"Distracted” แปลว่า

คำว่า “Distracted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การที่จิตใจหรือสมาธิถูกดึงออกไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือสิ่งที่ควรจะให้ความสนใจ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ อาจเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น เสียงดัง หรือสิ่งกระตุ้นภายใน เช่น ความคิดฟุ้งซ่าน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Distracted” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนไม่สามารถมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำได้ เช่น เวลาเรียน ถ้ามีเสียงดังรบกวน นักเรียนก็อาจจะรู้สึก “Distracted” จนเรียนไม่รู้เรื่อง หรือเวลาขับรถ ถ้ามีคนโทรศัพท์เข้ามา ก็อาจจะ “Distracted” ทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ ยังใช้กับการอธิบายเวลาที่เรากำลังพูดคุยกับใครบางคน แต่เขาดูเหมือนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ ก็จะบอกว่าเขา “Distracted” นั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

Distracted หมายถึง การเสียสมาธิ หรือการที่จิตใจวอกแวกไปจากเรื่องที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อได้อย่างเต็มที่

ตัวอย่างการใช้งาน

เด็กนักเรียนมักจะ Distracted ได้ง่ายเมื่อมีสิ่งรบกวนในห้องเรียน

อย่า Distracted กับโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

เขาดู Distracted เหมือนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Distracted มักใช้ในบริบทที่ต้องการอธิบายถึงการขาดสมาธิ การถูกรบกวน หรือการที่จิตใจไม่จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นหลัก

🔷 FAQ SECTION

Distracted กับ Absent-minded ต่างกันอย่างไร?

Distracted เน้นที่การถูกดึงสมาธิไปจากสิ่งภายนอกหรือภายในในขณะนั้นๆ ส่วน Absent-minded มักจะหมายถึงการมีลักษณะเหม่อลอย ลืมง่าย หรือไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งรอบตัวเป็นปกติ

มีวิธีแก้ไขอาการ Distracted อย่างไร?

การแก้ไขอาการ Distracted สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การจัดสภาพแวดล้อมให้เงียบสงบ การฝึกสมาธิ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และการหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น

Similar Posts

  • "Dirt” แปลว่า

    คำว่า “Dirt” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ดิน” หรือ “สิ่งสกปรก” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกสสารที่ประกอบด้วยอนุภาคของหินและอินทรียวัตถุที่อยู่บนพื้นผิวโลก ซึ่งเรามักจะเห็นได้ตามพื้นดิน สวน หรือบริเวณที่ยังไม่ได้ปรับปรุงให้เรียบร้อย ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Dirt” โดยตรงบ่อยนัก แต่จะใช้คำว่า “ดิน” หรือ “โคลน” แทน แต่ถ้าพูดถึง “Dirt” ในบริบทของความสกปรก ก็จะหมายถึงคราบสกปรก ฝุ่น หรือสิ่งที่ไม่สะอาดที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า ร่างกาย หรือสิ่งของต่างๆ ครับ เช่น ถ้าเสื้อเปื้อน “dirt” ก็หมายถึงเสื้อเปื้อนดินหรือคราบสกปรกนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Dirt” หมายถึง ดิน, โคลน, สิ่งสกปรก, ฝุ่นละออง เป็นคำที่ใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม (ดิน) และนามธรรม (ความสกปรก) ตัวอย่างการใช้งาน My shoes are covered in dirt. (รองเท้าของฉันเต็มไปด้วยดิน) Don’t play in…

  • "Humidity” แปลว่า

    Humidity หรือ “ความชื้น” คือปริมาณของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ยิ่งอากาศมีไอน้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความชื้นสูงเท่านั้น ซึ่งความชื้นนี้มีผลต่อความรู้สึกสบายตัวของเรา รวมถึงมีผลต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ รอบตัวเราด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะสัมผัสได้ถึงความชื้นอยู่เสมอ เช่น ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราอาจจะรู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย นั่นเป็นเพราะอากาศมีความชื้นสูง ทำให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง หรือในฤดูฝน เราจะรู้สึกว่าอากาศเย็นสบายขึ้น แต่ก็อาจจะรู้สึกอับๆ ได้บ้าง เพราะความชื้นในอากาศมีปริมาณมาก นอกจากนี้ ความชื้นยังมีผลต่อการเก็บรักษาอาหาร เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน Humidity หมายถึง ปริมาณไอน้ำในอากาศ ซึ่งสามารถวัดได้หลายรูปแบบ เช่น ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ที่บอกเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าอากาศสามารถอุ้มไอน้ำได้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับปริมาณสูงสุดที่อากาศนั้นจะอุ้มได้ที่อุณหภูมิเดียวกัน หรือความชื้นสัมบูรณ์ (Absolute Humidity) ที่บอกถึงมวลของไอน้ำในปริมาณอากาศที่กำหนด ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “Humidity” ในข่าวพยากรณ์อากาศ เช่น “วันนี้มี Humidity สูง ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว” หรือ “ความชื้นในอากาศช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 70%”…

  • "Cold” แปลว่า

    คำว่า “Cold” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “ความหนาวเย็น” หรือ “อุณหภูมิต่ำ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cold” ในหลายบริบทครับ เช่น เวลาพูดถึงสภาพอากาศที่อากาศเย็นจนรู้สึกหนาว ก็จะบอกว่า “It’s cold today” หรือเมื่อจับสิ่งของแล้วรู้สึกเย็น ก็จะบอกว่า “This glass is cold” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตร หรือความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน ก็อาจจะใช้คำว่า “cold” บรรยายได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cold” แปลว่า “เย็น” หรือ “หนาว” ใช้ได้ทั้งกับอุณหภูมิของอากาศ วัตถุ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของคน ตัวอย่างการใช้งาน อากาศ: “The weather is cold in winter.” (อากาศหนาวในฤดูหนาว) สิ่งของ:…

  • "Called” แปลว่า

    คำว่า “Called” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วมีความหมายว่า “ถูกเรียก” หรือ “ถูกเรียกว่า” ใช้เพื่อระบุชื่อหรือเรียกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อบอกว่ามีคนหรือสิ่งใดถูกเรียกหา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Called” ในหลายบริบท เช่น การแนะนำตัวเอง การบอกชื่อสิ่งของ หรือการอ้างอิงถึงชื่อเฉพาะต่างๆ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Called” มาจากกริยาช่อง 3 ของคำว่า “call” ซึ่งหมายถึง “เรียก” ดังนั้น “called” จึงมีความหมายในเชิงถูกกระทำ คือ “ถูกเรียก” หรือ “ถูกเรียกว่า” เรามักใช้ในโครงสร้างประโยคที่บอกว่าสิ่งหนึ่งมีชื่อเรียกว่าอะไร หรือถูกเรียกชื่อว่าอะไร ตัวอย่าง เช่น “The company is called Google.” (บริษัทนี้ถูกเรียกว่า Google) หรือ “He was called by his friends.” (เขาถูกเพื่อนๆ เรียกหา) บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "These” แปลว่า

    คำว่า “These” เป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstrative Pronoun) ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของหรือบุคคลหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ โดยมีความหมายตรงกับคำว่า “เหล่านี้” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้ “These” บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การเขียน หรือสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นหนังสือหลายเล่มวางอยู่บนโต๊ะ เราอาจจะพูดว่า “These books are mine” (หนังสือเหล่านี้เป็นของฉัน) หรือเมื่อเรากำลังพูดถึงเพื่อนหลายคนที่เราสนิทด้วย เราอาจจะกล่าวว่า “These are my best friends” (เหล่านี้คือเพื่อนสนิทของฉัน) เป็นต้น การใช้ “These” ช่วยให้เราสามารถระบุเจาะจงถึงกลุ่มสิ่งของหรือบุคคลที่เรากำลังพูดถึงได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “These” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งของ คน หรือแนวคิดหลายอย่างที่อยู่ใกล้ผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปแล้ว มีความหมายเหมือนกับ “เหล่านี้” ตัวอย่างการใช้งาน These apples are very sweet. (แอปเปิ้ลเหล่านี้หวานมาก) Can you…

  • "Rough” แปลว่า

    คำว่า “Rough” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงความไม่เรียบร้อย ไม่นุ่มนวล หรือหยาบกระด้าง โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายลักษณะของสิ่งของ พื้นผิว หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ หรือมีความขรุขระ ไม่ราบเรียบ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Rough” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสภาพถนนที่ขรุขระ ไม่ลาดยาง หรือเมื่อพูดถึงพื้นผิวของวัสดุบางอย่างที่ไม่ได้รับการขัดเกลาให้เรียบเนียน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือสถานการณ์ที่ไม่ราบรื่นได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rough” มีความหมายหลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: พื้นผิว: หมายถึง พื้นผิวที่ขรุขระ ไม่เรียบ ไม่นุ่ม เช่น a rough surface (พื้นผิวที่ขรุขระ) สภาพอากาศ: หมายถึง สภาพอากาศที่รุนแรง มีลมแรง คลื่นลมแรง เช่น rough weather (สภาพอากาศเลวร้าย) สถานการณ์/ช่วงเวลา: หมายถึง ช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีปัญหา หรือไม่ราบรื่น เช่น a rough time…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *