"Audited” แปลว่า

คำว่า “Audited” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การตรวจสอบบัญชี หรือ การตรวจสอบทางการเงิน ซึ่งเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดและเป็นระบบ โดยผู้ตรวจสอบอิสระ (ซึ่งมักจะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) เพื่อแสดงความเห็นว่า งบการเงินขององค์กรนั้นๆ แสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินอย่างถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญหรือไม่

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Audited” ในบริบทของบริษัทหรือองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศผลประกอบการ หรือเมื่อมีการทำธุรกรรมที่สำคัญ เช่น การกู้ยืมเงิน การระดมทุน หรือการควบรวมกิจการ การที่งบการเงินได้รับการ “Audited” แล้ว จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลทางการเงินนั้นๆ มากขึ้น ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ หรือแม้แต่หน่วยงานกำกับดูแล มีความมั่นใจในการตัดสินใจต่างๆ

ความหมายและการใช้งาน

“Audited” มาจากคำกริยา “audit” ที่แปลว่า ตรวจสอบบัญชี การที่งบการเงินได้รับการ “Audited” หมายความว่า มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของรายการทางการเงินต่างๆ ตามมาตรฐานการบัญชีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะออกรายงานการสอบบัญชี (Audit Report) เพื่อสรุปผลการตรวจสอบ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “บริษัทของเรามีแผนที่จะให้ผู้สอบบัญชีเข้ามา Audited งบการเงินประจำปีนี้”
  • “ธนาคารขอให้เรายื่นงบการเงินที่ผ่านการ Audited แล้ว เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ”
  • “นักลงทุนต้องการความมั่นใจ จึงขอดูรายงานผลการ Audited ของบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุน”

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Audited” มักจะปรากฏในแวดวงธุรกิจ การเงิน การบัญชี และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานประจำปีของบริษัท, ข่าวสารเกี่ยวกับการเงิน, หรือเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

🔷 FAQ SECTION

“Audited” กับ “Unaudited” ต่างกันอย่างไร?

“Unaudited” หมายถึง งบการเงินที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีอิสระ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะมีข้อผิดพลาดมากกว่างบการเงินที่ผ่านการ “Audited” แล้ว

ใครเป็นผู้ทำการ “Audited”?

โดยทั่วไป การ “Audited” งบการเงินจะทำโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant – CPA) หรือสำนักงานสอบบัญชีที่เป็นอิสระจากบริษัทที่ถูกตรวจสอบ

Similar Posts

  • "Knows” แปลว่า

    คำว่า “Knows” เป็นรูปกริยาของคำว่า “know” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง การมีความรู้ ความเข้าใจ หรือการรับรู้เกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีข้อมูลหรือคุ้นเคยกับเรื่องนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “knows” เพื่ออธิบายว่าใครสักคนรู้อะไรบางอย่าง เช่น เพื่อนอาจจะบอกว่า “He knows the way to the station.” (เขารู้ทางไปสถานี) หรือ “She knows how to cook Thai food.” (เธอรู้วิธีทำอาหารไทย) เป็นการบ่งบอกถึงความสามารถ ประสบการณ์ หรือข้อมูลที่บุคคลนั้นมีอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Knows” เป็นรูปกริยาช่องที่ 3 ของ “know” ที่ใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์ ใช้เพื่อบอกว่าประธานนั้นๆ มีความรู้หรือรู้จักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง My sister knows…

  • "Cooked” แปลว่า

    คำว่า “Cooked” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “สุก” ซึ่งหมายถึงอาหารที่ผ่านการปรุงให้สุกพร้อมรับประทานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ทอด ผัด อบ หรือย่าง แต่ในบริบทของการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในภาษาพูด คำว่า “Cooked” ยังมีความหมายแฝงที่น่าสนใจอีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Cooked” ถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความพร้อม หรือการเตรียมการบางอย่างให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่แค่กับอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแผนงาน โครงการ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่ถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการ พูดง่ายๆ คือ ทุกอย่างพร้อมแล้ว หรือถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน ความหมายตรงตัวของ “Cooked” คือ “สุก” ใช้กับอาหารที่ผ่านการปรุงแล้ว เช่น “The rice is cooked.” (ข้าวสุกแล้ว) แต่ในความหมายแฝง “Cooked” หมายถึง การเตรียมการ การจัดเตรียมให้พร้อม หรือการถูกจัดฉาก ซึ่งมักจะใช้ในบริบทที่ค่อนข้างไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน เกี่ยวกับอาหาร: “I’ll be there in 10…

  • "Shine” แปลว่า

    คำว่า “Shine” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ส่องแสง” หรือ “เปล่งประกาย” โดยสามารถใช้ได้ทั้งกับวัตถุที่สะท้อนแสงได้ดี หรือใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงความโดดเด่น ความเจิดจรัส หรือความสำเร็จก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Shine” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงยามเช้า หรือเมื่อเราเห็นโลหะที่ถูกขัดจนเงางาม หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราชื่นชมใครสักคนที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนโดดเด่นออกมา เราก็อาจจะบอกว่าเขาคนนั้น “shine” ในวันนี้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shine” สามารถแปลได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: ส่องแสง: ใช้กับสิ่งที่มีแสงในตัวเอง หรือสะท้อนแสง เช่น ดวงอาทิตย์, ดวงดาว, โคมไฟ, หรือผิวที่มันเงา เปล่งประกาย: ใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงความสวยงาม ความสดใส ความเจิดจรัส หรือความสามารถที่โดดเด่น ฉายแวว: ใช้กับคนที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จ ความเงางาม: ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของพื้นผิวที่เรียบและสะท้อนแสงได้ดี ตัวอย่างการใช้งาน “The sun is shining today.” (วันนี้ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสง) “Her eyes…

  • "Gone” แปลว่า

    คำว่า “Gone” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “หายไป” หรือ “ไม่อยู่แล้ว” ค่ะ เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของกริยา “go” ซึ่งหมายถึง “ไป” เมื่อใช้คำว่า “gone” ก็จะสื่อถึงสภาวะที่สิ่งนั้นได้จากไปแล้ว ไม่ปรากฏอยู่ ณ ที่นั้นอีกต่อไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “gone” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Where is John?” เราอาจจะตอบว่า “He’s gone” หมายถึง “เขาไม่อยู่แล้ว” หรือเวลาที่เราพูดถึงของที่ถูกขายไปหมดแล้ว ก็อาจจะบอกว่า “The tickets are all gone” แปลว่า “ตั๋วขายหมดแล้ว” นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น “My youth is gone” คือ “วัยหนุ่มสาวของฉันได้ผ่านพ้นไปแล้ว” ความหมายและการใช้งาน “Gone” หมายถึง สภาพที่ได้จากไปแล้ว…

  • "While” แปลว่า

    คำว่า “While” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำสันธาน (conjunction) ที่มีความหมายหลักๆ คือ “ในขณะที่” หรือ “แต่” ใช้เพื่อเชื่อมประโยคสองประโยคที่มีความสัมพันธ์กัน โดยอาจแสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือแสดงความขัดแย้งกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “While” บ่อยๆ ในการอธิบายสถานการณ์ที่สองสิ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน เช่น “I was reading a book while my brother was playing games” (ฉันกำลังอ่านหนังสือ ในขณะที่พี่ชายของฉันกำลังเล่นเกม) หรือใช้เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง เช่น “While he is rich, he is not happy” (แม้ว่าเขาจะรวย แต่เขาก็ไม่มีความสุข) การเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “While” จะช่วยให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “While” สามารถใช้ได้ในหลายบริบท: แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน: ใช้เชื่อมประโยคที่สองเหตุการณ์ดำเนินไปในเวลาเดียวกัน แสดงความขัดแย้งหรือเปรียบเทียบ: ใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลที่แตกต่างกัน…

  • "Diversity” แปลว่า

    คำว่า “Diversity” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง ความหลากหลาย หรือ การมีความแตกต่างหลากหลาย โดยทั่วไปแล้วมักใช้เพื่ออธิบายถึงกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันในหลายมิติ เช่น เชื้อชาติ เพศ อายุ ศาสนา ความคิดเห็น หรือภูมิหลังทางสังคม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Diversity” ในบริบทของการทำงาน หรือในองค์กรต่างๆ มากที่สุด เพื่อสื่อถึงการมีพนักงานที่มีความหลากหลายซึ่งนำมาซึ่งมุมมองและแนวคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทำให้องค์กรเติบโตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอาจพบได้ในการพูดคุยเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งในสื่อต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่มีความแตกต่างกัน ความหมายและการใช้งาน Diversity หมายถึง การมีความแตกต่างหลากหลายในกลุ่มคน หรือในสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้าน เพศ เชื้อชาติ อายุ ศาสนา ความพิการ รสนิยมทางเพศ ความคิดเห็น หรือประสบการณ์ การยอมรับและให้คุณค่ากับความแตกต่างเหล่านี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Diversity ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน: “บริษัทของเราให้ความสำคัญกับ Diversity เรามีพนักงานจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม” หรือ “การมีทีมงานที่มี Diversity ช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น” ในสังคม: “การส่งเสริม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *