"this” แปลว่า

“This” ในภาษาอังกฤษเป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (demonstrative pronoun) ที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิดที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือกำลังถูกกล่าวถึงในขณะนั้น เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งใด

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “this” ในการอ้างถึงสิ่งของที่เรากำลังถืออยู่ หรือกำลังชี้ไปที่สิ่งนั้น เช่น เมื่อเราต้องการให้เพื่อนหยิบปากกาที่วางอยู่ใกล้ๆ เราก็อาจจะพูดว่า “Can you pass me this pen?” (ช่วยส่งปากกาด้ามนี้ให้หน่อยได้ไหม) หรือเมื่อเรากำลังแนะนำสถานที่ที่เราอยู่ เราก็อาจจะบอกว่า “This is my house.” (นี่คือบ้านของฉัน) นอกจากนี้ “this” ยังสามารถใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ ความคิด หรือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ด้วย เช่น “This is a great opportunity.” (นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก)

ความหมายและการใช้งาน

“This” มีความหมายหลักๆ คือ “นี่” หรือ “อันนี้” ใช้เพื่อชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ หรือกำลังถูกพูดถึง อาจเป็นคำนามเอกพจน์ หรือกลุ่มคำนาม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “This book is very interesting.” (หนังสือเล่มนี้ น่าสนใจมาก)
  • “What is this?” (นี่คืออะไร?)
  • “I like this song.” (ฉันชอบเพลงนี้)

บริบทที่ใช้บ่อย

“This” นิยมใช้ในบทสนทนาทั่วไป การแนะนำสิ่งของ การอธิบายสถานการณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือเป็นประเด็นที่กำลังคุยกัน

🔷 FAQ SECTION

“This” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“This” สามารถใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ หรือคำนามที่นับไม่ได้ เพื่อชี้เฉพาะเจาะจงสิ่งนั้นๆ

“This” ต่างจาก “That” อย่างไร?

“This” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูด ในขณะที่ “That” ใช้ชี้สิ่งที่อยู่ไกลออกไปจากผู้พูด

Similar Posts

  • "Place” แปลว่า

    คำว่า “Place” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “สถานที่” หรือ “ที่ตั้ง” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกพื้นที่หรือบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สาธารณะ สถานที่ส่วนตัว หรือแม้กระทั่งพื้นที่ในจินตนาการ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Place” บ่อยครั้งมากครับ เช่น เมื่อเราถามว่า “Where is the place?” ก็คือ “สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน?” หรือเมื่อเราบอกว่า “This is my favorite place.” ก็หมายถึง “นี่คือสถานที่โปรดของฉัน” นอกจากนี้ยังใช้ในบริบทของการจัดลำดับหรือตำแหน่ง เช่น “He got first place in the competition.” แปลว่า “เขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขัน” หรือแม้แต่ในสำนวนที่พูดถึงความเหมาะสม เช่น “There’s a place for everyone.” หมายถึง “ทุกคนมีที่ของตัวเอง” หรือ “มีที่ที่เหมาะสมสำหรับทุกคน” ครับ…

  • "Ward” แปลว่า

    คำว่า “Ward” ในภาษาไทยสามารถแปลและสื่อความหมายได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว มักจะหมายถึง “หอผู้ป่วย” หรือ “แผนกผู้ป่วย” ในโรงพยาบาล หรืออาจหมายถึง “เขต” หรือ “แขวง” ในการปกครองท้องถิ่นของบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Ward” เมื่อพูดถึงโรงพยาบาล เช่น “คนไข้ถูกย้ายไป Ward อายุรกรรม” หรือ “คุณหมอจะเข้ามาตรวจคนไข้ที่ Ward พิเศษ” นอกจากนี้ ในบางบริบททางการเมืองหรือการบริหาร เราอาจได้ยินคำว่า “Ward” ในความหมายของหน่วยการปกครองย่อย เช่น “การเลือกตั้งระดับ Ward” ซึ่งจะใกล้เคียงกับคำว่า “แขวง” ในการแบ่งเขตการปกครองของไทย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Ward” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: หอผู้ป่วย/แผนกผู้ป่วย (ในโรงพยาบาล): เป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา แบ่งตามประเภทของโรคหรือการดูแล เช่น Ward อายุรกรรม, Ward ศัลยกรรม, Ward…

  • "Achievements” แปลว่า

    คำว่า “Achievements” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความสำเร็จ” หรือ “ผลสัมฤทธิ์” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้บรรลุหรือทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกภาคภูมิใจและความพึงพอใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Achievements” หรือ “ความสำเร็จ” ในหลากหลายบริบท เช่น การเรียน การทำงาน กีฬา หรือแม้แต่ในชีวิตส่วนตัว เราอาจพูดถึงความสำเร็จในการสอบผ่าน การได้รับเลื่อนตำแหน่ง การชนะการแข่งขัน หรือการทำเป้าหมายส่วนตัวให้สำเร็จ การมี “Achievements” ที่ดีสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับตนเองได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Achievements” (อะชีฟเม้นท์) เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง การบรรลุเป้าหมาย, ผลสำเร็จ, หรือความสำเร็จที่ได้มาจากการพยายามหรือทำงานหนัก ในภาษาไทยเราสามารถแปลได้ว่า “ความสำเร็จ” หรือ “ผลสัมฤทธิ์” ใช้พูดถึงสิ่งที่เราทำได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน หัวหน้าอาจกล่าวชื่นชมทีมว่า “We’ve had great achievements this quarter.” (เรามีความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสนี้) หรือนักเรียนอาจจะภูมิใจกับ “academic achievements” (ความสำเร็จทางวิชาการ)…

  • "Lacking” แปลว่า

    คำว่า “Lacking” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การขาดแคลน การมีไม่พอ หรือการไม่สมบูรณ์ เป็นคำที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ที่บางสิ่งบางอย่างมีปริมาณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หรือไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Lacking” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาที่เราพูดถึงทักษะที่ยังไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน หรือเมื่อพูดถึงทรัพยากรที่มีอยู่น้อยเกินไปจนไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ เป็นคำที่สื่อถึงความรู้สึกว่ามีบางอย่าง “ไม่พอ” หรือ “ขาดไป” ในสถานการณ์นั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Lacking” แปลตรงตัวว่า “ขาด” หรือ “ขาดแคลน” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการมีบางสิ่งบางอย่างไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอ สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เช่น ทรัพยากร, ทักษะ, คุณสมบัติ, หรือแม้กระทั่งความรู้สึก ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “He is lacking experience in this field.” (เขาขาดประสบการณ์ในสาขานี้) หรือ “The team is lacking motivation.” (ทีมขาดแรงจูงใจ) หรือ “There is a…

  • "Fav” แปลว่า

    คำว่า “Fav” เป็นคำสแลงที่ย่อมาจากคำว่า “Favorite” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า “สิ่งที่ชอบที่สุด” หรือ “รายการโปรด” เป็นคำที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในบริบทของโซเชียลมีเดียและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Fav” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การแสดงความคิดเห็นบนโพสต์ หรือแม้กระทั่งการแนะนำสิ่งต่างๆ ที่เราชื่นชอบ หากใครถามว่า “What’s your fav song?” ก็หมายถึงว่า “เพลงโปรดของคุณคือเพลงอะไร?” หรือถ้าเห็นใครโพสต์ว่า “My new fav cafe!” ก็แปลว่า “คาเฟ่โปรดแห่งใหม่ของฉัน!” เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกชื่นชอบอย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fav” มาจากคำว่า “Favorite” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ที่ชื่นชอบ” หรือ “อันดับหนึ่ง” เมื่อนำมาใช้เป็นคำสแลง จะหมายถึง สิ่งที่ชอบที่สุด หรือสิ่งที่เราอยากจะเน้นย้ำว่ามันดีที่สุดสำหรับเราในขณะนั้น อาจจะเป็นสิ่งของ เพลง หนัง สถานที่ หรือแม้กระทั่งคนก็ได้ การใช้คำว่า…

  • "Senses” แปลว่า

    คำว่า “Senses” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ประสาทสัมผัส” ค่ะ ซึ่งหมายถึงความสามารถของร่างกายในการรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราผ่านทางอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Senses” ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ เวลาที่เราได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ก็คือการทำงานของจมูก (Sense of Smell) หรือเวลาที่เราได้ยินเสียงเพลงโปรด ก็คือการทำงานของหู (Sense of Hearing) เวลาที่เรามองเห็นสีสันสดใสของผลไม้ ก็คือการทำงานของตา (Sense of Sight) เวลาที่เราได้ชิมรสชาติอร่อยของอาหาร ก็คือการทำงานของลิ้น (Sense of Taste) และเวลาที่เราสัมผัสถึงพื้นผิวของสิ่งของ เช่น ความนุ่มของหมอน หรือความขรุขระของกำแพง ก็คือการทำงานของผิวหนัง (Sense of Touch) เราอาศัย “Senses” เหล่านี้ในการทำความเข้าใจโลกรอบตัว และโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Senses” หมายถึง ประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่สมอง เพื่อประมวลผลและตอบสนอง การใช้งานในชีวิตประจำวันจึงครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เราทำ ตั้งแต่การกิน การดื่ม การฟัง การมองเห็น การสัมผัส…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *