"sells” แปลว่า

คำว่า “sells” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “ขาย” หรือ “กำลังขาย” เป็นรูปปัจจุบันกาลของคำว่า sell ที่ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “sells” ในบริบทของการซื้อขายสินค้าหรือบริการต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงร้านค้าที่กำลังขายสินค้า หรือเมื่อพูดถึงคุณสมบัติของสินค้าที่ “ขายดี” หรือ “ขายได้” เป็นต้น

Meaning & Usage

คำว่า “sells” แปลตรงตัวว่า “ขาย” หรือ “กำลังขาย” ใช้เมื่อประธานของประโยคเป็นคำนามเอกพจน์ (เช่น a company, a product, he, she, it) หรือสรรพนามบุรุษที่สามเอกพจน์

Examples

  • This shop sells fresh fruits. (ร้านนี้ ขาย ผลไม้สด)
  • The new model of phone sells very well. (โทรศัพท์รุ่นใหม่ ขาย ได้ดีมาก)
  • My brother sells insurance. (พี่ชายของฉัน ขาย ประกัน)

Context / Common Use

เรามักจะเห็นคำว่า “sells” ในป้ายร้านค้า, โฆษณา, หรือเมื่อพูดถึงธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำสินค้าหรือบริการไปแลกเปลี่ยนกับเงิน

“sells” ต่างจาก “sell” อย่างไร?

“sell” เป็นรูปพื้นฐานของกริยา (infinitive form) ใช้กับประธานพหูพจน์ (we, they, you) หรือประธานเอกพจน์ในรูปอดีตกาล (I sold, you sold) ส่วน “sells” เป็นรูปที่เติม -s ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามในรูปปัจจุบันกาลเท่านั้น

“sells” ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตได้หรือไม่?

ได้ครับ “sells” สามารถใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตที่ทำหน้าที่เหมือนผู้ขาย หรือมีความสามารถในการขายได้ เช่น “This website sells books online.” (เว็บไซต์นี้ขายหนังสือออนไลน์)

Similar Posts

  • "Humidity” แปลว่า

    Humidity หรือ “ความชื้น” คือปริมาณของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ยิ่งอากาศมีไอน้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความชื้นสูงเท่านั้น ซึ่งความชื้นนี้มีผลต่อความรู้สึกสบายตัวของเรา รวมถึงมีผลต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ รอบตัวเราด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะสัมผัสได้ถึงความชื้นอยู่เสมอ เช่น ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราอาจจะรู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย นั่นเป็นเพราะอากาศมีความชื้นสูง ทำให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง หรือในฤดูฝน เราจะรู้สึกว่าอากาศเย็นสบายขึ้น แต่ก็อาจจะรู้สึกอับๆ ได้บ้าง เพราะความชื้นในอากาศมีปริมาณมาก นอกจากนี้ ความชื้นยังมีผลต่อการเก็บรักษาอาหาร เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน Humidity หมายถึง ปริมาณไอน้ำในอากาศ ซึ่งสามารถวัดได้หลายรูปแบบ เช่น ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ที่บอกเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าอากาศสามารถอุ้มไอน้ำได้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับปริมาณสูงสุดที่อากาศนั้นจะอุ้มได้ที่อุณหภูมิเดียวกัน หรือความชื้นสัมบูรณ์ (Absolute Humidity) ที่บอกถึงมวลของไอน้ำในปริมาณอากาศที่กำหนด ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “Humidity” ในข่าวพยากรณ์อากาศ เช่น “วันนี้มี Humidity สูง ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว” หรือ “ความชื้นในอากาศช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 70%”…

  • "Grow” แปลว่า

    คำว่า “Grow” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “เติบโต” หรือ “เจริญงอกงาม” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้ได้หลากหลาย ทั้งกับการเติบโตทางร่างกายของสิ่งมีชีวิต การขยายตัวของธุรกิจ หรือแม้แต่การพัฒนาตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Grow” บ่อยๆ ในบริบทต่างๆ เช่น พ่อแม่เห็นลูกๆ “grow” (เติบโต) ขึ้นทุกวัน หรือเวลาพูดถึงธุรกิจที่กำลัง “grow” (เติบโต) หรือขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้กับการพัฒนาทักษะหรือความรู้ที่ “grow” (เพิ่มพูน) ขึ้นเรื่อยๆ ของคนเราได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Grow” มีความหมายหลักๆ คือ การเพิ่มขนาด การพัฒนา หรือการขยายตัวให้มากขึ้น โดยสามารถแบ่งการใช้งานได้ดังนี้: การเติบโตทางร่างกาย: ใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น เช่น เด็กทารกกำลัง “grow” (เติบโต) การเจริญงอกงาม: ใช้กับพืชที่งอกงามหรือเติบโตขึ้น เช่น ต้นไม้กำลัง “grow” (เติบโต) การขยายตัว:…

  • "Traits” แปลว่า

    คำว่า “Traits” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ลักษณะนิสัย” หรือ “คุณสมบัติ” ที่เป็นส่วนหนึ่งของบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนหรือลักษณะเด่นที่สังเกตได้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งลักษณะภายนอกที่มองเห็นได้ เช่น สีผม รูปร่าง หรือลักษณะภายในที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง แต่แสดงออกผ่านพฤติกรรม ความคิด หรือความรู้สึก เช่น ความขี้อาย ความกล้าหาญ หรือความฉลาด ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Traits” เพื่ออธิบายลักษณะเฉพาะตัวของใครบางคน หรือเพื่อพูดถึงคุณสมบัติบางอย่างที่โดดเด่น เช่น เวลาที่เราแนะนำเพื่อนให้คนอื่นรู้จัก เราอาจจะบอกว่า “เพื่อนฉันคนนี้มี trait ที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นมากเลยนะ” หรือเมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง เราอาจจะบอกว่า “หมาพันธุ์นี้มี trait ที่ซื่อสัตย์และรักเจ้าของมาก” นอกจากนี้ยังสามารถใช้พูดถึงลักษณะของสิ่งของได้อีกด้วย เช่น “รถยนต์รุ่นนี้มี trait ที่ประหยัดน้ำมันเป็นพิเศษ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Traits” หมายถึงลักษณะเฉพาะตัว คุณสมบัติ หรือลักษณะนิสัยที่ติดตัวมา หรือเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สามารถใช้ได้ทั้งกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต โดยเน้นที่ลักษณะที่สามารถสังเกตเห็นได้หรือแสดงออกมาอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่าง “ความอดทนเป็น trait…

  • "Restarting” แปลว่า

    “Restarting” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การเริ่มต้นใหม่ การกลับมาทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอีกครั้งหลังจากที่ได้หยุดพักไป หรือหลังจากที่เกิดความผิดพลาดจนต้องหยุดกระบวนการนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Restarting” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของเราทำงานผิดปกติ เราก็จะ “Restart” มันเพื่อแก้ไขปัญหา หรือเมื่อเรามีโครงการที่ทำไปแล้วติดขัด เราอาจจะตัดสินใจ “Restart” โครงการนั้นใหม่ด้วยแนวทางที่แตกต่างออกไป หรือแม้แต่การกลับมาออกกำลังกายหลังจากที่หยุดไปนาน ก็สามารถเรียกว่าเป็นการ “Restarting” การดูแลสุขภาพของตัวเองได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Restarting” มาจากคำว่า “Restart” ซึ่งแปลว่า การเริ่มใหม่ หรือ การเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะกลายเป็นคำกริยาที่กำลังกระทำอยู่ หรือใช้ในเชิงที่อธิบายถึงกระบวนการของการเริ่มต้นใหม่นั้นๆ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Restarting” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น การ “Restarting” คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, หรือโปรแกรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิค หรือทำให้ระบบกลับมาทำงานได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทอื่นๆ ที่หมายถึงการเริ่มต้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งใหม่ทั้งหมด เช่น การ “Restarting” ความสัมพันธ์,…

  • "Pants” แปลว่า

    คำว่า “Pants” ในภาษาไทยหมายถึง “กางเกง” ครับ เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเครื่องแต่งกายส่วนล่างของร่างกายที่สวมใส่ตั้งแต่ช่วงเอวลงไปถึงขา โดยทั่วไปแล้วกางเกงจะมีลักษณะเป็นชิ้นผ้าสองชิ้นต่อกันสำหรับแต่ละขา ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Pants” หรือ “กางเกง” กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยถึงเสื้อผ้าที่เราจะใส่ไปทำงาน ไปเที่ยว หรือแม้แต่การซื้อขายเสื้อผ้าตามร้านค้าต่างๆ เช่น “วันนี้อากาศร้อน ใส่ Pants แบบไหนดี?” หรือ “อยากได้ Pants ตัวใหม่ที่ใส่สบายๆ” นอกจากนี้ คำว่า “Pants” ยังถูกใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น กางเกงยีนส์ (jeans), กางเกงสแล็ค (slacks), หรือแม้แต่กางเกงกีฬา (sport pants) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ “Pants” ทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน Pants หมายถึง กางเกง ซึ่งเป็นเครื่องนุ่งห่มที่สวมใส่ปกคลุมช่วงล่างของร่างกาย โดยแยกสำหรับขาแต่ละข้าง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันเพิ่งซื้อ Pants ตัวใหม่มาเมื่อวานนี้” “กางเกงตัวนี้เป็น Pants ที่ใส่สบายมาก” “ช่วยหยิบ Pants…

  • "Throw” แปลว่า

    คำว่า “Throw” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยาที่มีความหมายหลักๆ ว่า “ขว้าง” หรือ “เหวี่ยง” ไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยทั่วไปมักใช้กับการเคลื่อนไหวของมือและแขนเพื่อส่งวัตถุออกไปจากตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Throw” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การเล่นกีฬา เช่น “throw a ball” (ขว้างลูกบอล) หรือ “throw a punch” (ชกหมัด) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น “throw a party” (จัดงานปาร์ตี้) หรือ “throw a tantrum” (อาละวาด) ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการกระทำบางอย่างอย่างรวดเร็วหรือกะทันหัน ความหมายและการใช้งาน “Throw” หมายถึง การขว้าง, การเหวี่ยง, การโยน หรือการปาวัตถุออกไป โดยใช้แรงจากแขนและมือ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและเชิงเปรียบเทียบ ตัวอย่างการใช้งาน Throw a ball: เขาโยนลูกบอลให้ฉัน Throw a…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *