"Holding” แปลว่า

คำว่า “Holding” ในบริบททั่วไป หมายถึง การถือครอง การครอบครอง หรือการเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงธุรกิจและการเงิน มักใช้เพื่ออธิบายถึงบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือทรัพย์สินที่ถูกเก็บรักษาไว้

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Holding” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการถือหุ้นในบริษัท ซึ่งหมายถึงการเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น หรือเมื่อพูดถึงการถือครองทรัพย์สิน เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือของสะสม นอกจากนี้ ในบริบทของการประชุมหรือการเจรจา อาจมีการใช้คำว่า “holding pattern” ซึ่งหมายถึงการชะลอการตัดสินใจหรือการดำเนินการบางอย่างไว้ก่อน เพื่อรอข้อมูลเพิ่มเติมหรือสถานการณ์ที่เหมาะสมกว่า

ความหมายและการใช้งาน

“Holding” มาจากคำกริยา “hold” ที่แปลว่า ถือ, จับ, รักษาไว้ เมื่อเติม -ing เข้าไป จะกลายเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ที่บ่งบอกถึงการกระทำหรือสภาพของการถือครองนั้นๆ

บริบทการใช้งานที่พบบ่อย

1. บริษัท Holding (Holding Company): หมายถึง บริษัทแม่ที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจผลิตสินค้าหรือบริการโดยตรง แต่มีหน้าที่ถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทลูกหลายๆ แห่ง เพื่อบริหารจัดการและควบคุมการดำเนินงานของบริษัทเหล่านั้น เช่น Berkshire Hathaway เป็นบริษัท Holding ที่มีธุรกิจหลากหลายอยู่ภายใต้การบริหาร

2. การถือครองทรัพย์สิน: ใช้เพื่ออธิบายถึงการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เช่น “real estate holding” หมายถึง การถือครองอสังหาริมทรัพย์ หรือ “asset holding” หมายถึง การถือครองสินทรัพย์ต่างๆ

3. การถือครองหุ้น: ในตลาดหุ้น “holding” หมายถึง จำนวนหุ้นที่นักลงทุนถืออยู่ หรือใช้เรียกหุ้นที่ซื้อมาเพื่อถือระยะยาว (long-term holding) ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

คำถามที่พบบ่อย

“Holding” ต่างจาก “Owning” อย่างไร?

โดยทั่วไป “Holding” เน้นที่การครอบครองหรือการมีไว้ในครอบครอง ซึ่งอาจรวมถึงการถือหุ้นหรือการควบคุม แต่ “Owning” จะมีความหมายถึงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า

บริษัท Holding มีประโยชน์อย่างไร?

บริษัท Holding ช่วยในการกระจายความเสี่ยง ลดภาระภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกลุ่มบริษัท ทำให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทำได้ง่ายขึ้น และสามารถระดมทุนเพื่อลงทุนในบริษัทลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Similar Posts

  • "hired” แปลว่า

    คำว่า “hired” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ได้รับการว่าจ้าง” หรือ “ถูกจ้าง” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของกริยา “hire” ซึ่งหมายถึงการจ้างคนเข้าทำงาน หรือการเช่าสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “hired” ในบริบทของการจ้างงานเป็นหลัก เช่น เมื่อบริษัทกำลังหาคนมาทำงาน ตำแหน่งที่เปิดรับนั้นก็คือตำแหน่งที่ “hired” ได้ หรือเมื่อมีคนได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ ก็จะถือว่าเขาคนนั้น “hired” แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการเช่าสิ่งของได้เช่นกัน แต่การใช้งานในความหมายนี้จะพบน้อยกว่า ความหมายและการใช้งาน “hired” หมายถึง การที่บุคคลหรือองค์กรได้รับข้อเสนอให้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ หรือได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน โดยทั่วไปมักจะมาพร้อมกับการตกลงเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ตัวอย่างการใช้งาน “She was hired as the new marketing manager.” (เธอได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่) “The company has hired five new employees this…

  • "Nationality” แปลว่า

    คำว่า “Nationality” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “สัญชาติ” ซึ่งหมายถึงการเป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว สัญชาติจะถูกกำหนดโดยกฎหมายของประเทศนั้นๆ และมักจะเกี่ยวข้องกับการเกิดในประเทศนั้น การมีบิดามารดาเป็นพลเมืองของประเทศนั้น หรือการผ่านกระบวนการแปลงสัญชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Nationality” เมื่อมีการสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ในการกรอกแบบฟอร์มเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงาน การทำหนังสือเดินทาง การเดินทางไปต่างประเทศ หรือแม้แต่ในการสนทนาทั่วไปเมื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นเป็นคนของประเทศใด ตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย เราอาจจะถามเขาว่า “What is your Nationality?” ซึ่งก็คือการถามว่า “คุณมีสัญชาติอะไร” นั่นเอง การทราบสัญชาติของบุคคลมีความสำคัญในหลายบริบท ทั้งในด้านกฎหมาย การเข้าเมือง และการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ความหมายและการใช้งาน Nationality หมายถึง ความเป็นพลเมืองของรัฐหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง เป็นสถานะทางกฎหมายที่บุคคลมีต่อรัฐ ซึ่งทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กฎหมายของรัฐนั้นกำหนดไว้ เช่น สิทธิในการเลือกตั้ง สิทธิในการได้รับการคุ้มครองจากรัฐ และหน้าที่ในการเสียภาษี การใช้คำนี้ในภาษาไทยคือ “สัญชาติ” ซึ่งใช้ในบริบทเดียวกัน ตัวอย่าง เมื่อกรอกใบสมัครงาน พนักงานอาจต้องระบุ “Nationality” ของตนเอง ซึ่งหมายถึง การระบุ “สัญชาติ”…

  • "dawn” แปลว่า

    คำว่า “dawn” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง รุ่งอรุณ หรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้น ท้องฟ้าเริ่มสว่าง เป็นเวลาเริ่มต้นของวันใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ความมืดมิดของค่ำคืนค่อยๆ จางหายไป และแสงสว่างก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “dawn” เพื่ออธิบายถึงช่วงเวลาเช้าตรู่ที่อากาศยังเย็นสบาย ผู้คนอาจจะเริ่มตื่นนอนเพื่อออกกำลังกาย ทำงาน หรือเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ บางคนอาจจะชอบช่วงเวลา “dawn” เพราะเป็นเวลาที่เงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ และเป็นโอกาสในการเริ่มต้นสิ่งต่างๆ ด้วยความสดชื่น ความหมายและการใช้งาน “Dawn” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว คือช่วงเวลาที่ฟ้าเริ่มสว่าง และในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง การเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ การปรากฏขึ้นของความหวัง หรือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำว่า “dawn”: “The dawn broke, painting the sky with hues of pink and orange.” (รุ่งอรุณมาเยือน แต้มท้องฟ้าด้วยสีชมพูและสีส้ม) “It was the dawn…

  • "Capable” แปลว่า

    คำว่า “Capable” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีความสามารถ มีศักยภาพ หรือมีความเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Capable” เพื่ออธิบายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่น หรือมีความพร้อมที่จะทำงานบางอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ เช่น เราอาจจะพูดว่า “เขาเป็นพนักงานที่ capable มาก” หมายถึง เขาเป็นพนักงานที่มีความสามารถ ทำงานได้ดี หรืออาจจะใช้กับสิ่งของ เช่น “เครื่องมือนี้ดู capable ดี” แสดงว่าเครื่องมือมีความสามารถที่จะทำงานที่เราต้องการได้ ความหมายและการใช้งาน “Capable” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความสามารถ ศักยภาพ หรือความพร้อมที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านทักษะ ความรู้ หรือสมรรถนะ ตัวอย่าง “She is capable of handling complex projects.” (เธอมีความสามารถในการจัดการกับโปรเจกต์ที่ซับซ้อน) “This software is capable of performing advanced calculations.” (ซอฟต์แวร์นี้มีความสามารถในการคำนวณขั้นสูง) บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Humidify” แปลว่า

    คำว่า “Humidify” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้น หรือ การทำให้บรรยากาศมีความชื้นมากขึ้น โดยทั่วไปมักใช้กับการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “เครื่องทำความชื้น” (Humidifier) เพื่อเพิ่มระดับความชื้นในอากาศภายในอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศแห้ง เช่น ในห้องปรับอากาศ หรือในฤดูหนาว ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นคำว่า “Humidify” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพผิวพรรณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง หรือเมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจ การเพิ่มความชื้นในอากาศสามารถช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ หรืออาการคัดจมูกที่เกิดจากอากาศแห้งได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้เพื่อรักษาอุปกรณ์บางชนิดที่ไวต่อความแห้ง เช่น เครื่องดนตรี หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแตกร้าว ความหมายและการใช้งาน “Humidify” มาจากคำว่า “humid” ที่แปลว่า ชื้น และเติมปัจจัย “-ify” เพื่อให้เป็นคำกริยา หมายถึง การทำให้ชื้น หรือการเพิ่มความชื้น การใช้งานหลักคือการกล่าวถึงกระบวนการเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อรู้สึกว่าอากาศในห้องนอนแห้งเกินไป คุณอาจเปิด “เครื่องทำความชื้น” เพื่อช่วย humidify อากาศให้สบายขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ humidifier เพื่อช่วย humidify…

  • "Thrilled” แปลว่า

    คำว่า “Thrilled” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือปลื้มปิติอย่างมาก เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่ทำให้รู้สึกประทับใจและมีความสุขจนแทบล้นอก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Thrilled” เมื่อเราได้รับข่าวดีที่คาดไม่ถึง ได้รับของขวัญที่ถูกใจมากๆ หรือได้ไปอยู่ในสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นจนอดไม่ได้ที่จะแสดงความรู้สึกดีใจออกมา เช่น เมื่อรู้ว่าสอบติดมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือได้พบกับศิลปินที่ชื่นชอบ เป็นต้น เป็นความรู้สึกที่มากกว่าแค่ดีใจธรรมดา แต่เป็นความรู้สึกที่พุ่งพล่านและเต็มไปด้วยความสุข ความหมายและการใช้งาน “Thrilled” หมายถึง รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือปลื้มปิติอย่างมาก เป็นความรู้สึกที่แสดงออกถึงความสุขและความพึงพอใจอย่างท่วมท้นต่อเหตุการณ์หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน I was so thrilled to get the promotion. (ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง) She’s thrilled about her upcoming trip to Japan. (เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับการเดินทางไปญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึง) He looked thrilled when he opened the gift. (เขาดูดีใจมากเมื่อเขาเปิดของขวัญ) บริบทที่ใช้บ่อย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *