"Exclude” แปลว่า

คำว่า “Exclude” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายตรงตัวว่า “ไม่รวม” หรือ “ยกเว้น” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ถูกนับรวมเข้าไป หรือถูกกันออกไปจากกลุ่มหรือขอบเขตที่กำลังพิจารณาอยู่

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Exclude” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเลือกซื้อสินค้าแล้วมีโปรโมชั่น “exclude certain items” ก็หมายความว่ามีสินค้าบางรายการที่ไม่ร่วมรายการโปรโมชั่น หรือเวลาจัดงานแล้วแจ้งว่า “exclude plus ones” ก็คือไม่รวมบุคคลที่มาพร้อมกับแขกที่ได้รับเชิญ หรือแม้แต่ในการตั้งค่าต่างๆ บนแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็อาจมีตัวเลือกให้ “exclude” บางไฟล์หรือบางโฟลเดอร์จากการสแกนหรือการทำงานบางอย่าง เพื่อให้เราควบคุมการทำงานได้ตามต้องการ

ความหมายและการใช้งาน

Exclude หมายถึง การกันออกไป การไม่นับรวม หรือการกีดกันออกจากกลุ่ม หรือขอบเขตที่กำหนดไว้

ตัวอย่างการใช้งาน

1. โปรโมชั่นนี้ exclude สินค้าบางประเภท: หมายถึง โปรโมชั่นนี้ไม่ครอบคลุมสินค้าบางประเภทที่กำหนดไว้

2. กรุณา exclude ชื่อของฉันออกจากรายชื่อผู้เข้าร่วม: หมายถึง กรุณาตัดชื่อของฉันออกจากการเป็นผู้เข้าร่วม

3. ระบบจะ exclude ไฟล์ชั่วคราวจากการสแกนไวรัส: หมายถึง ระบบจะไม่ทำการสแกนไวรัสในไฟล์ชั่วคราว

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า Exclude มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการจำกัดขอบเขต หรือแยกบางสิ่งบางอย่างออกไป เช่น ในการตลาด การบริหารจัดการ การตั้งค่าระบบ หรือการสื่อสารทั่วไปที่ต้องการความชัดเจนในการระบุว่าสิ่งใดไม่เกี่ยวข้องหรือไม่รวมอยู่ด้วย

Exclude แปลว่าอะไร?

Exclude แปลว่า ไม่รวม, ยกเว้น, กันออกไป

ใช้ Exclude ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ Exclude ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น การยกเว้นบางรายการจากโปรโมชั่น, การกันบางคนออกจากการเข้าร่วมกิจกรรม, หรือการตั้งค่าระบบเพื่อไม่ให้รวมบางไฟล์หรือข้อมูลในการประมวลผล

Similar Posts

  • "แมส” แปลว่า

    คำว่า “แมส” (Mass) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง มวลหมู่, จำนวนมาก, หรือกลุ่มคนจำนวนมหาศาล โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตลาด การสื่อสาร หรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “แมส” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อพูดถึงสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนคนทั่วไปรู้จักและหาซื้อได้ง่าย หรือเมื่อพูดถึงการสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก เช่น การโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือโซเชียลมีเดียที่คนจำนวนมากเห็นได้ นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายที่ตรงกันข้ามกับคำว่า “เฉพาะกลุ่ม” หรือ “Niche” ที่หมายถึงกลุ่มคนจำนวนน้อยที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจง ความหมายและการใช้งาน “แมส” หมายถึง การเข้าถึงคนจำนวนมาก หรือเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปอย่างกว้างขวาง เมื่อสิ่งใดเป็นที่นิยมในวงกว้างจนคนส่วนใหญ่รู้จักและเข้าถึงได้ เรามักเรียกว่าเป็น “แมส” เช่น สินค้าที่ขายดีจนเป็นที่นิยมทั่วไป หรือเพลงที่ฮิตติดหูคนฟังได้ทุกเพศทุกวัย ตัวอย่างการใช้งาน “สินค้าตัวนี้ทำออกมาได้แมสมากเลย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า” (หมายถึง สินค้าเป็นที่นิยมในหมู่คนจำนวนมาก) “แคมเปญการตลาดนี้เน้นการเข้าถึงแบบแมส ไม่เน้นเจาะกลุ่มเฉพาะ” (หมายถึง ต้องการให้คนจำนวนมากรับรู้) “เพลงนี้ดังแบบแมสจริงๆ ใครๆ ก็ร้องตามได้” (หมายถึง เพลงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “แมส”…

  • "Athletic” แปลว่า

    คำว่า “Athletic” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรง หรือทักษะทางกีฬา โดยทั่วไปมักใช้เพื่ออธิบายลักษณะของบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของที่แสดงถึงความคล่องแคล่ว ว่องไว และมีพละกำลังที่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวหรือการแข่งขันทางกีฬา ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Athletic” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงนักกีฬา หรือคนที่ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น อาจมีคนบอกว่า “เขาเป็นคน Athletic มาก” หมายถึง คนนั้นมีรูปร่างที่ดูแข็งแรง สมส่วน และมีความสามารถในการเล่นกีฬาได้ดี หรือเมื่อพูดถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้ดูสปอร์ตและคล่องตัว ก็อาจใช้คำว่า “Athletic design” ได้เช่นกัน เป็นการสื่อถึงความปราดเปรียวและสมรรถนะที่น่าประทับใจ ความหมายและการใช้งาน “Athletic” สื่อถึงคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับกีฬาและสมรรถภาพทางกายที่ดี มีความหมายครอบคลุมทั้งในด้านรูปร่างที่แข็งแรง สมส่วน มีกล้ามเนื้อที่กระชับ และความสามารถในการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไว ตัวอย่างการใช้งาน Athletic build: รูปร่างที่ดูแข็งแรง สมส่วน Athletic performance: สมรรถภาพในการเล่นกีฬา Athletic shoes: รองเท้ากีฬา Athletic event: การแข่งขันกีฬา บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับวงการกีฬา…

  • "Authorizer” แปลว่า

    Authorizer” แปลว่า ผู้มีอำนาจอนุมัติ หรือผู้ออกใบอนุญาต เป็นบุคคลหรือหน่วยงานที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายหรือตามข้อบังคับในการให้ความยินยอม อนุญาต หรือรับรองการกระทำบางอย่าง หรือการออกเอกสารสำคัญต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเจอ “Authorizer” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อคุณต้องการขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร ผู้จัดการสินเชื่อจะเป็น “Authorizer” ที่จะพิจารณาและอนุมัติคำขอของคุณ หรือเมื่อบริษัทออกเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น ใบสั่งซื้อ หรือใบแจ้งหนี้ ผู้บริหารระดับสูงหรือหัวหน้าแผนกที่ได้รับมอบอำนาจจะเป็น “Authorizer” ในการลงนามรับรองเอกสารเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Authorizer” มาจากคำกริยา “authorize” ซึ่งหมายถึง การให้อำนาจ การอนุญาต หรือการอนุมัติ ดังนั้น “Authorizer” จึงหมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ในการให้อำนาจหรืออนุญาตนั้นๆ นั่นเอง ในบริบททางธุรกิจหรือกฎหมาย “Authorizer” มักจะเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการใช้งาน ในระบบการเงิน ผู้ที่อนุมัติการทำธุรกรรมทางการเงินขนาดใหญ่ หรือผู้ที่มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินของบริษัท ถือเป็น “Authorizer” ในระบบคอมพิวเตอร์บางประเภท อาจมี “Authorizer” ที่เป็นโปรแกรมหรือระบบอัตโนมัติที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและอนุมัติการเข้าถึงข้อมูลหรือการดำเนินการบางอย่าง บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Authorizer” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการระบุถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย…

  • "Season” แปลว่า

    คำว่า “Season” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ฤดูกาล ซึ่งเป็นการแบ่งช่วงเวลาของปีตามลักษณะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาลหลักๆ ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว แต่ในบางภูมิภาคที่มีลักษณะอากาศแตกต่างออกไป ก็อาจมีการแบ่งฤดูกาลที่ต่างออกไป เช่น ฤดูแล้งและฤดูฝน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Season” เพื่อพูดถึงช่วงเวลาต่างๆ ของปี เช่น การวางแผนท่องเที่ยวในช่วง “Summer season” (ฤดูร้อน) หรือการพูดถึงแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตาม “Fashion season” (ฤดูกาลแฟชั่น) นอกจากนี้ คำว่า “Season” ยังสามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ในกีฬา อาจหมายถึง “season” ของการแข่งขัน หรือในรายการทีวี อาจหมายถึง “season” ของตอนต่างๆ ที่ออกอากาศ ความหมายและการใช้งาน “Season” แปลว่า ฤดูกาล ซึ่งเป็นการแบ่งช่วงเวลาของปีตามสภาพอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วง โดยทั่วไปในประเทศแถบอบอุ่นจะแบ่งเป็น 4 ฤดู…

  • "Accidental” แปลว่า

    คำว่า “Accidental” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง โดยบังเอิญ, ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ, หรือไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นคำที่ใช้อธิบายเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้เจตนา หรือเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Accidental” เพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเจอเพื่อนโดยบังเอิญ การทำของหล่นโดยไม่ตั้งใจ หรือการค้นพบสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น การใช้คำนี้จะสื่อถึงความไม่เจตนาที่เกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน Accidental แปลว่า “โดยบังเอิญ” หรือ “ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ” ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ การกระทำ หรือผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดจากการวางแผนหรือเจตนาใดๆ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “It was an accidental meeting.” (เป็นการพบกันโดยบังเอิญ) 2. “The spill was accidental.” (การหกเลอะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ) 3. “She made an accidental discovery.” (เธอได้ค้นพบสิ่งใหม่โดยบังเอิญ) บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า Accidental มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นว่าสิ่งนั้นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจ…

  • "Masses” แปลว่า

    คำว่า “Masses” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “มวลชน” หรือ “ประชาชนโดยทั่วไป” โดยเฉพาะกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในชนชั้นนำหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในสังคม มักใช้ในบริบทที่กล่าวถึงความคิดเห็น ความต้องการ หรือการกระทำของคนหมู่มาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Masses” เมื่อมีการพูดถึงการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม เช่น นักการเมืองอาจกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเข้าถึง “Masses” หรือบริษัทอาจทำการตลาดเพื่อดึงดูด “Masses” หรือนักวิเคราะห์อาจพูดถึงแนวโน้มของ “Masses” ในตลาดหุ้น เป็นต้น คำนี้สะท้อนถึงกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคมที่มีพลังหรือมีอิทธิพลต่อทิศทางต่างๆ ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Masses” หมายถึง กลุ่มคนจำนวนมากที่รวมกัน โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงประชาชนทั่วไป หรือคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนที่มีฐานะดี หรือมีอำนาจ แต่หมายรวมถึงคนธรรมดาทั่วไป การใช้งานมักจะอยู่ในบริบทที่ต้องการกล่าวถึงความคิดเห็น การตอบสนอง หรือการกระทำของคนจำนวนมาก เช่น “The government needs to listen to the masses.” (รัฐบาลต้องรับฟังเสียงของประชาชน) หรือ “This new product…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *