"That’s” แปลว่า

คำว่า “That’s” เป็นรูปย่อของ “That is” หรือ “That has” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือเพื่อกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว หรือกำลังจะกล่าวถึงในบริบทนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว “That’s” จะมีความหมายใกล้เคียงกับ “นั่นคือ” หรือ “มันคือ” ในภาษาไทย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้ “That’s” บ่อยครั้งในบทสนทนาทั่วไป หรือแม้แต่ในสื่อต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ เพลง หรือบทความออนไลน์ การใช้ “That’s” ช่วยให้การสื่อสารกระชับและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องการชี้ให้เห็นถึงบางสิ่งบางอย่าง หรืออธิบายลักษณะของสิ่งนั้นๆ เช่น เมื่อมีคนถามว่า “What is that?” เราอาจตอบว่า “That’s a book.” หรือเมื่อเราเห็นเหตุการณ์ที่น่าทึ่ง เราอาจอุทานว่า “That’s amazing!”

ความหมายและการใช้งาน

“That’s” มาจาก “That is” ซึ่งใช้เพื่อระบุหรืออธิบายสิ่งต่างๆ เช่น “That’s my car.” (นั่นคือรถของฉัน) หรือ “That’s a good idea.” (นั่นเป็นความคิดที่ดี) นอกจากนี้ยังสามารถย่อมาจาก “That has” เพื่อใช้ในโครงสร้างประโยค Perfect Tense เช่น “That’s been a long day.” (วันนี้เป็นวันที่ยาวนานมาก) แต่การใช้งานในลักษณะนี้จะพบน้อยกว่าการย่อมาจาก “That is”

ตัวอย่างการใช้งาน

  • That’s the problem. (นั่นแหละคือปัญหา) – ใช้เมื่อต้องการชี้ถึงสาเหตุหรือต้นตอของปัญหา
  • That’s interesting. (นั่นน่าสนใจ) – ใช้เมื่อได้ยินข้อมูลหรือพบเห็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนและรู้สึกว่าน่าสนใจ
  • That’s right. (ถูกต้อง) – ใช้เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลหรือคำพูด
  • That’s why… (นั่นคือเหตุผลที่…) – ใช้เพื่ออธิบายสาเหตุหรือที่มาของบางสิ่ง

บริบทและการใช้งานทั่วไป

“That’s” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ (informal) และเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจการใช้งาน “That’s” จะช่วยให้คุณเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้สื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น


“That’s” ย่อมาจากอะไร?

“That’s” เป็นรูปย่อของ “That is” หรือในบางกรณีอาจย่อมาจาก “That has”

เราจะใช้ “That’s” ในสถานการณ์ใดได้บ้าง?

คุณสามารถใช้ “That’s” ได้ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อระบุ ชี้แจง อธิบาย หรือยืนยันสิ่งต่างๆ เช่น “That’s my bag.” (นั่นคือกระเป๋าของฉัน) หรือ “That’s a great movie!” (นั่นเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก)

Similar Posts

  • "Activities” แปลว่า

    คำว่า “Activities” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “กิจกรรม” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การกระทำ การปฏิบัติ หรือสิ่งต่างๆ ที่ผู้คนทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการพักผ่อน การสันทนาการ การเรียนรู้ หรือการมีส่วนร่วมในชุมชน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Activities” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงกิจกรรมในโรงเรียน กิจกรรมยามว่าง หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นในงานอีเวนต์ต่างๆ เป็นคำที่ครอบคลุมการกระทำหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กิจกรรมง่ายๆ อย่างการอ่านหนังสือ ไปจนถึงกิจกรรมที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การเข้าร่วมเวิร์กช็อป หรือการเดินทางท่องเที่ยว ความหมายและการใช้งาน “Activities” หมายถึง การกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการมีส่วนร่วมในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้กล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่ทำหลายอย่างรวมกัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน พัฒนาตนเอง หรือบรรลุเป้าหมายบางอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ในโรงเรียน คุณครูอาจจัด “activities” ให้นักเรียนทำ เช่น กิจกรรมวาดรูป กิจกรรมเล่นเกม หรือกิจกรรมตอบคำถาม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว มักจะมีการแนะนำ “activities” ที่น่าสนใจในแต่ละสถานที่ เช่น…

  • "Advice” แปลว่า

    “Advice” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในชีวิตประจำวัน หมายถึง การให้คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะแก่ผู้อื่น เพื่อช่วยในการตัดสินใจ แก้ปัญหา หรือพัฒนาตนเอง เป็นการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ หรือความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “advice” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนมีปัญหา เราอาจจะให้ “advice” เพื่อช่วยเขาคิด หรือเมื่อเรากำลังจะตัดสินใจเรื่องสำคัญ คนรอบข้างก็จะเข้ามาให้ “advice” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือก หรือแม้แต่ในที่ทำงาน หัวหน้างานก็มักจะให้ “advice” แก่ลูกน้องเกี่ยวกับการทำงาน เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ความหมายและการใช้งาน “Advice” โดยทั่วไปหมายถึง คำแนะนำ หรือข้อคิดเห็นที่เสนอแนะให้ผู้อื่น เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาหรือการกระทำต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน “คุณหมอให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพ” (Doctor gave advice on health care.) “ฉันต้องการคำแนะนำในการเลือกซื้อรถคันใหม่” (I need advice on choosing a new car.) “ถ้ามีปัญหาอะไร ลองมาปรึกษาผมได้…

  • "Subject” แปลว่า

    คำว่า “Subject” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “หัวข้อ” หรือ “เรื่อง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้ระบุใจความสำคัญของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย อีเมล บทความ การสนทนา หรือแม้แต่การเรียนการสอน เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังจะพูดถึงอะไร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Subject” บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารผ่านอีเมล ในช่อง “Subject” ของอีเมล เราจะใส่ข้อความสั้นๆ ที่บอกให้ผู้รับรู้ว่าอีเมลฉบับนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่น “สอบถามข้อมูล” หรือ “แจ้งการประชุม” เพื่อให้ผู้รับสามารถจัดลำดับความสำคัญและเปิดอ่านอีเมลได้ตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ ในบริบทของการเรียน “Subject” ก็หมายถึง “วิชา” ที่เราเรียน เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Subject” หมายถึง ใจความสำคัญ หรือ ประเด็นหลัก ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้เพื่อกำหนดทิศทางและสื่อสารเนื้อหาหลักให้ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน อีเมล: Subject: แจ้งผลการพิจารณาใบสมัครงาน บทความ: Subject:…

  • "Create” แปลว่า

    คำว่า “Create” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การสร้างสรรค์ การทำให้เกิดขึ้น หรือการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา เป็นคำกริยาที่ใช้ได้ในหลากหลายบริบท ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ การสร้างเว็บไซต์ ไปจนถึงการสร้างโอกาสหรือแนวคิดใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Create” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงการทำงานสร้างสรรค์ เช่น นักออกแบบกราฟิกที่ต้อง “create” โลโก้ใหม่ๆ หรือนักเขียนที่ต้อง “create” เรื่องราวที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังใช้ในการสร้างสิ่งต่างๆ ในโลกออนไลน์ เช่น การ “create” บัญชีผู้ใช้ใหม่บนโซเชียลมีเดีย หรือการ “create” วิดีโอคอนเทนต์เพื่อแบ่งปันกับผู้อื่น บางครั้งก็ใช้ในเชิงนามธรรม เช่น การ “create” บรรยากาศที่ดีในการทำงาน หรือการ “create” ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน “Create” แปลว่า สร้าง, สร้างสรรค์, ก่อให้เกิด, ทำให้เกิดขึ้น, ประดิษฐ์ขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน 1. She wants to create a…

  • "Recall” แปลว่า

    คำว่า “Recall” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การระลึกถึง การนึกถึง หรือการเรียกคืน ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในเชิงนามธรรม เช่น การนึกถึงความทรงจำ หรือในเชิงรูปธรรม เช่น การเรียกคืนสินค้าที่มีปัญหา ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Recall” เมื่อเราพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา หรือเมื่อเราต้องการเรียกข้อมูลที่เคยรับรู้ไปแล้วกลับมา เช่น “I recall a time when…” (ฉันนึกถึงครั้งหนึ่งที่…) หรือในบริบทของธุรกิจ ก็อาจหมายถึงการที่บริษัทต้องเรียกคืนสินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว เนื่องจากพบข้อบกพร่อง หรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Recall” โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ดังนี้: การระลึกถึง (Remembering): ใช้เมื่อเราพยายามนึกถึงสิ่งที่เราเคยเห็น เคยได้ยิน หรือเคยประสบมา การเรียกคืน (Calling back/withdrawing): มักใช้ในบริบทของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทต้องเรียกคืนจากตลาดเนื่องจากมีปัญหา ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูตัวอย่างเหล่านี้: การระลึกถึง: “Do you recall his name?” (คุณพอจะจำชื่อเขาได้ไหม?)…

  • "Continued” แปลว่า

    คำว่า “Continued” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ดำเนินต่อไป” หรือ “ต่อเนื่อง” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้สิ้นสุดลง หรือกำลังจะดำเนินการต่อจากส่วนที่แล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Continued” ในหลายบริบท เช่น เมื่ออ่านหนังสือหรือบทความที่เนื้อหายาวเกินหน้ากระดาษ ก็จะมีคำว่า “Continued on next page” หรือ “To be continued” ปรากฏอยู่ หรือในการประชุมที่ยังพูดไม่จบ ก็อาจจะกล่าวว่า “We will continue this discussion later” เพื่อบอกว่าการพูดคุยจะดำเนินต่อไปในภายหลัง ความหมายและการใช้งาน “Continued” มาจากกริยา “continue” ซึ่งแปลว่า ดำเนินต่อไป, ต่อเนื่อง, รักษาไว้ ซึ่งในรูปของคำคุณศัพท์ (adjective) หรือกริยาช่อง 3 (past participle) นี้ จะใช้ขยายคำนาม หรือบอกสภาวะว่าสิ่งนั้นยังคงดำเนินอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน Continued success:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *