป็นที่สำหรับรับประทานอาหาร นอกจากนี้ “Table” ยังสามารถหมายถึง “ตาราง” ซึ่งเป็นการจัดเรียงข้อมูลเป็นแถวและคอลัมน์เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและทำความเข้าใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Table” ในหลากหลายบริบท เช่น เมื่อเราไปร้านอาหาร พนักงานอาจจะถามว่า “Would you like a table for two?” ซึ่งหมายถึง “ต้องการโต๊ะสำหรับสองท่านหรือไม่” หรือในสำนักงาน เราอาจจะเห็น “meeting table” (โต๊ะประชุม) หรือ “desk table” (โต๊ะทำงาน) สำหรับ “ตาราง” เราอาจจะเห็น “timetable” (ตารางเวลา) ของรถไฟหรือรถประจำทาง หรือ “table of contents” (สารบัญ) ในหนังสือ ความหมายและการใช้งาน “Table” มีความหมายหลักสองอย่าง คือ “โต๊ะ”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *