"Employed” แปลว่า

คำว่า “Employed” เป็นภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวในภาษาไทยว่า “มีงานทำ” หรือ “ได้รับการว่าจ้าง” หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งได้ทำงานให้กับนายจ้าง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง หรือผลประโยชน์อื่น ๆ เป็นการตอบแทน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Employed” เพื่ออธิบายสถานะการทำงานของใครสักคน เช่น ถ้าเพื่อนถามว่า “สบายดีไหม ทำอะไรอยู่” เราอาจจะตอบว่า “ก็สบายดี กำลังทำงานอยู่” ซึ่งก็คือการบอกว่าเรากำลัง “Employed” อยู่ หรือถ้ามีคนถามถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ก็อาจจะมีการกล่าวถึงอัตราการ “Employed” ของประชาชน ซึ่งหมายถึงจำนวนคนที่อยู่ในวัยทำงานและมีงานทำ

ความหมายและการใช้งาน

“Employed” หมายถึง การมีงานทำ หรือการทำงานให้กับผู้อื่นภายใต้ข้อตกลงบางอย่าง โดยทั่วไปจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายได้ มักใช้ในบริบทของการจ้างงานอย่างเป็นทางการ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างเช่น:

  • “She has been employed as a teacher for ten years.” (เธอได้รับการว่าจ้างเป็นครูมาสิบปีแล้ว)
  • “The company is looking to employ more staff next quarter.” (บริษัทกำลังมองหาที่จะจ้างพนักงานเพิ่มในไตรมาสหน้า)
  • “He is currently employed by a large tech firm.” (ปัจจุบันเขาทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง)

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Employed” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการระบุสถานะการทำงานที่ชัดเจน เช่น ในการกรอกแบบฟอร์มสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน หรือการรายงานข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับตลาดแรงงาน

“Employed” กับ “Unemployed” ต่างกันอย่างไร?

“Employed” หมายถึง มีงานทำ ในขณะที่ “Unemployed” หมายถึง ว่างงาน หรือไม่มีงานทำ

ต้องเป็นงานประจำเท่านั้นหรือไม่ถึงจะเรียกว่า “Employed”?

ไม่จำเป็นต้องเป็นงานประจำเสมอไป การทำงานเป็นสัญญาจ้างชั่วคราว งานอิสระ (freelance) หรือแม้แต่งานพาร์ทไทม์ ก็ถือว่าเป็นการ “Employed” ได้ หากมีการทำงานและได้รับค่าตอบแทน

Similar Posts

  • "Forbid” แปลว่า

    คำว่า “Forbid” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ห้าม” หรือ “ไม่อนุญาต” เป็นคำกริยาที่ใช้ในการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ หรือไม่ควรเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Forbid” ในบริบทต่างๆ เช่น กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งจากผู้มีอำนาจ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนอาจมีกฎ “forbid” การใช้โทรศัพท์มือถือในห้องเรียน หรือพ่อแม่ก็อาจจะ “forbid” ลูกไม่ให้ไปในที่อันตราย การใช้คำนี้แสดงถึงการจำกัดสิทธิ์ หรือการป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Forbid” หมายถึง การออกคำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ หรือการไม่ยอมให้เกิดขึ้น การใช้งานส่วนใหญ่จะมีความหมายที่หนักแน่นกว่าคำว่า “not allow” เล็กน้อย ตัวอย่างการใช้งาน ผู้จัดการสั่ง “forbid” การสูบบุหรี่ในสำนักงาน กฎหมาย “forbid” การทิ้งขยะลงในแม่น้ำ คุณยาย “forbid” ฉันให้กินขนมก่อนอาหารเย็น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Forbid” มักพบในบริบทที่เป็นทางการ เช่น กฎหมาย นโยบายบริษัท หรือคำสั่งต่างๆ รวมถึงในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงการห้ามอย่างเด็ดขาด…

  • "Storm” แปลว่า

    คำว่า “Storm” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง พายุ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ลมพัดแรงและมักจะมีฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือหิมะตกหนัก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและภูมิภาค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Storm” เพื่ออธิบายสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น “There’s a big storm coming tonight” (คืนนี้จะมีพายุใหญ่เข้ามา) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมากและรวดเร็ว จนเปรียบได้กับพายุ เช่น “The company is facing a financial storm” (บริษัทกำลังเผชิญกับพายุทางการเงิน) ซึ่งหมายถึงปัญหาด้านการเงินที่รุนแรงและเข้ามาอย่างฉับพลัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Storm” มีความหมายหลักคือพายุ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับลมพัดแรง ฝนตกหนัก หรือสภาพอากาศแปรปรวนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่รุนแรง วุ่นวาย หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ด้วย ตัวอย่าง “A severe storm hit the coast last night.” (พายุรุนแรงพัดถล่มชายฝั่งเมื่อคืนนี้)…

  • "tiny” แปลว่า

    คำว่า “tiny” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า เล็กมาก, จิ๋ว, กระจิดริด ซึ่งเป็นการบอกขนาดที่เล็กกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด มักใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความเล็กของสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “tiny” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพูดถึงของชิ้นเล็กๆ ที่น่ารัก หรืออะไรก็ตามที่มีขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น หรือบางครั้งก็ใช้เปรียบเทียบเพื่อบอกว่าปริมาณนั้นน้อยมากจนแทบไม่มีความหมาย หรือไม่เพียงพอต่อความต้องการ ความหมายและการใช้งาน “Tiny” หมายถึง สิ่งที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กกว่าคำว่า “small” ทั่วไป ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความจิ๋วของสิ่งนั้นๆ สามารถใช้ได้กับทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น ขนาดของสิ่งของ, จำนวน, หรือแม้กระทั่งความรู้สึก ตัวอย่างการใช้งาน A tiny baby mouse was hiding under the table. (หนูตัวเล็กจิ๋วตัวหนึ่งซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ) She wore a dress with a tiny floral pattern. (เธอสวมชุดที่มีลายดอกไม้เล็กๆ) He only gave…

  • "Lessons” แปลว่า

    คำว่า “Lessons” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “บทเรียน” ครับ หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ การสอน หรือการศึกษา ซึ่งอาจจะเป็นบทเรียนที่ได้จากความผิดพลาด ความสำเร็จ หรือการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Lessons” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อเราเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จากผู้สอน เราก็จะได้ “lessons” จากเขา หรือเมื่อเราเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น เราก็จะบอกว่าเราได้ “lessons” จากเหตุการณ์นั้นๆ มันคือสิ่งที่เรานำไปปรับใช้ในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเดิมซ้ำ หรือเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นครับ Meaning & Usage คำว่า “Lessons” หมายถึง การเรียนรู้ หรือสิ่งที่ได้จากการศึกษา การฝึกฝน หรือประสบการณ์ โดยทั่วไปมักจะหมายถึงบทเรียนที่ได้จากการสอน หรือบทเรียนที่ได้จากการกระทำของตนเองหรือผู้อื่น Examples ตัวอย่างการใช้งาน: “I learned a valuable lesson from that mistake.” (ฉันได้เรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากความผิดพลาดครั้งนั้น) “The teacher…

  • "Bullying” แปลว่า

    คำว่า “Bullying” (บูลลี่) เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน หมายถึง การกลั่นแกล้ง การรังแก การข่มเหง หรือการใช้อำนาจเหนือกว่าเพื่อก่อกวน ทำร้าย หรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือทางสังคม โดยมักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ และผู้ที่ถูกกระทำมักจะตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบหรือไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นการใช้คำว่า “Bullying” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของโรงเรียน หรือในกลุ่มเพื่อน การพูดว่าใครสักคนกำลัง “Bullying” เพื่อน หมายถึง คนนั้นกำลังแกล้ง หรือทำร้ายเพื่อนคนนั้นอยู่เป็นประจำ เช่น การล้อเลียนชื่อ การพูดจาดูถูก การกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกลุ่ม หรือแม้กระทั่งการทำร้ายร่างกาย การที่คนๆ หนึ่งถูก “Bully” ก็คือการที่เขาตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งเหล่านั้น ทำให้รู้สึกอึดอัด เสียใจ หรือหวาดกลัว ความหมายและการใช้งาน Bullying หมายถึง การกระทำที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่นอย่างเจตนา โดยใช้กำลัง อำนาจ หรืออิทธิพลที่เหนือกว่า เพื่อทำให้ผู้ที่อ่อนแอกว่าได้รับความเดือดร้อน เสียใจ หรืออับอาย การ Bullying สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การ…

  • "Boring” แปลว่า

    คำว่า “Boring” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่ไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ หรือไม่กระตุ้นความรู้สึก ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเซ็งได้ง่ายๆ เมื่อเผชิญกับสิ่งนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Boring” เพื่ออธิบายสถานการณ์ กิจกรรม หรือแม้แต่คนที่เราไม่รู้สึกตื่นเต้นด้วย เช่น การไปดูหนังที่เนื้อเรื่องไม่สนุก การเข้าประชุมที่ไม่มีสาระ หรือการพูดคุยเรื่องที่ไร้ความน่าสนใจ มันเป็นคำที่แสดงถึงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาว่า “ไม่ชอบ” หรือ “ไม่เห็นว่ามีอะไรดี” ในสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Boring” แปลตรงตัวว่า “น่าเบื่อ” ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างขาดความน่าตื่นเต้น ความสนุกสนาน หรือไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเราได้ อาจใช้กับกิจกรรม เหตุการณ์ สถานที่ หรือแม้แต่บุคลิกของคนที่ไม่น่าสนใจ ตัวอย่างการใช้งาน “การบ้านวิชาคณิตศาสตร์วันนี้มัน Boring มากเลย” (แปลว่า การบ้านวิชาคณิตศาสตร์วันนี้มันน่าเบื่อมาก) “ฉันรู้สึก Boring กับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ อยากหางานใหม่ที่ท้าทายกว่านี้” (แปลว่า ฉันรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ อยากหางานใหม่ที่ท้าทายกว่านี้) “หนังเรื่องนี้ Boring สุดๆ ดูไปหลับไปเลย” (แปลว่า หนังเรื่องนี้ดูน่าเบื่อที่สุดเลย ดูไปหลับไป) บริบทที่ใช้บ่อย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *