"Promise” แปลว่า

คำว่า “Promise” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “สัญญา” หรือ “คำมั่นสัญญา” หมายถึง การให้คำมั่นว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการแสดงเจตจำนงว่าจะยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ ไม่ว่าจะต่อตนเองหรือต่อผู้อื่น

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Promise” หรือ “สัญญา” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การให้คำมั่นกับเพื่อนว่าจะไปช่วยงาน การให้คำมั่นกับคนรักว่าจะดูแลซึ่งกันและกัน หรือแม้กระทั่งการให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะเริ่มออกกำลังกายในวันพรุ่งนี้ เป็นการแสดงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะทำให้สิ่งที่เราพูดนั้นเกิดขึ้นจริง

ความหมายและการใช้งาน

“Promise” หมายถึง การให้คำมั่นสัญญา หรือการรับปากว่าจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง หรือจะไม่กระทำการใดๆ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างบุคคล

ตัวอย่างการใช้งาน

เด็กน้อยสัญญา (promise) กับคุณแม่ว่าจะทำการบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่น

เขาให้คำมั่นสัญญา (promise) ว่าจะส่งงานให้ทันตามกำหนด

เราให้สัญญา (promise) กันว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Promise” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงความจริงจัง ความรับผิดชอบ หรือการให้คำมั่นในเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ หรือเรื่องงาน

🔷 FAQ SECTION

“Promise” กับ “Vow” ต่างกันอย่างไร?

“Promise” เป็นการให้คำมั่นสัญญาทั่วไปที่อาจมีหรือไม่มีพิธีรีตอง ส่วน “Vow” มักเป็นการให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่น เป็นทางการ หรือมีความสำคัญทางศาสนา/พิธีกรรม เช่น การกล่าวคำสาบานแต่งงาน

การผิด Promise มีผลอย่างไร?

การผิด Promise หรือผิดสัญญา อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือลดลง ผู้ที่ผิดสัญญาอาจถูกมองว่าไม่น่าไว้ใจ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือปัญหาในอนาคตได้

Similar Posts

  • "Fulfill” แปลว่า

    คำว่า “Fulfill” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การทำให้สำเร็จ การบรรลุ หรือการเติมเต็ม ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Fulfill” ในบริบทของการทำตามความคาดหวัง การบรรลุเป้าหมาย หรือการตอบสนองความต้องการ เช่น เมื่อเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เราก็คาดหวังว่าร้านค้าจะ “Fulfill” ออเดอร์ของเราให้สำเร็จ หรือเมื่อเราตั้งเป้าหมายบางอย่างไว้ เราก็พยายามที่จะ “Fulfill” หรือทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fulfill” แปลว่า ทำให้สำเร็จ, บรรลุ, ทำให้สมบูรณ์, ตอบสนองความต้องการ หรือเติมเต็ม ตัวอย่างการใช้งาน การตอบสนองความต้องการ (Fulfill a need/demand): บริษัทพยายามจะ Fulfill ความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การบรรลุเป้าหมาย (Fulfill a goal/dream): เขาทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อจะ Fulfill ความฝันของเขา การทำให้สำเร็จตามคำสั่ง/ข้อตกลง (Fulfill an order/promise): ร้านอาหารรับปากว่าจะ Fulfill ออเดอร์อาหารทั้งหมดภายในเวลาที่กำหนด…

  • "View” แปลว่า

    คำว่า “View” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “การมองเห็น” หรือ “ทิวทัศน์” ครับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “View” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราไปเที่ยวสถานที่สวยๆ เราอาจจะได้ยินคนพูดว่า “วิวที่นี่สวยมาก” ซึ่งหมายถึงทิวทัศน์ที่มองเห็น หรือเมื่อเราดูวิดีโอออนไลน์ เราจะเห็นตัวเลขที่บอกว่าวิดีโอนั้นมีคนดูกี่ “วิว” ซึ่งหมายถึงจำนวนครั้งที่มีคนเข้าชมวิดีโอนั้นๆ หรือในบางครั้ง อาจหมายถึงมุมมอง หรือความคิดเห็นของคนๆ หนึ่งก็ได้ครับ ความหมายและการใช้งาน “View” มีความหมายหลักๆ คือ การมองเห็น, ทิวทัศน์, ภาพที่ปรากฏแก่สายตา, หรือจำนวนครั้งที่เข้าชมเนื้อหาออนไลน์ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ 1: “โรงแรมนี้มีห้องพักที่เห็นวิวทะเลสวยงาม” (หมายถึง ทิวทัศน์ทะเล) ตัวอย่างที่ 2: “วิดีโอนี้มียอดวิว 1 ล้านวิวแล้ว” (หมายถึง จำนวนครั้งที่มีคนเข้าชม) ตัวอย่างที่ 3: “ฉันมีความ view ที่แตกต่างเกี่ยวกับเรื่องนี้” (หมายถึง มุมมอง…

  • "Circles” แปลว่า

    คำว่า “Circles” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง วงกลม หรือกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน หรือมีความสนใจร่วมกัน ในบริบททั่วไป เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงกลุ่มคนที่เราสนิทสนมด้วย หรือกลุ่มเพื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคนพูดถึง “Circles” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงวงสังคมของตัวเอง “My social circles are quite diverse.” (วงสังคมของฉันค่อนข้างหลากหลาย) หรือการพูดถึงกลุ่มเพื่อนสนิท “She’s always hanging out with her inner circle.” (เธออยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอเสมอ) นอกจากนี้ คำว่า “Circles” ยังสามารถหมายถึงวงการ หรือกลุ่มคนที่ทำงานในสายอาชีพเดียวกัน หรือมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เช่น “He’s well-connected in the tech circles.” (เขาเป็นที่รู้จักดีในวงการเทคโนโลยี) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Circles” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: วงกลม (รูปทรงเรขาคณิต): ในทางคณิตศาสตร์…

  • "Stormy” แปลว่า

    คำว่า “Stormy” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “มีพายุ” หรือ “เต็มไปด้วยพายุ” ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับการอธิบายสภาพอากาศที่กำลังมีพายุ ฝนตกหนัก ลมแรง หรือฟ้าคะนอง ไปจนถึงการเปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่วุ่นวาย เต็มไปด้วยปัญหา ความขัดแย้ง หรืออารมณ์ที่รุนแรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Stormy” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงสภาพอากาศ เช่น “The weather is stormy today” (วันนี้อากาศมีพายุ) หรือ “We had a stormy night” (เรามีค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพายุ) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรือเต็มไปด้วยปัญหาได้เช่นกัน เช่น “They had a stormy relationship” (พวกเขามีความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้ง) หรือ “The company is going through a stormy period” (บริษัทกำลังผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวายและมีปัญหา) ความหมายและการใช้งาน “Stormy” หมายถึง สภาพอากาศที่มีพายุ…

  • "Beaming” แปลว่า

    คำว่า “Beaming” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การยิ้มกว้างอย่างมีความสุข หรือการส่องแสงเจิดจ้า เปรียบได้กับการฉายรังสีแห่งความสุขออกมา ทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ถึงความสดใส รื่นเริง หรือความภาคภูมิใจในตัวเอง เรามักจะเห็นคนใช้คำว่า “Beaming” ในการอธิบายถึงใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุขในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อได้รับข่าวดี ได้รับคำชม หรือประสบความสำเร็จในเรื่องที่ตั้งใจไว้ การยิ้มแบบ “Beaming” จะไม่ใช่แค่การยิ้มธรรมดา แต่เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์เชิงบวกที่ล้นออกมาอย่างชัดเจน จนสังเกตได้ง่าย ความหมายและการใช้งาน “Beaming” มาจากคำกริยา “beam” ซึ่งแปลว่า ส่องแสง หรือยิ้มอย่างมีความสุข การใช้ “beaming” เพื่ออธิบายการยิ้ม มักจะสื่อถึงรอยยิ้มที่กว้าง สดใส และเต็มไปด้วยความปิติยินดี อาจจะเห็นได้จากการที่ดวงตาเป็นประกายไปด้วยความสุข หรือแก้มที่ยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “She was beaming when she heard the good news.” (เธอหน้าบานด้วยความสุขเมื่อได้ยินข่าวดี) หรือ “He was beaming with pride…

  • "Distinct” แปลว่า

    คำว่า “Distinct” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “แตกต่าง” หรือ “โดดเด่น” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่แยกออกไปจากสิ่งอื่น ๆ อย่างชัดเจน หรือมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทำให้มองเห็นได้ง่ายว่าเป็นคนละอย่างกัน ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Distinct” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราพูดถึงความแตกต่างของรสชาติอาหารที่ปรุงต่างกัน หรือเมื่อเราต้องการบอกว่าคนสองคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราชมว่าดนตรีเพลงนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นต้น มันช่วยให้เราสื่อสารความไม่เหมือนกันของสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา ความหมายและการใช้งาน Distinct หมายถึง การแยกออกไปอย่างชัดเจน, ไม่เหมือนกัน, มีลักษณะเฉพาะตัวที่เด่นชัด ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “The taste of this dish is quite distinct from the one we had yesterday.” (รสชาติของอาหารจานนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากจานที่เราทานเมื่อวานนี้) ประโยคตัวอย่าง: “He has a very distinct way of…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *