"Expire” แปลว่า

คำว่า “Expire” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การหมดอายุ การสิ้นสุด หรือการเลยกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ โดยปกติแล้วจะใช้กับสิ่งที่มีวันหมดอายุหรือมีระยะเวลาจำกัด เช่น อาหาร ยา บัตรเครดิต หรือสัญญาต่างๆ เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “expire” แล้ว จะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Expire” บ่อยๆ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ต้องบริโภค เช่น นม โยเกิร์ต หรือขนมต่างๆ ที่จะมีวันที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ว่า “Expiry Date” หรือ “Best Before” ซึ่งหมายถึงวันที่ที่ผลิตภัณฑ์นั้นควรบริโภคก่อนจะหมดอายุ หรือวันที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์อาจจะลดลง นอกจากนี้ยังใช้กับตั๋วเครื่องบิน บัตรกำนัล หรือแม้แต่ใบอนุญาตต่างๆ ที่มีกำหนดเวลาใช้งาน เมื่อหมดอายุแล้วก็จะต้องทำการต่ออายุหรือซื้อใหม่

ความหมายและการใช้งาน

“Expire” หมายถึง การสิ้นสุดอายุ การหมดกำหนด หรือการใช้การไม่ได้อีกต่อไป ส่วนใหญ่ใช้กับสิ่งที่มีวันหมดอายุ หรือมีระยะเวลาจำกัด เช่น อาหาร ยา บัตรต่างๆ สัญญา หรือใบอนุญาต

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “นมกล่องนี้จะ expire วันพรุ่งนี้แล้ว รีบดื่มก่อนนะ” (This milk carton will expire tomorrow, drink it quickly.)
  • “บัตรเครดิตของฉัน expire เดือนหน้า ต้องไปขอทำใหม่” (My credit card expires next month, I need to get a new one.)
  • “สัญญาเช่าห้องนี้จะ expire สิ้นปีนี้” (This apartment lease will expire at the end of this year.)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Expire” มักปรากฏบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารและยา เพื่อระบุวันหมดอายุ หรือใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับเอกสารที่มีกำหนดเวลา เช่น ตั๋ว บัตร หรือสัญญาต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Expire” กับ “Expired” ต่างกันอย่างไร?

“Expire” เป็นคำกริยา หมายถึง การหมดอายุ ในขณะที่ “Expired” เป็นคำคุณศัพท์ หรือกริยาช่อง 3 หมายถึง ที่หมดอายุแล้ว หรือได้หมดอายุไปแล้ว เช่น “The milk has expired.” (นมหมดอายุแล้ว)

ถ้าอาหารหมดอายุแล้วยังกินได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้ว ไม่แนะนำให้บริโภคอาหารที่หมดอายุแล้ว เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แม้ว่าบางครั้งอาหารอาจจะยังดูปกติ แต่คุณภาพและสารอาหารอาจลดลง หรืออาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายปนเปื้อนอยู่

Similar Posts

  • "Storm” แปลว่า

    คำว่า “Storm” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง พายุ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ลมพัดแรงและมักจะมีฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือหิมะตกหนัก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและภูมิภาค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Storm” เพื่ออธิบายสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น “There’s a big storm coming tonight” (คืนนี้จะมีพายุใหญ่เข้ามา) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมากและรวดเร็ว จนเปรียบได้กับพายุ เช่น “The company is facing a financial storm” (บริษัทกำลังเผชิญกับพายุทางการเงิน) ซึ่งหมายถึงปัญหาด้านการเงินที่รุนแรงและเข้ามาอย่างฉับพลัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Storm” มีความหมายหลักคือพายุ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับลมพัดแรง ฝนตกหนัก หรือสภาพอากาศแปรปรวนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่รุนแรง วุ่นวาย หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ด้วย ตัวอย่าง “A severe storm hit the coast last night.” (พายุรุนแรงพัดถล่มชายฝั่งเมื่อคืนนี้)…

  • "Edges” แปลว่า

    คำว่า “Edges” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ขอบ, ริม, หรือส่วนที่ยื่นออกมาของสิ่งต่างๆ ค่ะ เป็นคำนามที่ใช้ได้ทั้งกับรูปธรรมและนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดถึง “Edges” ในหลายบริบท เช่น ขอบโต๊ะ, ขอบถนน, หรือแม้กระทั่งขอบเหว เวลาพูดถึงอะไรที่อยู่บริเวณนั้น หรือมีลักษณะเป็นแนวแบ่งแยก ความหมายและการใช้งาน “Edges” เป็นคำพหูพจน์ของ “Edge” ซึ่งหมายถึงส่วนที่แคบและยาวที่อยู่ตรงปลายหรือด้านนอกของวัตถุ เช่น ขอบของแผ่นกระดาษ, ขอบของกระจก, หรือขอบของรูปทรงเรขาคณิต นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “edge of a cliff” ที่หมายถึงริมหน้าผา หรือ “the edge of despair” ที่หมายถึงสภาวะที่ใกล้จะสิ้นหวัง ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นคำว่า “Edges” ในประโยคเช่น “Be careful not to trip on the edges of the…

  • "Since” แปลว่า

    คำว่า “Since” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ตั้งแต่” หรือ “เนื่องจาก” ซึ่งใช้เพื่อบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของเวลา หรือใช้เพื่ออธิบายสาเหตุของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การทำความเข้าใจความหมายและวิธีการใช้ “Since” จะช่วยให้การสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณมีความถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Since” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา หรือการอธิบายเหตุผลที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างเป็นเช่นนั้น การใช้ “Since” อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจบริบทและความหมายที่เราต้องการสื่อสารได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Since” สามารถใช้ได้ใน 2 ความหมายหลักๆ คือ การบอกจุดเริ่มต้นของเวลา: ใช้เชื่อมกับคำบอกเวลา (เช่น yesterday, last week, 2020) เพื่อระบุว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือดำเนินมานานแค่ไหนแล้ว มักใช้กับ Present Perfect Tense การบอกสาเหตุ: มีความหมายเหมือนกับ “Because” หรือ “As” คือ “เนื่องจาก” หรือ “เพราะว่า” ใช้เพื่ออธิบายเหตุผล ตัวอย่างการใช้งาน บอกจุดเริ่มต้นของเวลา: I have…

  • "Let” แปลว่า

    คำว่า “Let” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Let” มักจะแปลว่า “อนุญาต” หรือ “ปล่อยให้” ซึ่งหมายถึงการยินยอมให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น หรือไม่ขัดขวางการกระทำใดๆ นอกจากนี้ “Let” ยังสามารถใช้ในความหมายของการ “ทำให้” หรือ “ก่อให้เกิด” บางสิ่งบางอย่างได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Let” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อพ่อแม่บอกลูกว่า “Let me help you” (ให้ฉันช่วยนะ) หรือเมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยวแล้วอีกคนบอกว่า “Let’s go!” (ไปกันเถอะ!) ซึ่งแสดงถึงการชักชวนหรือการเห็นพ้องต้องกัน นอกจากนี้ยังใช้ในการแสดงความต้องการให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น เช่น “Let it be” (ปล่อยให้มันเป็นไป) หรือใช้ในการสั่งให้ทำอะไรบางอย่างในเชิงอนุญาต เช่น “Let me see” (ขอฉันดูหน่อย) การเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “Let” จะช่วยให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Let” โดยหลักๆ แล้วใช้เพื่อแสดงการอนุญาต…

  • "Refresh” แปลว่า

    คำว่า “Refresh” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การทำให้สดชื่นขึ้น การฟื้นฟู หรือการทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มักใช้ในบริบทที่ต้องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีหรือน่าสนใจเหมือนเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Refresh” ในหลายสถานการณ์ เช่น การสั่งเครื่องดื่มที่เรียกว่า “Refresh Drink” เพื่อให้รู้สึกสดชื่น หรือเมื่อเราต้องการ “Refresh” หน้าเว็บเพจบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ข้อมูลที่แสดงผลเป็นข้อมูลล่าสุด หรือแม้กระทั่งการ “Refresh” ตัวเองหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ด้วยการพักผ่อนสั้นๆ เพื่อให้กลับมามีพลังอีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Refresh” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น: ทำให้สดชื่น: เช่น เครื่องดื่ม Refresh หรือการพักผ่อนเพื่อ Refresh ร่างกาย ปรับปรุงให้ดีขึ้น: เช่น การ Refresh การออกแบบเว็บไซต์ หรือการ Refresh ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เป็นปัจจุบัน: เช่น การ Refresh หน้าเว็บ เพื่อดูข้อมูลล่าสุด ฟื้นฟู:…

  • "Worry” แปลว่า

    คำว่า “Worry” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกกังวล ไม่สบายใจ หรือเป็นห่วงเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Worry” เมื่อเรารู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง เช่น การสอบ การสัมภาษณ์งาน สุขภาพของคนในครอบครัว หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราคิดมาก ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Worry” หมายถึง การคิดถึงปัญหาหรือสิ่งที่ไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ วิตกกังวล หรือเป็นห่วง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “I worry about my exam tomorrow.” (ฉันกังวลเกี่ยวกับการสอบของฉันในวันพรุ่งนี้) หรือ “She is worrying about her son who is traveling alone.” (เธอกำลังเป็นห่วงลูกชายที่เดินทางคนเดียว) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Worry” มักใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความไม่แน่นอน ความเสี่ยง หรือสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ คำถามที่พบบ่อย “Worry” กับ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *