"Tolerance” แปลว่า

คำว่า “Tolerance” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ความอดทน” หรือ “การยอมรับความแตกต่าง” ค่ะ เป็นความสามารถในการอดทนต่อสิ่งที่ไม่ชอบ สิ่งที่แตกต่าง หรือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ โดยไม่แสดงปฏิกิริยาเชิงลบออกมา หรือการยอมรับว่าผู้อื่นมีความคิด ความเชื่อ หรือการปฏิบัติตนที่แตกต่างจากเราได้

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Tolerance” หรือความหมายของมันในหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น ในการทำงาน เราอาจต้องมีความ Tolerance ต่อเพื่อนร่วมงานที่มีสไตล์การทำงานต่างจากเรา หรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่เราก็ยังคงทำงานร่วมกันได้ หรือในการอยู่ร่วมกันในสังคม เราต้องยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศสภาพ การมีความ Tolerance ช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและสร้างสรรค์มากขึ้นค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Tolerance” หมายถึง ความอดทน ความทนทาน หรือการยอมรับความแตกต่าง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในบริบทของการทนต่อสิ่งกระตุ้นทางกายภาพ เช่น ความร้อน หรือในบริบททางสังคมและจิตใจ เช่น การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง

ตัวอย่างการใช้งาน

1. **ด้านสังคม:** “การมีความ Tolerance ต่อความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมประชาธิปไตย” (Having Tolerance for differing opinions is important in building a democratic society.)

2. **ด้านร่างกาย:** “ร่างกายของแต่ละคนมีความ Tolerance ต่อยาบางชนิดไม่เท่ากัน” (Each person’s body has a different Tolerance to certain medications.)

3. **ด้านจิตใจ:** “เขาแสดงความ Tolerance ต่อคำวิจารณ์อย่างใจเย็น” (He showed Tolerance towards criticism calmly.)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Tolerance” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกันในสังคม การยอมรับความหลากหลาย การจัดการกับความขัดแย้ง และในทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายหรือระบบต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก

“Tolerance” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Tolerance” แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทค่ะ ความหมายหลักๆ คือ “ความอดทน” และ “การยอมรับความแตกต่าง” ค่ะ

เราใช้คำว่า “Tolerance” ในชีวิตประจำวันอย่างไร?

เราใช้ “Tolerance” ในการอธิบายถึงการยอมรับความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน การอยู่ร่วมกับผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย หรือการที่ร่างกายทนต่อสภาวะบางอย่างได้ค่ะ

“Tolerance” เกี่ยวข้องกับ “ความอดทน” อย่างไร?

“Tolerance” มีความหมายใกล้เคียงกับ “ความอดทน” ในแง่ของการสามารถทนต่อสิ่งที่ไม่ชอบหรือไม่พอใจได้ แต่ “Tolerance” ยังรวมถึงการยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่นด้วยค่ะ

Similar Posts

  • "Addition” แปลว่า

    “Addition” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “การบวก” หรือ “การเพิ่ม” ในภาษาไทย หมายถึง การนำจำนวนสองจำนวนหรือมากกว่ามารวมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนที่มากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Addition” หรือการบวกอยู่เสมอ เช่น เมื่อเราไปซื้อของที่ร้านค้า พนักงานจะทำการบวกราคาสินค้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน หรือเมื่อคุณมีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วได้รับเงินเพิ่มอีก คุณก็กำลังทำการบวกเงินเพิ่มเข้าไปในเงินที่มีอยู่แล้ว การบวกเป็นพื้นฐานสำคัญของการคำนวณที่พบเจอได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณเงิน การนับสิ่งของ หรือการวางแผนต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Addition” หมายถึง การกระทำของการรวมจำนวนเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปแล้วจะใช้สัญลักษณ์ “+” เพื่อแสดงถึงการบวก การใช้งานคำนี้สามารถพบได้ทั้งในบริบททางคณิตศาสตร์และในสถานการณ์ทั่วไปที่ต้องการสื่อถึงการเพิ่มพูนหรือการรวมสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้ “Addition” ในประโยค: “The addition of sugar made the tea sweeter.” (การเติมน้ำตาลลงไปทำให้ชารสหวานขึ้น) “We need to calculate the addition of all the expenses.” (เราต้องคำนวณผลรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมด)…

  • "Morally” แปลว่า

    คำว่า “Morally” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การกระทำที่ถูกต้องตามหลักศีลธรรม จริยธรรม หรือคุณธรรม เป็นการแสดงออกถึงความดีงาม ความถูกต้อง และความเหมาะสมตามบรรทัดฐานทางสังคมหรือศาสนา เมื่อเราพูดถึงการกระทำที่ “Morally” ถูกต้อง หมายถึง การกระทำนั้นไม่ได้ละเมิดหลักการทางศีลธรรมที่สังคมยอมรับ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่อง “Morally” ในบริบทต่างๆ เช่น การตัดสินใจที่ยากลำบากที่ต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการ หรือเมื่อพูดถึงพฤติกรรมของบุคคลที่แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความเมตตา การกระทำที่ “Morally” ดี มักจะได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับในสังคม ในทางกลับกัน การกระทำที่ผิดศีลธรรม หรือ “Immorally” อาจนำไปสู่ผลเสียต่อตนเองและผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Morally” เป็นคำวิเศษณ์ (Adverb) ที่ขยายกริยา หรือคำคุณศัพท์ เพื่อบอกถึงลักษณะของการกระทำที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม หรือหลักการความถูกต้องตามคุณธรรม ตัวอย่างการใช้งาน 1. He made a morally difficult decision. (เขาตัดสินใจที่ยากลำบากในทางศีลธรรม) 2. The company claims…

  • "Daily” แปลว่า

    คำว่า “Daily” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” เป็นคำที่บอกถึงความถี่ของการเกิดขึ้นหรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Daily” ในหลายบริบท เช่น ข่าวสารประจำวัน (Daily News), กิจวัตรประจำวัน (Daily Routine) หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวัน เช่น ครีมบำรุงผิวประจำวัน (Daily Moisturizer) การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ความหมายและการใช้งาน “Daily” แปลตรงตัวว่า “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความถี่ของการกระทำ เหตุการณ์ หรือสิ่งของที่เกิดขึ้น เป็นประจำในแต่ละวัน ตัวอย่างการใช้งาน Daily News: ข่าวประจำวัน Daily Routine: กิจวัตรประจำวัน Daily Dose: ปริมาณที่ต้องรับประทานทุกวัน (เช่น ยา) Daily Report: รายงานประจำวัน Daily Workout: การออกกำลังกายทุกวัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Maintained” แปลว่า

    คำว่า “Maintained” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ได้รับการดูแลรักษา”, “ได้รับการคงสภาพไว้” หรือ “ได้รับการบำรุงรักษา” โดยสื่อถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี หรือยังคงทำงานได้อย่างปกติ ไม่ให้เสื่อมโทรมหรือเสียหายไปตามกาลเวลา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Maintained” ในบริบทต่างๆ เช่น การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ การบำรุงรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งาน หรือแม้กระทั่งการรักษาความสัมพันธ์ให้ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นการบอกว่ามีคนหรือมีกระบวนการที่คอยดูแลเอาใจใส่เพื่อให้สิ่งนั้นๆ ยังคงสภาพที่ดีไว้ได้ ความหมายและการใช้งาน “Maintained” มาจากกริยา “maintain” ซึ่งหมายถึง การดำรงไว้, การรักษาไว้, การดูแลรักษา, การบำรุงรักษา เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีตหรือส่วนขยาย (past participle) ที่ใช้อธิบายถึงสถานะของสิ่งนั้นๆ ว่า “ได้รับการ” ดูแลรักษาแล้ว หรือ “ยังคง” อยู่ในสภาพที่ได้รับการดูแล ตัวอย่างการใช้งาน The park is well maintained. (สวนสาธารณะแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี) He has maintained good health…

  • "Manager” แปลว่า

    คำว่า “Manager” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้จัดการ” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการ ควบคุมดูแล และวางแผนงานต่างๆ ในองค์กร หรือในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว ผู้จัดการจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ กำหนดทิศทาง และนำพาทีมงานไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Manager” หรือ “ผู้จัดการ” อยู่ในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการแผนก ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการร้านอาหาร ผู้จัดการธนาคาร หรือแม้กระทั่งผู้จัดการส่วนตัวของดารา นักแสดง คนดังต่างๆ หน้าที่หลักของผู้จัดการคือการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นคน เงิน เวลา หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ความหมายและการใช้งาน “Manager” หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่บริหารจัดการ ควบคุมดูแล และรับผิดชอบงานในระดับต่างๆ ในองค์กรหรือหน่วยงาน ตำแหน่งนี้มีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย โดยต้องอาศัยทักษะในการวางแผน การตัดสินใจ การสื่อสาร และการสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน เราอาจจะได้ยินการเรียกตำแหน่งนี้ว่า “ผู้จัดการฝ่ายขาย” ซึ่งหมายถึง Manager ที่ดูแลทีมขายทั้งหมด หรือ “ผู้จัดการร้าน” ที่หมายถึง Manager…

  • "Guys” แปลว่า

    คำว่า “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกกลุ่มคน โดยทั่วไปมักจะหมายถึง “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มเพื่อนผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดและบริบทที่ไม่เป็นทางการ คำนี้สามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้เช่นกัน เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและอังกฤษแบบบริติช ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Guys” ถูกใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนๆ นัดเจอกัน หรือเมื่อพูดคุยกับคนในกลุ่มเดียวกัน เพื่อให้บรรยากาศดูเป็นกันเองและไม่ทางการจนเกินไป ผู้คนมักใช้คำนี้เพื่อเรียกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนในชั้นเรียน หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน การใช้คำว่า “Guys” ช่วยสร้างความรู้สึกสนิทสนมและลดช่องว่างระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ความหมายและการใช้งาน “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ที่แปลว่า “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดสามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้เช่นกัน เหมาะสำหรับใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ เช่น การทักทายกลุ่มเพื่อน การพูดคุยทั่วไป หรือการเรียกคนในกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน “Hey guys, what’s up?” (สวัสดีพวกคุณทุกคน เป็นไงบ้าง?) “Are you guys ready for the party?” (พวกคุณพร้อมสำหรับงานปาร์ตี้หรือยัง?) “I’m going…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *