"Late” แปลว่า

คำว่า “Late” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บอกถึงการมาสาย การทำอะไรล่าช้า หรือการเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปแล้ว “Late” จะสื่อถึงการไม่ตรงต่อเวลา หรือเกิดหลังจากเวลาที่คาดหวังหรือวางแผนไว้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Late” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนมาถึงนัดหมายช้ากว่าเวลาที่ตกลงกันไว้ เราอาจจะบอกว่า “She’s late” หรือถ้าเราต้องส่งงานแต่ทำไม่ทันกำหนด เราก็อาจจะบอกว่า “I’m going to be late with the report” นอกจากนี้ยังใช้กับการเดินทาง เช่น รถไฟหรือเครื่องบินที่ออกเดินทางล่าช้า หรือแม้กระทั่งกับการแจ้งข่าวที่มาถึงหลังจากเหตุการณ์นั้นๆ ผ่านไปแล้ว

ความหมายและการใช้งาน

“Late” หมายถึง การมาถึง, การทำเสร็จ, หรือการเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่เหมาะสม, ที่กำหนดไว้, หรือที่คาดหวังไว้

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Meeting is running late. (การประชุมกำลังจะล่าช้า)
  • He arrived late for the movie. (เขามาถึงหนังสาย)
  • Don’t be late for school. (อย่ามาโรงเรียนสาย)
  • It’s too late to apologize. (สายเกินไปที่จะขอโทษ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Late” มักถูกใช้ในบริบทของการนัดหมาย, การทำงาน, การเดินทาง, และสถานการณ์ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับเวลา

🔷 FAQ SECTION

“Late” ต่างจาก “delayed” อย่างไร?

“Late” มักจะหมายถึงการมาถึงหรือเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ในขณะที่ “delayed” มักจะใช้กับการที่บางสิ่งบางอย่าง (เช่น การเดินทาง) ถูกทำให้ล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม

ถ้ามีคนบอกว่า “I’m late” หมายความว่าอะไร?

หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังจะมาถึงช้ากว่าเวลาที่นัดหมายไว้ หรือกำลังจะทำบางสิ่งบางอย่างล่าช้ากว่ากำหนด

Similar Posts

  • "Keeping” แปลว่า

    คำว่า “Keeping” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “การรักษาไว้”, “การเก็บรักษา”, “การคงไว้” หรือ “การดำเนินต่อไป” ซึ่งเป็นคำกริยาที่ใช้ในหลากหลายบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Keeping” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น การ “keeping in touch” ที่หมายถึงการติดต่อพูดคุยกันอยู่เสมอ หรือ “keeping a secret” ที่แปลว่าการเก็บความลับไว้ การ “keeping good health” ก็คือการรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ หรือแม้กระทั่ง “keeping my room clean” ที่หมายถึงการรักษาความสะอาดในห้องของเรา เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Keeping” เป็นรูปกริยาเติม -ing ของคำว่า “keep” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม การเก็บไว้ไม่ให้หายไป หรือการดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน Keeping in touch:…

  • "Genres” แปลว่า

    คำว่า “Genres” (เจเนอร์ส) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกหมวดหมู่หรือประเภทของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ เพลง หรือสื่อบันเทิงต่างๆ มันช่วยให้เราสามารถจัดกลุ่มและจำแนกผลงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Genres” อยู่บ่อยๆ เวลาที่เราเลือกดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ เช่น เวลาไปร้านหนังสือ เราอาจจะเห็นโซนหนังสือแบ่งตาม Genres ต่างๆ เช่น นิยายรัก นิยายวิทยาศาสตร์ หนังสือพัฒนาตนเอง หรือเวลาจะเลือกดูหนังบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เราก็มักจะเห็นการจัดหมวดหมู่เป็น Genres เช่น แอ็คชั่น คอมเมดี้ สยองขวัญ หรือสารคดี การเข้าใจ Genres ช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่ตรงกับความสนใจของเราได้รวดเร็วขึ้น และยังช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน Genres หมายถึง ประเภท หรือหมวดหมู่ของผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ที่มีลักษณะเด่นร่วมกัน การแบ่ง Genres ช่วยให้สามารถจัดระเบียบและทำความเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ในวงการภาพยนตร์ เรามี Genres อย่าง “แอ็คชั่น” ที่เน้นฉากต่อสู้ระทึกขวัญ,…

  • "Delay” แปลว่า

    คำว่า “Delay” (ดีเลย์) เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทย หมายถึง การล่าช้า, การเลื่อนเวลา, หรือการทำให้เกิดความล่าช้าออกไป มักใช้ในสถานการณ์ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สามารถดำเนินไปตามกำหนดเวลาเดิมได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Delay” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีการประกาศว่าเที่ยวบินจะ “Delay” ผู้โดยสารก็จะทราบว่าเที่ยวบินนั้นจะออกเดินทางล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ หรือในการประชุม หากมีผู้เข้าร่วมบางคนยังมาไม่ถึง อาจมีการกล่าวว่า “ขอ Delay การประชุมไปก่อน” เพื่อรอให้ทุกคนพร้อมก่อนเริ่ม หรือแม้แต่ในเกมออนไลน์ หากอินเทอร์เน็ตมีปัญหา อาจเกิดอาการ “Lag” หรือ “Delay” ทำให้การควบคุมตัวละครในเกมไม่ลื่นไหล ความหมายและการใช้งาน “Delay” ในภาษาไทยหมายถึง การทำให้ล่าช้า หรือการล่าช้าออกไป สามารถใช้ได้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตัวอย่างการใช้งาน “เที่ยวบินของเราถูก Delay ไป 2 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย” “เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ทำให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต้อง Delay ออกไปก่อน” “อย่า Delay การตัดสินใจนานเกินไปนะ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Delay”…

  • "Thru” แปลว่า

    คำว่า “Thru” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทย หมายถึง “ผ่าน” หรือ “ตลอด” โดยสื่อถึงการเดินทางไปถึงจุดหมาย การผ่านช่วงเวลา หรือการกระทำบางสิ่งบางอย่างจนสำเร็จลุล่วง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Thru” ถูกนำมาใช้ในบริบทต่างๆ เช่น การแจ้งเส้นทางการเดินทาง “ถนนเส้นนี้จะพาคุณ Thru เมืองไปได้เร็วขึ้น” หรือในการสื่อสารเรื่องเวลา “เราจะประชุมกัน Thru ทั้งวัน” นอกจากนี้ยังอาจพบเห็นในป้ายต่างๆ หรือในการสื่อสารที่ต้องการความกระชับและทันสมัย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Thru” มีความหมายหลักคือ “ผ่าน” ซึ่งสามารถตีความได้หลายแง่มุม เช่น การผ่านสถานที่ การผ่านอุปสรรค หรือการผ่านช่วงเวลาหนึ่งๆ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “ตลอด” หรือ “จนกระทั่ง” โดยเน้นถึงความต่อเนื่องหรือความครบถ้วน ตัวอย่างการใช้งาน ในภาษาพูดหรือข้อความสั้นๆ เราอาจใช้ “Thru” แทนคำว่า “ผ่าน” หรือ “ตลอด” เช่น “ขับรถ Thru ทางด่วน” หมายถึง ขับรถผ่านทางด่วน หรือ…

  • "Sincere” แปลว่า

    คำว่า “Sincere” (ซินเซียร์) เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง จริงใจ, ซื่อสัตย์, ตรงไปตรงมา, ไม่เสแสร้ง หรือแสดงความรู้สึกอย่างแท้จริง โดยไม่มีการปรุงแต่งหรือหลอกลวง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Sincere” เพื่ออธิบายถึงความรู้สึกหรือการกระทำที่มาจากใจจริง เช่น เมื่อมีคนกล่าวคำขอโทษอย่าง Sincere เราก็จะรับรู้ได้ว่าเขาสำนึกผิดจริงๆ หรือเมื่อได้รับคำแนะนำที่ Sincere ก็จะรู้สึกได้ว่าผู้ให้คำแนะนำหวังดีต่อเราจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง ความหมายและการใช้งาน “Sincere” บ่งบอกถึงความรู้สึกหรือทัศนคติที่แท้จริง ไม่ใช่การเสแสร้งหรือการแสดงออกเพียงเปลือกนอก เป็นการสื่อสารที่มาจากความรู้สึกข้างในอย่างบริสุทธิ์ใจ ตัวอย่างการใช้งาน “He offered his sincere apologies for being late.” (เขาได้กล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจสำหรับการมาสาย) “Her smile looked very sincere.” (รอยยิ้มของเธอดูจริงใจมาก) “We appreciate your sincere efforts to help us.” (เราขอขอบคุณสำหรับความพยายามอย่างจริงใจของคุณในการช่วยเหลือเรา) บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "Arrived” แปลว่า

    คำว่า “Arrived” เป็นคำกริยาช่องที่ 2 ของคำว่า “Arrive” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า “มาถึง” หรือ “ถึงที่หมาย” แล้ว เป็นการบอกว่าบุคคลหรือสิ่งของได้เดินทางไปถึงสถานที่ที่ตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Arrived” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังรอใครสักคนหรือรอของที่ส่งมา เราอาจจะถามว่า “Are they arrived yet?” (พวกเขามาถึงหรือยัง?) หรือเมื่อมีคนมาถึงบ้านเรา เราก็อาจจะพูดว่า “They have arrived safely.” (พวกเขามาถึงอย่างปลอดภัย) หรือในการเดินทาง หากเครื่องบินลงจอดที่สนามบินปลายทางแล้ว ก็จะมีการประกาศว่า “The flight has arrived.” (เที่ยวบินได้มาถึงแล้ว) เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Arrived” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าการเดินทางได้สิ้นสุดลงแล้ว และผู้เดินทางหรือสิ่งของได้ไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว โดยมักจะใช้ในรูปของ Past Tense หรือ Present Perfect Tense เพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นไปแล้ว ตัวอย่าง The…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *