"Weak” แปลว่า

คำว่า “Weak” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “อ่อนแอ” หรือ “ไม่แข็งแรง” ครับ สามารถใช้อธิบายได้ทั้งในเชิงกายภาพ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งในเชิงนามธรรม เช่น ความคิด หรือความรู้สึก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Weak” ในหลากหลายบริบทครับ เช่น เวลาพูดถึงสุขภาพของคน เราอาจจะบอกว่า “I feel weak today” ซึ่งหมายถึง วันนี้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือถ้าพูดถึงความแข็งแรงของวัตถุ เช่น “This bridge is weak” ก็จะหมายถึง สะพานนี้ไม่แข็งแรง อาจจะพังได้ง่าย นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น “His argument is weak” หมายถึง ข้อโต้แย้งของเขานั้นไม่หนักแน่น ฟังไม่ขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Weak” สื่อถึงการขาดความแข็งแรง ความทนทาน หรือประสิทธิภาพ โดยสามารถแบ่งการใช้งานได้ดังนี้:

  • ด้านกายภาพ: ใช้กับสิ่งมีชีวิต หรือร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • ด้านวัตถุ: ใช้กับสิ่งของ หรือโครงสร้าง เช่น ไม่แข็งแรง ทนทานน้อย
  • ด้านนามธรรม: ใช้กับความคิด ข้อโต้แย้ง หรือความรู้สึก เช่น ไม่หนักแน่น ไม่น่าเชื่อถือ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The old man is very weak after his illness.” (ชายชราอ่อนแอมากหลังจากป่วย)
  • “The signal here is too weak to make a call.” (สัญญาณที่นี่อ่อนเกินไปที่จะโทรออกได้)
  • “Her excuse for being late was quite weak.” (ข้อแก้ตัวของเธอสำหรับการมาสายนั้นไม่น่าเชื่อถือเลย)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Weak” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงการขาดกำลัง ความมั่นคง หรือความมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่แข็งแรงกว่า หรือมาตรฐานที่คาดหวัง

🔷 FAQ SECTION

“Weak” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Weak” หมายถึง อ่อนแอ ไม่แข็งแรง หรือไม่หนักแน่น ใช้ได้ทั้งกับร่างกาย สิ่งของ และความคิด

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “Weak” หรือไม่?

มีครับ เช่น “feeble” (อ่อนแอมาก), “frail” (เปราะบาง, อ่อนแอ), “poor” (คุณภาพต่ำ, ไม่ดี), “flimsy” (บางเบา, ไม่แข็งแรง)

Similar Posts

  • "ชากียา” แปลว่า

    คำว่า “ชากียา” (Shakya) เป็นชื่อของราชวงศ์โบราณที่ทรงอำนาจในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะราชวงศ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นพระพุทธเจ้า ในชีวิตประจำวัน คำว่า “ชากียา” มักถูกใช้เพื่ออ้างถึงต้นกำเนิดหรือเชื้อสายของพระพุทธเจ้า หรือเพื่อกล่าวถึงกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในเชิงประวัติศาสตร์ การพูดถึง “ตระกูลศากยะ” หรือ “ชนชาติศากยะ” จึงเป็นการใช้คำนี้ในบริบทที่สื่อถึงความเป็นมาอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ชากียา” มาจากภาษาบาลีว่า “สกฺย” (Sakya) ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า “ผู้สามารถ” หรือ “ผู้มีความเข้มแข็ง” เป็นชื่อของราชวงศ์ที่ปกครองแคว้นสักกะ (Sakya) ซึ่งเป็นแคว้นเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยในปัจจุบัน ตัวอย่าง “พระพุทธเจ้าทรงประสูติในตระกูลศากยะ” “วัดนี้มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับกษัตริย์แห่งศากยะ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “ชากียา” มักปรากฏในบริบททางศาสนา ประวัติศาสตร์ และการศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เพื่ออธิบายถึงภูมิหลังของพระพุทธเจ้าและอาณาจักรที่พระองค์ทรงประสูติ “ชากียา” หมายถึงอะไร? ชากียา หมายถึง ชื่อราชวงศ์โบราณที่ทรงอำนาจในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นราชวงศ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นพระพุทธเจ้า ใช้คำว่า “ชากียา” ในสถานการณ์ใดบ้าง? มักใช้เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ต้นกำเนิด หรือเชื้อสายของพระองค์ รวมถึงเมื่อพูดถึงแคว้นสักกะ หรือชนชาติศากยะในสมัยโบราณ

  • "Enormous” แปลว่า

    คำว่า “Enormous” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ใหญ่มาก, มหึมา, โตมโหฬาร ใช้เพื่ออธิบายถึงขนาด, ปริมาณ, หรือความสำคัญที่ใหญ่กว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด หรือใหญ่จนน่าทึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Enormous” เพื่อบอกเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่เกินคาด เช่น เมื่อเจอภูเขาที่ใหญ่มาก หรือเมื่อได้รับมอบหมายงานที่ยากและมีปริมาณมหาศาล หรือแม้แต่เมื่อพูดถึงความรู้สึกดีใจอย่างท่วมท้น เป็นการเน้นย้ำถึงความใหญ่โตของสิ่งนั้นๆ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Enormous หมายถึง ใหญ่โตมโหฬาร หรือมีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น ขนาดของสิ่งของ, ปริมาณของบางสิ่ง, หรือแม้กระทั่งความรู้สึก ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น: “The elephant was enormous.” (ช้างตัวนั้นใหญ่โตมโหฬารมาก) “She felt an enormous sense of relief.” (เธอรู้สึกโล่งใจอย่างท่วมท้น) “The company faced enormous challenges.” (บริษัทเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวง) บริบทการใช้งานทั่วไป…

  • "สะแตก” แปลว่า

    คำว่า “สะแตก” เป็นภาษาพูดที่ใช้กันอย่างไม่เป็นทางการ มีความหมายหลักๆ คือ การแสดงอาการหรือการกระทำที่เกินกว่าเหตุการณ์ปกติ หรือเป็นการแสดงออกที่รุนแรง ฉับพลัน และมักจะควบคุมไม่ได้ โดยอาจจะเกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก หรือสถานการณ์บางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดการระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “สะแตก” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็อาจจะพูดว่า “เขาโมโหจนสะแตกเลย” หรือเมื่อมีคนแสดงอาการดีใจหรือเสียใจอย่างมากจนเกินปกติ ก็อาจจะใช้คำนี้ได้เหมือนกัน บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงการแสดงออกที่ดูโอเวอร์ หรือเกินจริงจนน่าตกใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “สะแตก” หมายถึง การแสดงออกที่รุนแรง ฉับพลัน เกินกว่าปกติ อาจเกิดจากอารมณ์โกรธ ดีใจ เสียใจ หรือตกใจ มักใช้ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน “พอรู้ว่าสอบตก เขาถึงกับสะแตก ร้องไห้โฮเลย” “เห็นข่าวดีแล้วก็สะแตก ดีใจจนพูดไม่ออก” “อย่าไปทำอะไรให้เขาโมโห เดี๋ยวเขาจะสะแตกเอาง่ายๆ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “สะแตก” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรง หรือการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและควบคุมได้ยาก เป็นคำที่ให้ความรู้สึกถึงความไม่ยั้งคิด หรือการปลดปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ “สะแตก” ใช้กับอารมณ์อะไรได้บ้าง คำว่า “สะแตก”…

  • "Crime” แปลว่า

    คำว่า “Crime” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาชญากรรม หรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหมายถึงการกระทำที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นการผิดศีลธรรมหรือเป็นอันตรายต่อสังคม และผู้ที่กระทำผิดจะถูกลงโทษตามกฎหมาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Crime” หรือ “อาชญากรรม” จากข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวการลักขโมย การทำร้ายร่างกาย การฉ้อโกง หรือคดีร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมและส่งผลกระทบต่อผู้คน ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรืออาจจะเคยได้ยินการพูดคุยกันถึงปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆ ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่ ความหมายและการใช้งาน Crime หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและถูกกำหนดให้ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดเล็กน้อยไปจนถึงความผิดร้ายแรง การใช้งานคำนี้มักจะเกี่ยวข้องกับระบบกฎหมาย การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการพิจารณาคดีในศาล ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “The police are investigating the crime.” (ตำรวจกำลังสืบสวนคดีอาชญากรรม) หรือ “He was arrested for a violent crime.” (เขาถูกจับกุมในข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรง) ในข่าวก็มักจะใช้คำว่า “crime rate” ซึ่งหมายถึง อัตราการเกิดอาชญากรรม บริบทการใช้งานทั่วไป…

  • "Registered” แปลว่า

    คำว่า “Registered” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การได้รับการจดทะเบียน การลงทะเบียน หรือการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงว่าสิ่งนั้นได้รับการยอมรับหรือมีสถานะตามกฎหมายหรือตามระเบียบที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Registered” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อเราลงทะเบียนเข้าใช้บริการออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือเมื่อมีสิ่งของที่ได้รับการรับรองหรือขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การมีสถานะ “Registered” มักจะบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง และการได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน “Registered” หมายถึง การผ่านกระบวนการลงทะเบียน หรือการถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถใช้ได้กับบุคคล สิ่งของ หรือบริการต่างๆ เพื่อยืนยันสถานะหรือสิทธิ์ ตัวอย่างการใช้งาน Registered Nurse (RN): พยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการพยาบาล Registered Mail: ไปรษณีย์ลงทะเบียน ซึ่งมีการบันทึกและติดตามการจัดส่งเพื่อความปลอดภัย Registered User: ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ ซึ่งมักจะได้รับสิทธิ์หรือบริการที่แตกต่างจากผู้ใช้ทั่วไป Registered Trademark: เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Registered” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย นโยบาย การบริการ และการยืนยันตัวตน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ Registered…

  • "Scarf” แปลว่า

    คำว่า “Scarf” (สคาร์ฟ) ในภาษาไทย หมายถึง ผ้าพันคอ เป็นเครื่องแต่งกายที่ทำจากผ้านุ่มๆ หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีลักษณะยาว มักใช้พันรอบลำคอเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ป้องกันลม หรือใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อเสริมลุคให้ดูดีขึ้นได้ ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นผู้คนใช้ผ้าพันคอในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้งานเพื่อความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น หรือเมื่ออยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ไปจนถึงการนำมาผูกหรือพันเป็นเครื่องประดับแฟชั่นบนเสื้อผ้า หมวก หรือแม้กระทั่งกระเป๋า เพื่อเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับเครื่องแต่งกายโดยรวม บางคนอาจใช้ผ้าพันคอเพื่อแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัว หรือเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นกลุ่มเป็นพวก ความหมายและการใช้งาน Scarf (สคาร์ฟ) คือ ผ้าที่ใช้พันรอบคอ หรือศีรษะ มีหลากหลายขนาด รูปทรง และวัสดุ ตั้งแต่ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าฝ้าย ไปจนถึงวัสดุสังเคราะห์ การใช้งานหลักๆ คือ เพื่อให้ความอบอุ่น ป้องกันแสงแดด หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งกายเพื่อความสวยงาม ตัวอย่างการใช้งาน เธอผูก Scarf สีแดงสดไว้ที่คอ ทำให้ชุดสีดำดูมีชีวิตชีวาขึ้น ในวันที่อากาศหนาว เขาพัน Scarf ขนสัตว์ผืนหนาเพื่อเพิ่มความอบอุ่น นักเรียนบางคนใช้ Scarf สีประจำโรงเรียนเป็นเครื่องแบบ บริบทและการใช้งานทั่วไป Scarf เป็นเครื่องแต่งกายที่พบได้ทั่วไปในทุกเพศทุกวัย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *