"Earned” แปลว่า

คำว่า “Earned” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การได้รับมาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากการลงแรง การทำงานหนัก หรือการกระทำที่สมควรได้รับ โดยมีความหมายตรงข้ามกับการได้รับมาโดยบังเอิญ หรือการได้รับมาโดยไม่ตั้งใจ เป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความพยายามที่อยู่เบื้องหลังการได้รับนั้นๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Earned” ในหลายบริบท เช่น เมื่อเราพูดถึงรายได้จากการทำงาน เราจะบอกว่า “เงินเดือนที่ได้รับมานั้น เป็นเงินที่ฉัน earned” หรือเมื่อนักกีฬาสามารถคว้าชัยชนะมาได้ด้วยความสามารถและการฝึกฝนอย่างหนัก เราก็อาจจะกล่าวว่า “ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะที่เขา earned” เป็นต้น การใช้คำนี้เป็นการเน้นย้ำว่าสิ่งที่ได้รับมานั้น เกิดจากความสามารถ ความพยายาม และความเหมาะสม ไม่ใช่โชคช่วยเพียงอย่างเดียว

ความหมายและการใช้งาน

“Earned” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) และกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของคำกริยา “earn” ซึ่งแปลว่า ได้รับมา, หามาได้, ได้รับผลตอบแทนจากการทำงาน หรือได้รับมาด้วยความสามารถ/ความพยายาม สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การได้รับเงินเดือน, รางวัล, การยอมรับ, ความเคารพ หรือแม้กระทั่งความสุข

ตัวอย่างการใช้งาน

  • He earned a good reputation for his hard work. (เขาได้รับชื่อเสียงที่ดีจากการทำงานหนักของเขา)
  • She finally earned her degree after many years of studying. (เธอได้รับปริญญาในที่สุดหลังจากเรียนมาหลายปี)
  • The team earned their victory with a strong performance. (ทีมได้รับชัยชนะด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม)

บริบทที่ใช้ทั่วไป

คำว่า “Earned” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงคุณค่าและความชอบธรรมของการได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม เช่น เงินทอง หรือผลตอบแทนที่เป็นนามธรรม เช่น ความเคารพ ความไว้วางใจ หรือความสำเร็จ เป็นการแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นมาจากการลงแรงและการกระทำที่สมควรได้รับอย่างแท้จริง

FAQ SECTION

“Earned” กับ “Gained” ต่างกันอย่างไร?

“Earned” เน้นการได้รับมาจากการลงแรงหรือความพยายาม ในขณะที่ “Gained” เป็นคำที่กว้างกว่า สามารถหมายถึงการได้รับมาได้โดยวิธีต่างๆ รวมถึงการได้มาโดยบังเอิญ หรือการได้มาโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

เราสามารถใช้ “Earned” กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้หรือไม่?

ได้แน่นอนครับ เราสามารถใช้ “Earned” กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เช่น การได้รับความเคารพ (earned respect), การได้รับความไว้วางใจ (earned trust) หรือการได้รับชื่อเสียง (earned reputation) ซึ่งล้วนเป็นการได้รับมาจากการกระทำและพฤติกรรมที่เหมาะสม

Similar Posts

  • "Guardians” แปลว่า

    คำว่า “Guardians” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้พิทักษ์ ผู้คุ้มครอง หรือผู้ปกป้อง ซึ่งอาจจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดก็ได้ โดยมีความหมายโดยรวมถึงการทำหน้าที่คอยดูแล ปกป้องไม่ให้เกิดอันตราย หรือรักษาไว้ซึ่งสิ่งสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Guardians” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในภาพยนตร์ เราอาจจะเห็นกลุ่มฮีโร่ที่เรียกตัวเองว่า “Guardians of the Galaxy” ซึ่งหมายถึงกลุ่มผู้พิทักษ์จักรวาล หรือในกรณีที่เกี่ยวกับเด็ก อาจหมายถึงผู้ปกครองตามกฎหมายที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็ก หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความปลอดภัย อาจหมายถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยปกป้องสถานที่ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Guardians” มาจากคำกริยา “guard” ที่แปลว่า เฝ้า ยาม หรือป้องกัน เมื่อเติม “-ian” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่นั้นๆ ดังนั้น “Guardians” จึงหมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพบเห็นการใช้คำนี้ในประโยค เช่น “The parents are the legal guardians…

  • "Softly” แปลว่า

    คำว่า “Softly” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างนุ่มนวล เบาๆ หรืออย่างอ่อนโยน เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะการกระทำที่ไม่รุนแรง ไม่แข็งกระด้าง และมักจะทำให้เกิดความรู้สึกสบาย หรือไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Softly” เพื่ออธิบายถึงการพูด การสัมผัส หรือการกระทำต่างๆ เช่น การพูดคุยกับเด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง เราอาจจะพูดคุยกับพวกเขา “softly” เพื่อไม่ให้พวกเขากลัว หรือตกใจ การสัมผัสสิ่งของที่บอบบาง เราก็จะสัมผัส “softly” เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือแม้แต่การเปิดประตู เราก็อาจจะเปิดมัน “softly” เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Softly” สื่อถึงการกระทำที่มีความนุ่มนวล ความเบา และความอ่อนโยน สามารถนำไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เพื่อเน้นย้ำถึงลักษณะของการกระทำนั้นๆ ที่ไม่รุนแรงหรือไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “Please speak softly so the baby can sleep.” (กรุณาพูดเบาๆ เพื่อให้เด็กทารกหลับได้) “She…

  • "Shy” แปลว่า

    คำว่า “Shy” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกอาการหรือลักษณะนิสัยของคนที่รู้สึกประหม่า ไม่กล้าแสดงออก หรือไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือเมื่อต้องเป็นจุดสนใจ โดยทั่วไปแล้ว คนที่ “Shy” มักจะขี้อาย เก็บตัว และอาจจะพูดน้อยกว่าปกติ ในชีวิตประจำวัน เราจะสังเกตเห็นคนที่มีลักษณะ “Shy” ได้บ่อยๆ เช่น เด็กที่เข้าโรงเรียนวันแรกแล้วไม่กล้าเล่นกับเพื่อน หรือเวลาไปงานเลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะยืนอยู่เงียบๆ ไม่กล้าทักทายใคร หรือบางคนอาจจะเขินอายเวลาต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ อาการ “Shy” นี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในบางสถานการณ์ หรือบางคนอาจจะมีนิสัยขี้อายเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shy” หมายถึง ขี้อาย, ประหม่า, ไม่กล้าแสดงออก เป็นลักษณะนิสัยที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจหรือไม่สบายใจที่จะเข้าสังคม หรือตกเป็นเป้าสายตา ตัวอย่างการใช้งาน เด็กคนนั้นดู “Shy” มากเลย ไม่ยอมพูดกับคนแปลกหน้าเลย ฉันเป็นคน “Shy” นิดหน่อย เวลาต้องพูดหน้าชั้นเรียนจะรู้สึกประหม่าเสมอ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Shy” มักจะถูกใช้เพื่ออธิบายบุคลิกภาพของคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยกล้าเข้าหาผู้อื่น หรือรู้สึกไม่สบายใจในสถานการณ์ที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก หรือต้องแสดงออกต่อหน้าสาธารณะ “Shy” กับ “Introvert” ต่างกันอย่างไร?…

  • "ทํานาบนหลังคน” แปลว่า

    สำนวน “ทำนาบนหลังคน” หมายถึง การเอาเปรียบผู้อื่น หาผลประโยชน์ใส่ตนเอง โดยอาศัยความเดือดร้อน ความทุกข์ยาก หรือการทำงานหนักของผู้อื่นมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความร่ำรวย หรือความสะดวกสบายให้กับตนเอง โดยที่ตนเองไม่ต้องลงแรง หรือลงทุนอะไรเลย เปรียบเสมือนการปลูกข้าวบนหลังของผู้อื่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง แต่ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบให้เห็นถึงความไม่ถูกต้อง และความเห็นแก่ตัวของผู้กระทำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินสำนวนนี้ถูกนำไปใช้เมื่อมีใครสักคนกระทำการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้อื่น เช่น การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน หรือการที่นายจ้างเอาเปรียบลูกจ้าง ไม่จ่ายค่าแรงที่เป็นธรรม หรือให้ทำงานหนักเกินไปโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม เป็นต้น ผู้คนมักใช้สำนวนนี้เพื่อตำหนิ ประณาม หรือแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมดังกล่าว ความหมายและการใช้งาน สำนวน “ทำนาบนหลังคน” เป็นการเปรียบเปรยถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยความเดือดร้อน หรือความเหน็ดเหนื่อยของผู้อื่นมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่งคั่ง หรือความสะดวกสบายให้กับตนเอง โดยที่ตนเองไม่ต้องลงแรง หรือเสียสละอะไรเลย เป็นการกระทำที่สะท้อนถึงความเห็นแก่ตัว ขาดคุณธรรม และจริยธรรม ตัวอย่างการใช้งาน พ่อค้าคนกลางบางรายมักจะ “ทำนาบนหลังคน” โดยการกักตุนสินค้าในช่วงที่ขาดแคลน แล้วค่อยนำออกมาขายในราคาที่สูงลิ่ว การที่บริษัทบางแห่งเอาเปรียบแรงงาน โดยจ่ายค่าจ้างน้อยนิด แต่ให้ทำงานหนัก ก็ถือเป็นการ “ทำนาบนหลังคน” อย่างหนึ่ง การโกงข้อสอบ หรือการลอกผลงานผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ก็เป็นการ “ทำนาบนหลังคน” ในเชิงวิชาการ…

  • "Instrument” แปลว่า

    คำว่า “Instrument” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “เครื่องดนตรี” ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ในการบรรเลงเพลง หรือทำให้เกิดเสียงดนตรีต่างๆ อย่างไรก็ตาม คำว่า “Instrument” ยังสามารถมีความหมายอื่นๆ ได้อีก ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับ “Instrument” ในความหมายของเครื่องดนตรี เช่น กีตาร์ เปียโน ไวโอลิน หรือกลอง แต่จริงๆ แล้ว “Instrument” ยังหมายถึง “เครื่องมือ” หรือ “อุปกรณ์” ที่ใช้ในการทำงานบางอย่าง หรือใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการบรรลุเป้าหมายบางประการได้ด้วย เช่น เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิธีการหรือกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อให้บรรลุผลที่ต้องการ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Instrument” มีความหมายที่หลากหลาย ดังนี้ เครื่องดนตรี: อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเสียงดนตรี เช่น Guitar (กีตาร์), Piano (เปียโน), Violin (ไวโอลิน) เครื่องมือ / อุปกรณ์: สิ่งที่ใช้ในการทำงานหรือปฏิบัติการบางอย่าง…

  • "Shoulder” แปลว่า

    คำว่า “Shoulder” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ไหล่” ซึ่งเป็นส่วนของร่างกายที่เชื่อมต่อระหว่างแขนกับลำตัว ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักและช่วยในการเคลื่อนไหวของแขน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Shoulder” หรือ “ไหล่” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการบาดเจ็บที่ไหล่ เช่น “I hurt my shoulder” (ฉันเจ็บไหล่) หรือเมื่อพูดถึงการแสดงท่าทางที่เกี่ยวกับไหล่ เช่น “He put his arm around my shoulder” (เขาโอบแขนไว้ที่ไหล่ของฉัน) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น “She’s a shoulder to cry on” (เธอเป็นที่พึ่งให้ร้องไห้ได้) หมายถึงคนที่พร้อมจะรับฟังและให้กำลังใจ ความหมายและการใช้งาน “Shoulder” หมายถึง ไหล่ ซึ่งเป็นส่วนบนสุดของแขนที่เชื่อมต่อกับลำตัว เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถยก แบก หรือเคลื่อนไหวแขนได้อย่างอิสระ ในทางปฏิบัติ คำนี้ใช้ได้ทั้งกับส่วนของร่างกายโดยตรง และในเชิงเปรียบเทียบถึงการสนับสนุนหรือการเป็นที่พึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “The bag…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *