"deny” แปลว่า

คำว่า “deny” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรับในสิ่งที่ถูกกล่าวถึง หรือสิ่งที่เกิดขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “deny” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนกล่าวหาเราในเรื่องที่เราไม่ได้ทำ เราก็จะ “deny” หรือปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น หรือเมื่อมีคนถามว่าเราทำผิดอะไรหรือไม่ แล้วเราไม่ได้ทำ เราก็จะ “deny” ว่าเราไม่ได้ทำ หรือบางครั้งอาจใช้ในบริบทของการไม่ยอมรับความจริง เช่น การ “deny” ความผิดพลาดของตัวเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Deny” หมายถึง การปฏิเสธอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ การไม่ยอมรับ หรือการยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง การปฏิเสธอาจทำได้ทั้งด้วยคำพูด การกระทำ หรือท่าที

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น:

  • “He decided to deny all accusations made against him.” (เขาตัดสินใจปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ถูกกล่าวหาเขา)
  • “She tried to deny that she had been crying, but her red eyes gave her away.” (เธอพยายามปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ดวงตาแดงก่ำของเธอก็ทำให้เธอเป็นที่สังเกตได้)
  • “The company denied any involvement in the scandal.” (บริษัทปฏิเสธว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องอื้อฉาว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “deny” มักถูกใช้ในบริบทของการกล่าวหา การให้การ การข่าว หรือการสื่อสารทั่วไป เพื่อแสดงถึงการไม่ยอมรับหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวอ้างบางอย่าง


“Deny” แปลว่าอะไร?

“Deny” แปลว่า ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ หรือยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง

เราใช้คำว่า “Deny” ในสถานการณ์ไหนบ้าง?

เราใช้คำว่า “Deny” เมื่อต้องการปฏิเสธข้อกล่าวหา ปฏิเสธความผิด หรือปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงบางอย่าง

Similar Posts

  • "Know” แปลว่า

    คำว่า “Know” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยา (verb) ที่มีความหมายหลักว่า “รู้” หรือ “ทราบ” เป็นการรับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Know” บ่อยครั้งมากครับ เช่น เวลาเราถามว่า “Do you know him?” ก็คือ “คุณรู้จักเขาไหม?” หรือถ้าเราบอกว่า “I know the answer” ก็แปลว่า “ฉันรู้คำตอบ” เป็นการแสดงว่าเรามีข้อมูลหรือความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อยู่แล้ว ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Know” หมายถึง การมีข้อมูล การรับรู้ หรือการเข้าใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นการรู้ข้อเท็จจริง (facts) การรู้จักบุคคล (people) การเข้าใจสถานการณ์ (situations) หรือการมีความสามารถ (skills) บางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน 1. การรู้ข้อเท็จจริง: “I know that…

  • "Pilot” แปลว่า

    คำว่า “Pilot” ในภาษาไทยนั้นมีความหมายหลักๆ ได้แก่ นักบิน หรือ ผู้ควบคุมอากาศยาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและนำเครื่องบิน ยานพาหนะทางอากาศ หรือแม้กระทั่งยานอวกาศ ให้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างปลอดภัย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Pilot” หรือ “นักบิน” ในบริบทของการเดินทางทางอากาศ เช่น เวลาที่เรากำลังจะขึ้นเครื่องบิน หรือเมื่อพูดถึงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาจจะประกาศว่า “เรียนท่านผู้โดยสาร ขณะนี้กัปตัน (Captain) และนักบินผู้ช่วย (First Officer) ของเรา กำลังเตรียมเครื่องบินสำหรับการเดินทาง” หรือบางครั้งเราอาจจะเห็นข่าวเกี่ยวกับนักบินที่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ก็จะใช้คำว่า “Pilot” เพื่อเรียกขานถึงพวกเขา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pilot” หมายถึง ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับใบอนุญาตในการควบคุมอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเล็ก เครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินทหาร หรือแม้กระทั่งเฮลิคอปเตอร์ ในบางบริบท คำว่า “Pilot” ยังสามารถหมายถึง “ผู้ทดลอง” หรือ “โครงการนำร่อง” ได้ด้วย เช่น “pilot project” หมายถึง โครงการทดลองที่ทำขึ้นเพื่อประเมินผลก่อนนำไปใช้จริงในวงกว้าง…

  • "Taught” แปลว่า

    คำว่า “Taught” เป็นรูปอดีตกาล (Past Tense) และกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของคำกริยา “teach” ซึ่งในภาษาไทยมีความหมายว่า “สอน” หรือ “สั่งสอน” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “taught” ในสถานการณ์ที่พูดถึงการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการสอนในโรงเรียน การสอนทักษะบางอย่าง หรือแม้แต่การสั่งสอนอบรมจากผู้ใหญ่ เช่น คุณครูสอนวิชาคณิตศาสตร์เมื่อวานนี้ หรือ พ่อแม่สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Taught” หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ทักษะ หรือข้อมูลบางอย่างให้กับผู้อื่น โดยผู้ที่ทำหน้าที่สอน (teacher) ได้ทำการสอนสิ่งนั้นไปแล้วในอดีต สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน My English teacher taught us grammar last week. (คุณครูสอนภาษาอังกฤษของฉันสอนไวยากรณ์ให้เราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) She taught me how to cook when…

  • "Borrow” แปลว่า

    คำว่า “Borrow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “ยืม” หรือ “ขอยืม” เป็นการกระทำที่ผู้หนึ่งขอสิ่งของหรือเงินจากอีกผู้หนึ่ง โดยมีเจตนาที่จะคืนให้ในภายหลัง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “borrow” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราต้องการยืมปากกาจากเพื่อน ยืมหนังสือจากห้องสมุด หรือแม้กระทั่งยืมเงินจากธนาคาร การยืมมักจะมาพร้อมกับความคาดหวังว่าจะคืนสิ่งนั้นกลับไปให้เจ้าของในสภาพเดิมหรือตามที่ตกลงกันไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “borrow” หมายถึง การขอใช้สิ่งของ เงิน หรือความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยมีข้อตกลงว่าจะคืนให้ในภายหลัง อาจเป็นการยืมแบบไม่มีดอกเบี้ย (เช่น ยืมของใช้ส่วนตัว) หรือเป็นการยืมที่มีดอกเบี้ย (เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังยืมอะไรและจากใคร ตัวอย่างการใช้งาน “Can I borrow your pen for a moment?” (ฉันขอยืมปากกาของคุณสักครู่ได้ไหม?) “She had to borrow money from her parents to pay her rent.”…

  • "Fest” แปลว่า

    คำว่า “Fest” ในภาษาไทยมีความหมายว่า งานเทศกาล หรืองานเฉลิมฉลอง ซึ่งมักจะเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษ จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง หรือเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว “Fest” จะให้ความรู้สึกถึงความสนุกสนาน การรวมตัวของผู้คน และบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Fest” ปรากฏอยู่ในชื่อของงานต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น งานดนตรี งานอาหาร หรืองานประจำปีต่างๆ ผู้คนใช้คำนี้เพื่อสื่อถึงงานที่มีความครึกครื้น มีกิจกรรมหลากหลายให้เข้าร่วม และมักจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หรือตามโอกาสพิเศษ การได้ยินคำว่า “Fest” จึงมักจะทำให้นึกถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ และผู้คนมากมายที่มาร่วมสนุกด้วยกัน ความหมายและการใช้งาน “Fest” เป็นคำย่อมาจากคำว่า “Festival” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลตรงตัวว่า “เทศกาล” หรือ “งานเฉลิมฉลอง” ในภาษาไทย คำนี้มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเรียกงานต่างๆ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลอง หรือมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงงานต่างๆ เราอาจจะได้ยินชื่อเช่น “Music Fest” ซึ่งหมายถึง เทศกาลดนตรี หรือ “Food Fest” ที่หมายถึง…

  • "Loose” แปลว่า

    คำว่า “Loose” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่แปลว่า “หลวม” หรือ “ไม่แน่น” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำที่ใช้บรรยายลักษณะของสิ่งของที่ไม่ได้ถูกยึดติดหรือรัดแน่นจนเกินไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “loose” บ่อยๆ ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกไม่พอดีตัว อาจจะหลวมไป หรือเวลาพูดถึงน็อต สกรู หรือส่วนประกอบต่างๆ ที่อาจจะคลายออกมาจนไม่แน่น เมื่อพูดว่า “loose” มักจะสื่อถึงความไม่มั่นคง หรือการที่สิ่งนั้นสามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าปกติ ความหมายและการใช้งาน “Loose” ใช้เพื่ออธิบายสภาพที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ถูกจับยึด, รัด, หรือยึดติดแน่น ตัวอย่างการใช้งาน เสื้อผ้า: “กางเกงตัวนี้หลวมไปหน่อย ต้องเอาไปแก้” (These pants are a bit loose, I need to get them altered.) ส่วนประกอบ: “น็อตตรงล้อรถมันเริ่ม loose แล้วนะ ต้องรีบขันให้แน่น” (The lug nuts on…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *