"Acquisition” แปลว่า

คำว่า “Acquisition” ในภาษาไทยหมายถึง การเข้าซื้อกิจการ หรือ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปมักใช้ในบริบททางธุรกิจ หมายถึง การที่บริษัทหนึ่งเข้าซื้อบริษัทอีกแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะควบคุมกิจการนั้นๆ หรือซื้อทรัพย์สินของบริษัทนั้นๆ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Acquisition” โดยตรงบ่อยนัก แต่เราจะเห็นผลลัพธ์ของการ Acquisition เกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น เมื่อมีข่าวว่าบริษัทใหญ่เข้าซื้อบริษัทสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโต หรือเมื่อบริษัท A ควบรวมกิจการกับบริษัท B ทำให้เกิดบริษัทใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเมื่อเราเห็นแบรนด์สินค้าที่เราคุ้นเคย กลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม นั่นคือผลลัพธ์ของการ Acquisition ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

Acquisition คือ กระบวนการที่บริษัทหนึ่ง (ผู้ซื้อ) เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่หรือสินทรัพย์ทั้งหมดของอีกบริษัทหนึ่ง (ผู้ถูกซื้อ) เพื่อเข้าควบคุมและเป็นเจ้าของกิจการนั้นๆ การ Acquisition มักเกิดขึ้นเมื่อบริษัทผู้ซื้อต้องการขยายธุรกิจ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ หรือกำจัดคู่แข่ง

ตัวอย่าง

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่มีนวัตกรรมใหม่ นั่นคือ Acquisition ที่บริษัทใหญ่ได้ “Acquire” บริษัทซอฟต์แวร์นั้นมาเพื่อนำเทคโนโลยีมาเสริมทัพ หรือเมื่อเครือโรงแรมแห่งหนึ่งเข้าซื้อโรงแรมอิสระหลายๆ แห่ง เพื่อขยายเครือข่ายและเพิ่มจำนวนห้องพัก

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำว่า Acquisition มักถูกใช้ในวงการธุรกิจ การเงิน และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหุ้น การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions – M&A) หรือการเจรจาทางธุรกิจ การทำ Acquisition แสดงถึงการเติบโตและการขยายอำนาจของบริษัท

FAQ SECTION

Acquisition กับ Merger ต่างกันอย่างไร?

Merger คือ การรวมกิจการของสองบริษัทที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยมักจะก่อตั้งเป็นบริษัทใหม่ที่มีชื่อใหม่ หรือชื่อของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ส่วน Acquisition คือ การที่บริษัทหนึ่งเข้าซื้ออีกบริษัทหนึ่ง โดยบริษัทผู้ซื้อยังคงชื่อเดิมและเป็นผู้ควบคุมกิจการเป็นหลัก

ทำไมบริษัทถึงทำการ Acquisition?

บริษัททำการ Acquisition เพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ เช่น เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตเร็วขึ้น เข้าถึงตลาดใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่ ลดการแข่งขัน หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

Similar Posts

  • "Play” แปลว่า

    คำว่า “Play” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เล่น” ซึ่งเป็นคำกริยาที่ใช้กับการทำกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลาย หรือเพื่อการศึกษา โดยทั่วไปแล้วการเล่นจะเกี่ยวข้องกับการใช้จินตนาการ การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการโต้ตอบกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Play” ในหลากหลายบริบท เช่น เด็กๆ เล่นของเล่น (children play with toys) เราอาจจะชวนเพื่อนไปเล่นกีฬา (let’s go play sports) หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงหรือดูหนัง เราก็อาจจะใช้คำว่า “play music” หรือ “play a movie” ซึ่งในกรณีนี้จะหมายถึงการเปิดให้เล่นหรือฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้ คำว่า “Play” ยังสามารถใช้ในความหมายของการแสดง เช่น การแสดงละครเวที (stage play) หรือการเล่นบทบาทสมมติ ความหมายและการใช้งาน “Play” แปลว่า “เล่น” โดยทั่วไปใช้กับการทำกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน ความบันเทิง หรือการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงการแสดง การบรรเลงดนตรี…

  • "Bonding” แปลว่า

    คำว่า “Bonding” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การสร้างความผูกพัน” หรือ “การเชื่อมสัมพันธ์” เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิด ความเข้าใจ และความผูกพันระหว่างบุคคล หรือระหว่างกลุ่มคน ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นการใช้คำว่า “Bonding” ในหลายบริบท เช่น พ่อแม่ที่ทำกิจกรรมร่วมกับลูกเพื่อสร้างความผูกพัน หรือเพื่อนร่วมงานที่ไปทานข้าวเย็นด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ การ “Bonding” ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และทำให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bonding” หมายถึง การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น การผูกมิตร หรือการสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในความสัมพันธ์ส่วนตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เช่น ทีมเวิร์ค การสร้างความผูกพันที่ดีจะนำไปสู่ความเข้าใจที่มากขึ้น การทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และความรู้สึกที่ดีต่อกัน ตัวอย่างการใช้งาน การทำกิจกรรมร่วมกัน: ครอบครัวที่ไปเที่ยวทะเลด้วยกันถือเป็นการ “Bonding” ที่ดี การสร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงาน: การจัดปาร์ตี้ปีใหม่ของบริษัทเป็นโอกาสในการ “Bonding” ของพนักงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน: การพูดคุยเปิดอกและการช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อนคือการ “Bonding” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Bonding”…

  • "Versatile” แปลว่า

    คำว่า “Versatile” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความสามารถรอบด้าน หรือ การปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายสถานการณ์ หลายรูปแบบ หรือมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมหรือความต้องการที่แตกต่างกันได้ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Versatile” บ่อยครั้งในการอธิบายสิ่งของหรือแม้กระทั่งคน เช่น เสื้อผ้าที่ “Versatile” คือเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้หลายโอกาส จะใส่ไปทำงาน ไปเที่ยว หรือไปงานที่เป็นทางการเล็กๆ ก็ได้ เครื่องมือที่ “Versatile” คือเครื่องมือที่ทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่หน้าที่เดียว หรือแม้กระทั่งคนที่มีทักษะ “Versatile” ก็คือคนที่เก่งหลายด้าน สามารถทำงานได้หลากหลายประเภท ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Versatile” อธิบายถึงความสามารถในการปรับตัวหรือใช้งานได้หลากหลายประเภท ไม่จำกัดอยู่แค่รูปแบบเดียว มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ตัวอย่างการใช้งาน เสื้อผ้า Versatile: “เดรสสีดำตัวนี้ Versatile มากเลย ใส่กับรองเท้าผ้าใบก็ดูชิลล์ ใส่กับส้นสูงก็ดูหรูได้” อุปกรณ์ Versatile: “สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ Versatile จริงๆ นอกจากโทรศัพท์แล้วยังถ่ายรูป เล่นเกม ฟังเพลงได้ครบ” บุคคล…

  • "Info” แปลว่า

    คำว่า “Info” เป็นคำย่อมาจากคำว่า “Information” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า “ข้อมูล” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันและในวงการต่างๆ เพื่อสื่อถึงข้อเท็จจริง เรื่องราว หรือรายละเอียดต่างๆ ที่เราต้องการทราบหรือแบ่งปัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “info” บ่อยๆ เช่น เวลาเพื่อนถามหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว หรือการนัดหมายต่างๆ ก็จะพูดว่า “ขอ info หน่อย” หรือเวลาที่แชร์ข่าวสารอะไร เราอาจจะบอกว่า “อันนี้เป็น info ล่าสุดนะ” นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ คำว่า “info” ก็ถูกใช้เยอะมากในการค้นหาข้อมูลต่างๆ หรือเวลาที่เราเข้าไปดูรายละเอียดสินค้า บริการ หรือข่าวสารบนเว็บไซต์ต่างๆ ก็มักจะเจอคำว่า “info” ประกอบอยู่ด้วย ความหมายและการใช้งาน “Info” คือ ข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นข้อเท็จจริง สถิติ ตัวเลข รายละเอียด หรือเรื่องราวต่างๆ ที่ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดียิ่งขึ้น การใช้งานก็ตรงไปตรงมา คือใช้เมื่อต้องการทราบ หรือต้องการให้ข้อมูลอะไรบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น:…

  • "Spouses” แปลว่า

    คำว่า “Spouses” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกคู่สมรส หมายถึง สามีหรือภรรยาของบุคคลนั้นๆ ในภาษาไทย เรามักใช้คำว่า “คู่สมรส” หรือ “สามีภรรยา” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เราจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Spouses” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทที่เป็นทางการ เช่น ในเอกสารราชการ แบบฟอร์มต่างๆ หรือในการสัมภาษณ์งาน เมื่อมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพสมรส หรือเมื่อต้องการกล่าวถึงบุคคลที่เป็นคู่ครองของใครสักคน ตัวอย่างเช่น ในแบบสอบถามอาจมีช่องให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับ “Spouse’s Name” ซึ่งก็คือ “ชื่อคู่สมรส” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Spouses” หมายถึง บุคคลที่แต่งงานกันตามกฎหมาย หรือตามประเพณี ถือเป็นคำที่ครอบคลุมทั้งสามีและภรรยา ไม่ได้เจาะจงเพศใดเพศหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ในประโยคภาษาอังกฤษ เราอาจเห็นการใช้ “Spouses” ในลักษณะนี้: “All employees are required to provide information about their spouses.” (พนักงานทุกคนจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรสของตน) บริบทการใช้งานทั่วไป คำนี้มักพบในเอกสารทางกฎหมาย แบบฟอร์มการสมัครต่างๆ…

  • "Busy” แปลว่า

    คำว่า “Busy” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน มีความหมายหลักๆ คือ “ยุ่ง” หรือ “กำลังทำกิจกรรมหลายอย่างอยู่” ซึ่งบ่งบอกถึงสภาวะที่บุคคลนั้นมีภาระหน้าที่ หรือมีสิ่งที่ต้องทำจำนวนมากจนอาจไม่มีเวลาว่าง หรือต้องใช้สมาธิในการจัดการกับสิ่งเหล่านั้น ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Busy” เพื่อสื่อสารว่าตนเองกำลังมีงานมาก กำลังติดธุระ หรือกำลังทำกิจกรรมบางอย่างอยู่ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยว แต่เราไม่ว่าง ก็อาจจะตอบไปว่า “วันนี้เรา Busy นะ ไว้คราวหน้าแล้วกัน” หรือในการทำงาน หากมีคนมาขอความช่วยเหลือในขณะที่เรากำลังทำงานสำคัญอยู่ ก็อาจจะบอกว่า “ตอนนี้ขออนุญาต Busy ก่อนนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะมาช่วย” เป็นการบอกให้ทราบว่าเรากำลังมีภารกิจที่ต้องสะสางอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Busy” แปลตรงตัวว่า “ยุ่ง” ใช้เพื่ออธิบายถึงสภาวะที่มีกิจกรรมหรือภาระหน้าที่ต้องทำจำนวนมาก ทำให้ไม่มีเวลาว่าง หรือต้องใช้ความพยายามในการจัดการกับสิ่งเหล่านั้น สามารถใช้ได้กับทั้งคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสถานที่ที่กำลังมีกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน “I’m so busy with work this week.” (สัปดาห์นี้ฉันยุ่งมากกับงาน) “She’s busy studying…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *