"Disappoint” แปลว่า

คำว่า “Disappoint” เป็นภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้ทับศัพท์ หมายถึง การทำให้ผิดหวัง การทำให้เสียใจ หรือการไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เมื่อผลลัพธ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับความต้องการ ความคาดหวัง หรือความตั้งใจที่เรามี

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Disappoint” เมื่อรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เช่น เพื่อนที่สัญญาว่าจะมาหาแต่ก็ไม่มา ทำให้เรารู้สึกผิดหวัง หรือผลการแข่งขันกีฬาที่ทีมโปรดของเราแพ้ ก็ทำให้แฟนๆ รู้สึก Disappoint ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังใช้กับการบริการที่ไม่ดี หรือสินค้าที่ไม่ตรงปก ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดหวังได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

Disappoint (ดิส-อะ-พอยนต์) แปลว่า ทำให้ผิดหวัง, ทำให้เสียใจ, ทำให้ไม่สมหวัง เป็นคำกริยา (verb) ที่ใช้เมื่อผลลัพธ์ของเหตุการณ์ บุคคล หรือสิ่งใดก็ตาม ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง หรือความต้องการของผู้พูด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “I was really disappointed with the movie.” (ฉันรู้สึกผิดหวังกับหนังเรื่องนั้นมาก)
  • “Don’t disappoint your parents.” (อย่าทำให้พ่อแม่ผิดหวังนะ)
  • “The service at the restaurant was disappointing.” (การบริการที่ร้านอาหารนั้นน่าผิดหวัง)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Disappoint มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความคาดหวังที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ผลการเรียน หรือแม้กระทั่งสินค้าและบริการต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

“Disappoint” ใช้กับใครได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับทุกคน ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการผิดหวังในตัวเอง ผิดหวังในผู้อื่น หรือผิดหวังในสิ่งของต่างๆ

มีคำไทยคำไหนที่แปลว่า Disappoint ได้บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “ผิดหวัง” “เสียใจ” หรือ “ไม่สมหวัง” แต่คำว่า Disappoint มักจะสื่อถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการที่ความคาดหวังไม่เป็นไปตามนั้นโดยตรง

Similar Posts

  • "Stripes” แปลว่า

    คำว่า “Stripes” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ลายทาง” หรือ “เส้นลาย” ครับ เป็นการอธิบายลักษณะของสิ่งที่ปรากฏเป็นแถบยาวๆ ที่เรียงกันเป็นแนว ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียงก็ได้ เรามักจะเจอคำว่า “Stripes” ในชีวิตประจำวันได้บ่อยๆ เช่น เวลาพูดถึงเสื้อผ้าที่มีลวดลาย เราอาจจะบอกว่า “เสื้อตัวนี้มีลาย Stripes” ซึ่งหมายถึงเสื้อที่มีลายเป็นเส้นๆ นั่นเอง หรือเวลาพูดถึงธงชาติของบางประเทศที่มีลายเป็นแถบๆ ก็เรียกว่ามีลาย Stripes ได้เช่นกันครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Stripes” หมายถึง ลวดลายที่เป็นเส้นยาวๆ หรือแถบต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวของวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ธงชาติ หรือแม้แต่บนตัวสัตว์บางชนิด การใช้งานมักจะอธิบายลักษณะของลวดลายที่เห็นได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน เสื้อยืดตัวนี้เป็นลาย Stripes สีฟ้าสลับขาว กางเกงลาย Stripes ของเด็กๆ น่ารักดี ธงชาติบางประเทศมีลาย Stripes เป็นสัญลักษณ์ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Stripes” มักจะถูกใช้ในการอธิบายลักษณะของลวดลายบนเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หรือสิ่งของต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นแถบเส้นๆ…

  • "Waiter” แปลว่า

    คำว่า “Waiter” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “พนักงานเสิร์ฟ” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานประกอบการที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั่วไปแล้ว พนักงานเสิร์ฟจะมีหน้าที่รับออเดอร์จากลูกค้า นำอาหารและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟที่โต๊ะ เก็บจานชามที่ใช้แล้ว และดูแลความเรียบร้อยของโต๊ะอาหาร รวมถึงการตอบคำถามเกี่ยวกับเมนูและการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นและใช้คำว่า “Waiter” หรือ “พนักงานเสิร์ฟ” ในบริบทของการไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เช่น เมื่อเราเข้าไปในร้านอาหาร เราอาจจะเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินไปมาเพื่อให้บริการลูกค้าคนอื่นๆ หรือเมื่อเราต้องการสั่งอาหาร เราก็จะเรียกพนักงานเสิร์ฟมาที่โต๊ะ นอกจากนี้ ในบางครั้ง เมื่อเราพูดถึงประสบการณ์การรับประทานอาหาร เราอาจจะกล่าวถึงการบริการของ “Waiter” ด้วย เช่น “Waiter ที่นี่บริการดีมาก” หรือ “เราต้องรอ Waiter นานพอสมควร” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Waiter” หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าในร้านอาหาร โดยมีหน้าที่หลักคือการรับออเดอร์ นำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ และดูแลความพึงพอใจของลูกค้าตลอดมื้ออาหาร ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปร้านอาหาร คุณจะพบกับ “Waiter” ที่จะเข้ามาสอบถามว่าต้องการสั่งอะไร หากคุณต้องการเรียกพนักงานเสิร์ฟ คุณสามารถพูดว่า…

  • "Wed” แปลว่า

    คำว่า “Wed” เป็นคำย่อที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ หมายถึง วันพุธ ซึ่งเป็นวันที่สามของสัปดาห์ โดยปกติแล้วจะใช้ในการเขียนหรือการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ เพื่อประหยัดพื้นที่และเวลา เช่น ในตารางนัดหมาย ปฏิทิน หรือข้อความสั้นๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้ “Wed” ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับแผนการหรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ เช่น การนัดประชุม การนัดทานข้าว หรือการแจ้งกำหนดการต่างๆ การใช้คำย่อนี้ช่วยให้การสื่อสารกระชับและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพิมพ์ข้อความหรือเขียนบันทึกสั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Wed” ย่อมาจาก “Wednesday” ซึ่งแปลว่า “วันพุธ” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในบริบททั่วไปที่ไม่เป็นทางการ เช่น การนัดหมาย การวางแผนกิจกรรม หรือการสื่อสารผ่านข้อความสั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากต้องการนัดประชุมในวันพุธ อาจจะเขียนว่า “Meeting on Wed at 10 AM.” หรือหากต้องการบอกเพื่อนว่ามีแผนจะไปเที่ยวในวันพุธ อาจจะพูดว่า “Let’s go out this Wed.” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "Amazingly” แปลว่า

    คำว่า “Amazingly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อย่างน่าอัศจรรย์, อย่างน่าทึ่ง, อย่างน่าประหลาดใจ เป็นการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือเป็นไปในลักษณะที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจหรือชื่นชมในความพิเศษของมัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Amazingly” เพื่อเน้นย้ำถึงความไม่คาดฝันหรือความยอดเยี่ยมของเหตุการณ์บางอย่าง เช่น เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย หรือเมื่อมีเรื่องที่น่าประทับใจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันช่วยเสริมให้ประโยคมีความรู้สึกที่ชัดเจนมากขึ้นว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนั้น “สุดยอด” หรือ “ไม่ธรรมดา” จริงๆ ความหมายและการใช้งาน “Amazingly” ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอัศจรรย์ใจ หรือน่าทึ่ง เป็นการเน้นย้ำถึงความพิเศษที่ทำให้เราต้องร้อง “ว้าว!” ตัวอย่างการใช้งาน เธอสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่าง Amazingly รวดเร็ว สภาพอากาศวันนี้ Amazingly เย็นสบาย ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านพ้นฤดูร้อนมา เขา Amazingly จำชื่อทุกคนในงานได้หมด บริบทที่พบบ่อย “Amazingly” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการแสดงความรู้สึกประหลาดใจในเชิงบวกต่อผลลัพธ์ ความสามารถ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คำถามที่พบบ่อย “Amazingly” ใช้กับอะไรได้บ้าง? “Amazingly” สามารถใช้ขยายคำกริยา (verb) เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นทำได้อย่างน่าทึ่ง หรือใช้ขยายคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นเป็นเช่นนั้นอย่างน่าทึ่ง…

  • "Good” แปลว่า

    คำว่า “Good” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ดี” ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บ่งบอกถึงคุณภาพที่ดี น่าพอใจ เหมาะสม หรือมีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ การใช้งานมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Good” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราทานอาหารอร่อย ก็อาจจะพูดว่า “อาหารจานนี้ good มาก” หรือเมื่อเพื่อนทำสิ่งที่ดีให้ เราก็อาจจะกล่าวขอบคุณพร้อมบอกว่า “คุณเป็นคน good จริงๆ” หรือแม้กระทั่งเมื่อเราถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ก็อาจจะถามว่า “สบายดีไหม?” (How are you?) ซึ่งคำตอบที่พบบ่อยคือ “I’m good.” หรือ “Good.” เพื่อบอกว่าสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Good” สามารถสื่อความหมายได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับคำนามหรือกริยาที่มันขยาย หรือใช้เป็นคำตอบสั้นๆ เพื่อแสดงความเห็นเชิงบวก ตัวอย่างการใช้งาน “This is a good book.” (นี่เป็นหนังสือที่ดี) “He…

  • "Massage” แปลว่า

    คำว่า “Massage” ในภาษาไทยหมายถึง การนวด ซึ่งเป็นการใช้มือหรืออุปกรณ์กด คลึง บีบ หรือสั่นสะเทือนบริเวณร่างกาย เพื่อให้เกิดการผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย หรือส่งเสริมสุขภาพที่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Massage” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อรู้สึกเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก เราอาจจะนึกถึงการไปทำ “Massage” เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือเวลาไปเที่ยวตามสปาต่างๆ ก็มักจะมีบริการ “Massage” หลากหลายรูปแบบให้เลือก หรือบางครั้งเพื่อนฝูงอาจจะถามว่า “ไปทำ Massage มาเหรอ ดูหน้าใสขึ้นนะ” ซึ่งหมายถึงการไปนวดเพื่อบำรุงผิวพรรณหรือทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Massage” หมายถึง การนวด ซึ่งเป็นการบำบัดด้วยการสัมผัสรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เทคนิคต่างๆ ในการกด คลึง บีบ หรือสั่นสะเทือนกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อน เพื่อช่วยลดความตึงเครียด บรรเทาอาการปวดเมื่อย เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และส่งเสริมการผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตัวอย่าง “วันนี้รู้สึกปวดหลังมากเลย อยากไปทำ Massage สักชั่วโมง” “ร้านนี้มีบริการ Massage เท้าที่ผ่อนคลายมาก” “คุณแม่ชอบให้ทำ Massage…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *