"this” แปลว่า

“This” ในภาษาอังกฤษเป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (demonstrative pronoun) ที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิดที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือกำลังถูกกล่าวถึงในขณะนั้น เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งใด

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “this” ในการอ้างถึงสิ่งของที่เรากำลังถืออยู่ หรือกำลังชี้ไปที่สิ่งนั้น เช่น เมื่อเราต้องการให้เพื่อนหยิบปากกาที่วางอยู่ใกล้ๆ เราก็อาจจะพูดว่า “Can you pass me this pen?” (ช่วยส่งปากกาด้ามนี้ให้หน่อยได้ไหม) หรือเมื่อเรากำลังแนะนำสถานที่ที่เราอยู่ เราก็อาจจะบอกว่า “This is my house.” (นี่คือบ้านของฉัน) นอกจากนี้ “this” ยังสามารถใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ ความคิด หรือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ด้วย เช่น “This is a great opportunity.” (นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก)

ความหมายและการใช้งาน

“This” มีความหมายหลักๆ คือ “นี่” หรือ “อันนี้” ใช้เพื่อชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ หรือกำลังถูกพูดถึง อาจเป็นคำนามเอกพจน์ หรือกลุ่มคำนาม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “This book is very interesting.” (หนังสือเล่มนี้ น่าสนใจมาก)
  • “What is this?” (นี่คืออะไร?)
  • “I like this song.” (ฉันชอบเพลงนี้)

บริบทที่ใช้บ่อย

“This” นิยมใช้ในบทสนทนาทั่วไป การแนะนำสิ่งของ การอธิบายสถานการณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือเป็นประเด็นที่กำลังคุยกัน

🔷 FAQ SECTION

“This” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“This” สามารถใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ หรือคำนามที่นับไม่ได้ เพื่อชี้เฉพาะเจาะจงสิ่งนั้นๆ

“This” ต่างจาก “That” อย่างไร?

“This” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูด ในขณะที่ “That” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ไกลออกไปจากผู้พูด

Similar Posts

  • "Competency” แปลว่า

    คำว่า “Competency” หมายถึง สมรรถนะ หรือ คุณสมบัติที่จำเป็นในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งอาจรวมถึงความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และทัศนคติ (Attitude) ที่บุคคลนั้นมีและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Competency” ถูกนำมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือใช้ในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน เพราะองค์กรต้องการคนที่ “มี Competency” ตรงกับตำแหน่งงานนั้นๆ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย เช่น ถ้าบริษัทต้องการพนักงานขายที่มี “Sales Competency” ก็จะมองหาคนที่พูดจาโน้มน้าวเก่ง มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ และสามารถปิดการขายได้ดี หรือถ้าเป็นตำแหน่งผู้บริหาร ก็อาจจะต้องการ “Leadership Competency” ซึ่งหมายถึงความสามารถในการนำทีม สร้างแรงบันดาลใจ และตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด ความหมายและการใช้งาน “Competency” คือ ความสามารถหรือคุณสมบัติที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นมีความพร้อมและเหมาะสมที่จะทำงานหรือรับผิดชอบในบทบาทใดบทบาทหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมี “Competency” ที่ดีจะช่วยให้ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย มีคุณภาพ และส่งผลดีต่อองค์กร ตัวอย่างการใช้งาน “พนักงานคนนี้มี Customer Service Competency ที่โดดเด่นมาก สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ” “ในการสัมภาษณ์งานครั้งนี้ เราจะเน้นประเมิน…

  • "Problems” แปลว่า

    คำว่า “Problems” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ปัญหา” ในภาษาไทยค่ะ ซึ่งหมายถึง อุปสรรค ความยุ่งยาก หรือสถานการณ์ที่ต้องแก้ไข ทำให้เกิดความไม่สบายใจ หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานใดๆ ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Problems” ได้บ่อยๆ ค่ะ เช่น ถ้าเรามีเรื่องให้ต้องคิดหนัก หรือมีเรื่องที่ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็อาจจะพูดว่า “I have some problems.” ซึ่งก็คือ “ฉันมีปัญหาบางอย่าง” หรือถ้ามีคนถามว่า “Is everything okay?” แล้วเรามีเรื่องที่ไม่เรียบร้อย เราก็อาจจะตอบว่า “Not really, I have a few problems.” แปลว่า “ก็ไม่เชิงค่ะ ฉันมีปัญหาอยู่สองสามอย่าง” ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Problems” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “Problem” ที่แปลว่า ปัญหา ค่ะ ใช้กล่าวถึงสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ต้องการการแก้ไข…

  • "Bend” แปลว่า

    คำว่า “Bend” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ การทำให้โค้งงอ การบิด หรือการเอียง โดยปกติแล้วจะใช้เมื่อสิ่งของที่ปกติแล้วตรง ถูกทำให้เปลี่ยนรูปไปเป็นส่วนโค้ง หรือส่วนที่ไม่ได้อยู่ในแนวเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Bend” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราพูดถึงการงอไม้ การบิดตัว หรือแม้แต่การที่ถนนโค้ง การใช้คำนี้ช่วยให้เราอธิบายการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของวัตถุได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวของร่างกาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bend” หมายถึง การทำให้โค้งงอ การบิด หรือการเอียง โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับวัตถุที่เปลี่ยนรูปทรงจากเดิมที่เป็นเส้นตรง หรืออยู่ในแนวตรง ให้กลายเป็นส่วนโค้ง หรืออยู่ในมุมที่แตกต่างออกไป ตัวอย่างการใช้งาน ในสถานการณ์ทั่วไป เราอาจจะพูดว่า “Please bend the wire” ซึ่งหมายถึง “กรุณางอสายไฟเส้นนี้ด้วย” หรือ “The road bends sharply to the left” แปลว่า “ถนนเส้นนี้เลี้ยวหักศอกไปทางซ้าย” นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับร่างกายได้ เช่น “He…

  • "Who’s” แปลว่า

    “Who’s” เป็นคำย่อที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ มาจาก “who is” หรือ “who has” ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค โดยหลักๆ แล้วเราจะใช้ “who’s” เพื่อถามถึงบุคคล หรือบอกว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “who’s” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป หรือในสื่อต่างๆ เช่น เพลง ภาพยนตร์ หรือโซเชียลมีเดีย การเข้าใจความหมายและการใช้งานของ “who’s” จะช่วยให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้สื่อสารได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน “Who’s” ย่อมาจาก “who is” หรือ “who has” Who is: ใช้ถามหรือบอกว่าใครกำลังทำอะไร หรือใครเป็นใคร เช่น “Who’s knocking at the door?” (ใครกำลังเคาะประตูอยู่?) หรือ “She’s the one who’s always happy.” (เธอคือคนที่มักจะมีความสุขเสมอ) Who…

  • "นครา” แปลว่า

    “นครา” เป็นคำนามในภาษาไทย มีความหมายว่า “เมือง” หรือ “นคร” ซึ่งหมายถึงถิ่นที่อยู่ของผู้คนจำนวนมาก มีการจัดระเบียบ มีความเจริญ และมักเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการปกครอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “นครา” บ่อยนักในการสนทนาทั่วไป เพราะมักจะใช้คำว่า “เมือง” หรือ “จังหวัด” แทน แต่คำว่า “นครา” มักปรากฏอยู่ในวรรณคดี บทกวี ชื่อสถานที่ หรือการกล่าวถึงในเชิงที่เป็นทางการหรือมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงความยิ่งใหญ่ ความรุ่งเรือง หรือความเป็นเมืองหลวงของสถานที่นั้นๆ เช่น การกล่าวถึง “นครา” ในบทเพลง หรือการใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่สำคัญ ความหมายและการใช้งาน “นครา” หมายถึง เมือง หรือนคร ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความเจริญ เป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ และมักมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือการปกครอง คำนี้ให้ความรู้สึกที่เก่าแก่และมีความหมายเชิงวรรณศิลป์มากกว่าคำว่า “เมือง” ทั่วไป บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “นครา” มักพบได้ในบริบทต่อไปนี้: วรรณคดีและบทกวี: ใช้เพื่อกล่าวถึงเมืองหรือนครในเชิงยกย่องหรือพรรณนาความงาม ความยิ่งใหญ่ ชื่อสถานที่: อาจเป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่…

  • "Wild” แปลว่า

    คำว่า “Wild” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ป่า” หรือ “ป่าเถื่อน” ครับ แต่ก็สามารถใช้ในบริบทอื่นๆ ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Wild” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงสัตว์ป่า (wild animals) ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ หรือเมื่อพูดถึงสถานที่ที่ยังไม่ถูกพัฒนา (wild nature) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยของคนได้ด้วย เช่น คนที่สนุกสนาน ร่าเริง ไม่หยุดนิ่ง หรือแม้กระทั่งการกระทำที่ดูไม่ค่อยมีเหตุผล หรือคาดเดาไม่ได้ ก็อาจจะเรียกว่า “Wild” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Wild” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: ป่า, ถิ่นทุรกันดาร: ใช้เรียกสถานที่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ถูกมนุษย์เข้าไปบุกรุกหรือพัฒนา เช่น “wild forest” (ป่าทึบ), “wild animals” (สัตว์ป่า) ป่าเถื่อน, ดุร้าย: ใช้บรรยายลักษณะของสัตว์ที่ยังไม่เชื่อง หรือมีนิสัยก้าวร้าว บ้าคลั่ง,…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *