"sells” แปลว่า

คำว่า “sells” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “ขาย” หรือ “กำลังขาย” เป็นรูปปัจจุบันกาลของคำว่า sell ที่ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “sells” ในบริบทของการซื้อขายสินค้าหรือบริการต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงร้านค้าที่กำลังขายสินค้า หรือเมื่อพูดถึงคุณสมบัติของสินค้าที่ “ขายดี” หรือ “ขายได้” เป็นต้น

Meaning & Usage

คำว่า “sells” แปลตรงตัวว่า “ขาย” หรือ “กำลังขาย” ใช้เมื่อประธานของประโยคเป็นคำนามเอกพจน์ (เช่น a company, a product, he, she, it) หรือสรรพนามบุรุษที่สามเอกพจน์

Examples

  • This shop sells fresh fruits. (ร้านนี้ ขาย ผลไม้สด)
  • The new model of phone sells very well. (โทรศัพท์รุ่นใหม่ ขาย ได้ดีมาก)
  • My brother sells insurance. (พี่ชายของฉัน ขาย ประกัน)

Context / Common Use

เรามักจะเห็นคำว่า “sells” ในป้ายร้านค้า, โฆษณา, หรือเมื่อพูดถึงธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำสินค้าหรือบริการไปแลกเปลี่ยนกับเงิน

“sells” ต่างจาก “sell” อย่างไร?

“sell” เป็นรูปพื้นฐานของกริยา (infinitive form) ใช้กับประธานพหูพจน์ (we, they, you) หรือประธานเอกพจน์ในรูปอดีตกาล (I sold, you sold) ส่วน “sells” เป็นรูปที่เติม -s ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามในรูปปัจจุบันกาลเท่านั้น

“sells” ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตได้หรือไม่?

ได้ครับ “sells” สามารถใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตที่ทำหน้าที่เหมือนผู้ขาย หรือมีความสามารถในการขายได้ เช่น “This website sells books online.” (เว็บไซต์นี้ขายหนังสือออนไลน์)

Similar Posts

  • "Genuinely” แปลว่า

    คำว่า “Genuinely” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “อย่างแท้จริง”, “อย่างจริงใจ”, “อย่างแท้ๆ” หรือ “อย่างแท้จริงใจ” เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความจริงแท้ ความรู้สึกที่มาจากใจ หรือการกระทำที่ปราศจากสิ่งเจือปน ไม่เสแสร้ง หรือไม่หลอกลวง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Genuinely” เพื่อแสดงความรู้สึกที่มาจากใจจริง เช่น เมื่อเราพูดว่า “I genuinely care about you” (ฉันห่วงใยคุณอย่างแท้จริง) หรือ “She was genuinely surprised” (เธอประหลาดใจอย่างแท้จริง) มันช่วยสื่อสารว่าความรู้สึกหรือการกระทำนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้ปรุงแต่งขึ้นเพื่อหวังผลตอบแทน หรือเพื่อสร้างภาพ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อยืนยันความจริงของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “This is a genuinely old artifact” (นี่คือวัตถุโบราณที่เก่าแก่ของจริง) เพื่อบ่งบอกว่ามันไม่ใช่ของปลอม ความหมายและการใช้งาน “Genuinely” หมายถึงการแสดงออกถึงความจริงใจ ความรู้สึกที่มาจากภายใน หรือการยืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นของแท้ ไม่ใช่การเสแสร้งหรือการหลอกลวง ใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำพูดหรือการกระทำ เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้รับสารเข้าใจถึงความจริงจังและความจริงใจของผู้พูด ตัวอย่างการใช้งาน “I genuinely…

  • "Science” แปลว่า

    คำว่า “Science” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “วิทยาศาสตร์” ครับ โดยวิทยาศาสตร์คือการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติและจักรวาล โดยใช้วิธีการที่เป็นระบบ มีระเบียบ และอาศัยการสังเกต การทดลอง และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ทฤษฎี หรือกฎเกณฑ์ที่สามารถอธิบายและทำนายสิ่งต่างๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เราพบเห็นการนำ “Science” หรือวิทยาศาสตร์มาใช้ในหลายๆ ด้านเลยครับ ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการทำอาหารที่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องปฏิกิริยาเคมี หรือการดูแลสุขภาพที่อิงตามหลักการทางชีววิทยา การแพทย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ล้วนเป็นผลผลิตของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น การที่เราเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน จะช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้ดีขึ้น และมองโลกได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้นครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Science” แปลตรงตัวว่า “วิทยาศาสตร์” ซึ่งหมายถึงระบบความรู้ที่ได้มาจากการสังเกตและการทดลองอย่างเป็นระบบ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติและจักรวาล ในการใช้งานทั่วไป เราอาจจะพูดถึง “Science” ในบริบทของการเรียน การวิจัย หรือการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น “He is studying Science at university.” (เขากำลังเรียนวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย)…

  • "Swap” แปลว่า

    คำว่า “Swap” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแลกเปลี่ยน การสลับ หรือการสับเปลี่ยนสิ่งของสองสิ่งเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เมื่อต้องการสื่อถึงการเปลี่ยนตำแหน่งของสิ่งของสองอย่าง หรือการนำสิ่งหนึ่งมาแทนที่อีกสิ่งหนึ่งอย่างง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “Swap” ในหลายสถานการณ์ เช่น การแลกเปลี่ยนของเล่นกับเพื่อน การสลับที่นั่ง หรือแม้กระทั่งในการใช้งานเทคโนโลยี เช่น การสลับซิมการ์ดในโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น การใช้คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างกระชับและเข้าใจง่ายขึ้นว่ากำลังมีการแลกเปลี่ยนหรือสลับสิ่งใดเกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Swap” หมายถึง การแลกเปลี่ยน การสลับ หรือการเปลี่ยนสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง โดยปกติจะใช้เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งของ หรือเมื่อมีการสลับตำแหน่งของสิ่งของ เช่น “Can we swap seats?” (เราสลับที่นั่งกันได้ไหม?) หรือ “I’ll swap my apple for your banana.” (ฉันจะแลกแอปเปิ้ลของฉันกับกล้วยของเธอ) ตัวอย่าง การแลกเปลี่ยนสิ่งของ: “We swapped phone numbers.” (เราแลกเบอร์โทรศัพท์กัน) การสลับตำแหน่ง: “Let’s…

  • "Drop Off” แปลว่า

    คำว่า “Drop Off” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทย มีความหมายหลักๆ ว่า “การส่งมอบ” หรือ “การทิ้งไว้” ซึ่งสามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Drop Off” ในสถานการณ์เกี่ยวกับการส่งของ การรับส่งคน หรือแม้แต่การฝากสิ่งของไว้ เช่น เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ พนักงานจะมา “Drop Off” สินค้าให้ที่บ้าน หรือเมื่อเพื่อนฝากของไว้ให้ ก็อาจจะบอกว่า “ฝาก Drop Off ไว้ที่…” นอกจากนี้ ยังอาจใช้กับการส่งคน เช่น คนขับรถแท็กซี่จะไป “Drop Off” ผู้โดยสารที่จุดหมายปลายทาง ความหมายและการใช้งาน “Drop Off” หมายถึง การนำสิ่งของหรือบุคคลไปส่งยังสถานที่ที่กำหนด หรือการฝากสิ่งของไว้ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง การใช้งานจะขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึงการส่งมอบอะไรให้ใคร หรือฝากไว้ที่ไหน ตัวอย่างการใช้งาน “ผมจะไปDrop Offเอกสารให้ที่ออฟฟิศตอนบ่าย” (หมายถึง จะนำเอกสารไปส่งมอบที่ออฟฟิศ) “คุณช่วยDrop Offพัสดุนี้ที่ไปรษณีย์ให้หน่อยได้ไหม” (หมายถึง…

  • "Persistence” แปลว่า

    Persistence” แปลว่า ความเพียร ความพยายาม หรือความคงทน โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือความยากลำบาก ยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Persistence” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อนักกีฬาทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อพัฒนาฝีมือ หรือเมื่อนักเรียนอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอบผ่าน หรือแม้แต่ในการทำงาน เมื่อเราต้องแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการหาทางออกที่ดีที่สุด การมีความเพียร (Persistence) เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ และนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Persistence” หมายถึง คุณสมบัติของการยืนหยัด ไม่ย่อท้อ หรือคงอยู่ต่อไป โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือล้มเลิกง่ายๆ ในภาษาไทยสามารถแปลได้หลายคำ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น ความเพียร ความมานะ ความอดทน ความยืนหยัด หรือความคงทน ตัวอย่าง นักวิจัยแสดงให้เห็นถึง persistence ในการทดลองเพื่อค้นคว้ายารักษาโรค ความสำเร็จของเขาเกิดจาก persistence ที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะล้มเหลวหลายครั้ง เขาก็ยังคงมีความ persistence ที่จะลองอีกครั้ง บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Persistence” มักถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงลักษณะนิสัยของบุคคลที่มุ่งมั่น ขยันขันแข็ง และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเรียน…

  • "Refrigerator” แปลว่า

    Refrigerator” หรือ “ตู้เย็น” เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิภายในให้เย็นจัด เพื่อเก็บรักษาอาหาร เครื่องดื่ม และยาต่างๆ ให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้น โดยทั่วไปแล้วจะมีการควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสในช่องแช่แข็ง และประมาณ 1-4 องศาเซลเซียสในช่องแช่เย็น ในชีวิตประจำวัน เราใช้ตู้เย็นเพื่อเก็บของสดต่างๆ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารปรุงสุก หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่เราต้องการให้เย็นพร้อมดื่ม นอกจากนี้ ตู้เย็นยังช่วยยืดอายุของอาหาร ลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และป้องกันไม่ให้อาหารเน่าเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถซื้ออาหารมาตุนไว้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเน่าเสียเร็วเกินไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Refrigerator” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องทำความเย็น ซึ่งในบริบทของเครื่องใช้ในครัวเรือน หมายถึง ตู้เย็นที่เราใช้กันทั่วไป หน้าที่หลักคือการรักษาความเย็นภายในช่องต่างๆ เพื่อถนอมอาหารให้สดใหม่ ช่วยชะลอการเน่าเสีย และคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้นานขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเราซื้อของสดกลับบ้าน เราจะนำผักสดไปแช่ในช่องเย็นของตู้เย็น เพื่อให้ผักคงความกรอบสดได้นานขึ้น ส่วนเนื้อสัตว์ เรามักจะเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา หรือบางครั้งเราก็แช่น้ำดื่ม น้ำอัดลม หรือเบียร์ไว้ในตู้เย็น เพื่อให้ได้ดื่มเครื่องดื่มที่เย็นชื่นใจ บริบทและการใช้งานทั่วไป ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นอย่างยิ่งในทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *