"tear” แปลว่า

คำว่า “tear” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่สองความหมายที่ใช้บ่อย คือ “น้ำตา” และ “ฉีกขาด” ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบทของประโยค

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “tear” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเรารู้สึกเศร้า เสียใจ หรือดีใจมากๆ เราอาจจะ “shed tears” (หลั่งน้ำตา) หรือเมื่อเราทำของบางอย่างขาด เช่น กระดาษขาด เสื้อผ้าขาด เราก็จะใช้คำว่า “tear” ในความหมายของการฉีกขาด

ความหมายและการใช้งาน

1. น้ำตา: ในความหมายนี้ “tear” หมายถึงของเหลวที่ออกมาจากดวงตาเมื่อเราร้องไห้ ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์เศร้า ดีใจ โกรธ หรือแม้กระทั่งการระคายเคือง

2. ฉีกขาด: ในความหมายนี้ “tear” เป็นได้ทั้งกริยา (verb) หมายถึงการทำให้แยกออกจากกัน หรือเป็นคำนาม (noun) หมายถึงรอยฉีกขาด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • น้ำตา: “She couldn’t hold back her tears when she heard the good news.” (เธออดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้เมื่อได้ยินข่าวดี)
  • ฉีกขาด (กริยา): “Be careful not to tear the delicate fabric.” (ระวังอย่าให้ฉีกเนื้อผ้าที่บอบบางนี้ขาด)
  • ฉีกขาด (คำนาม): “There’s a tear in my shirt.” (เสื้อของฉันมีรอยขาด)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “tear” ในความหมายของน้ำตา มักจะใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก หรือเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดการร้องไห้ ส่วน “tear” ในความหมายของการฉีกขาด จะใช้เมื่อพูดถึงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากการฉีก การดึง หรือการขาดออกจากกัน

🔷 FAQ SECTION

“tear” กับ “cry” ต่างกันอย่างไร?

“Cry” เป็นคำกริยาที่หมายถึงการร้องไห้ ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีน้ำตาก็ได้ ในขณะที่ “tear” (ในรูปพหูพจน์ “tears”) หมายถึงน้ำตาที่ไหลออกมาจริงๆ

“tear” ที่แปลว่าฉีกขาด ใช้กับอะไรได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับสิ่งของทั่วไป เช่น กระดาษ ผ้า ถุงพลาสติก หรือแม้กระทั่งผิวหนังในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บ

Similar Posts

  • "Duty” แปลว่า

    คำว่า “Duty” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “หน้าที่” หรือ “ภาระหน้าที่” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่บุคคลหนึ่งต้องทำตามกฎหมาย จรรยาบรรณ หรือความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Duty” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น พ่อแม่มี duty ต่อลูก ลูกมี duty ต่อพ่อแม่ นักเรียนมี duty ในการเรียน พนักงานมี duty ในการทำงาน หรือแม้แต่พลเมืองก็มี duty ในการเสียภาษี การเคารพกฎหมาย เป็นต้น การทำ duty ให้สมบูรณ์ถือเป็นเครื่องหมายของความรับผิดชอบและความน่าเชื่อถือ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Duty” สื่อถึงความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติ ซึ่งอาจเกิดจากตำแหน่งหน้าที่ กฎหมาย หรือพันธะทางศีลธรรม การทำหน้าที่ให้ดีคือการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพ ตัวอย่าง Military duty: หน้าที่ทางทหาร Parental duty: หน้าที่ของพ่อแม่ Duty of care: หน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่…

  • "Fan” แปลว่า

    คำว่า “Fan” ในภาษาไทยหมายถึง ผู้ชื่นชอบ หรือ แฟนคลับ ซึ่งเป็นบุคคลที่ให้ความสนใจ ชื่นชม หรือสนับสนุนบุคคล ศิลปิน กลุ่มดนตรี ทีมกีฬา ภาพยนตร์ หรือสิ่งอื่นใดเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Fan” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงดารา นักร้อง นักแสดง หรือแม้แต่ทีมฟุตบอลที่คนไทยนิยมชมชอบ เช่น “เขาเป็นแฟนตัวยงของวง BTS มาก” หรือ “เธอเป็นแฟนของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็ก” คำนี้แสดงถึงความผูกพันและความชื่นชอบที่มากกว่าแค่การรับรู้ แต่เป็นการติดตาม สนับสนุน และมีความรู้สึกร่วมด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fan” มาจากคำว่า “Fanatic” ซึ่งหมายถึง ผู้คลั่งไคล้ แต่ในปัจจุบัน คำว่า “Fan” ได้รับการยอมรับและใช้ในความหมายที่สุภาพและเป็นกลางมากขึ้น คือ ผู้ที่ให้ความสนใจและชื่นชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง มีการติดตามผลงาน สนับสนุน และแสดงออกถึงความรักที่มีต่อสิ่งนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันเป็นfan ของซีรีส์เรื่องนี้มาก ดูทุกตอนเลย” “นักร้องคนนี้มีfanคลับเยอะมาก คอนเสิร์ตขายบัตรหมดเกลี้ยง” “เขาเป็นfan กีฬาตัวยง…

  • "Touches” แปลว่า

    คำว่า “Touches” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การสัมผัส การแตะ หรือการแตะต้องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการสัมผัสทางกายภาพ หรือการสัมผัสในเชิงนามธรรมก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินหรือใช้คำว่า “Touches” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการสัมผัสทางร่างกาย เช่น การสัมผัสมือ การจับมือ หรือการแตะไหล่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายของการสัมผัสในเชิงศิลปะหรือดนตรี เช่น “a painter’s touches” หมายถึง ลายเส้นหรือฝีแปรงที่เป็นเอกลักษณ์ของจิตรกร หรือ “a musical touches” หมายถึง การเล่นดนตรีที่มีความประณีตหรือมีลูกเล่นเฉพาะตัว ในบางครั้ง “Touches” ก็ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดูดีขึ้น หรือมีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น “The final touches” หมายถึง การเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายก่อนจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ความหมายและการใช้งาน “Touches” มาจากคำกริยา “touch” ซึ่งแปลว่า สัมผัส แตะต้อง หรือติดต่อ การเติม “es” เข้าไปเป็นการเปลี่ยนรูปคำให้เป็นพหูพจน์…

  • "One” แปลว่า

    คำว่า “One” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “หนึ่ง” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ในการนับจำนวนสิ่งของ หรือใช้เป็นลำดับที่หนึ่ง นอกจากนี้ “One” ยังสามารถใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “One” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อสั่งอาหาร อาจจะบอกว่า “One coffee, please” ซึ่งหมายถึง “กาแฟหนึ่งแก้วครับ” หรือในการบอกลำดับ อาจจะพูดว่า “This is the one I want” แปลว่า “นี่คืออันที่ฉันต้องการ” หรือเมื่อพูดถึงคนคนเดียว อาจจะใช้ว่า “He is the one who can help us” แปลว่า “เขาคือคนที่สามารถช่วยเราได้” บางครั้งก็ใช้เพื่อเน้นย้ำ เช่น “It’s a one-time offer” หมายถึง “เป็นข้อเสนอพิเศษเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”…

  • "Credit” แปลว่า

    คำว่า “Credit” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ว่า “ความน่าเชื่อถือ” หรือ “เครดิต” ซึ่งหมายถึงความสามารถหรือสถานะที่ทำให้ผู้อื่นไว้วางใจในการชำระหนี้คืนตามกำหนด หรือการได้รับความเชื่อถือในด้านต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว คำนี้มักใช้ในบริบททางการเงิน การให้สินเชื่อ หรือการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของบุคคลหรือองค์กร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Credit” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการซื้อสินค้าหรือบริการแบบผ่อนชำระ หรือเมื่อเราไปสมัครบริการต่างๆ เช่น การสมัครบัตรเครดิต การขอสินเชื่อบ้าน หรือแม้แต่การเช่ารถ การมี “Credit” ที่ดีจะช่วยให้เราได้รับอนุมัติสินเชื่อหรือบริการเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ “Credit” ยังหมายถึงการให้เกียรติหรือการยกย่องผลงานของผู้อื่น เช่น “Credit” ให้กับนักแสดงที่แสดงนำ หรือ “Credit” ให้กับทีมพัฒนาที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Credit” มีความหมายที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: ความน่าเชื่อถือ/เครดิตทางการเงิน: หมายถึงประวัติและการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะพิจารณา “Credit Score” หรือคะแนนเครดิต เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการอนุมัติสินเชื่อ การให้สินเชื่อ/การให้เชื่อ: หมายถึงการยอมให้บุคคลหรือองค์กรได้รับสินค้า บริการ หรือเงิน โดยไม่ต้องชำระเงินทันที แต่จะชำระในภายหลัง เช่น การซื้อของแบบผ่อน หรือการใช้บัตรเครดิต…

  • "sis” แปลว่า

    คำว่า “sis” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ย่อมาจากคำว่า “sister” ซึ่งมีความหมายว่า “พี่สาว” หรือ “น้องสาว” ในภาษาไทย แต่ในการใช้งานจริง คำว่า “sis” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เรียกแทนเพื่อนสนิท หรือคนที่เรามีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิดเหมือนพี่น้องได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้คำว่า “sis” เพื่อเรียกแทนเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนมกันมาก ๆ เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย หรือความเป็นกันเอง คล้ายกับการที่เราเรียกเพื่อนสนิทว่า “แก” หรือ “เธอ” แต่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและสนิทสนมมากขึ้น บางครั้งอาจใช้ในการพูดคุยหยอกล้อ หรือให้กำลังใจกันในกลุ่มเพื่อนสาวด้วยกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sis” เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นพี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิทที่รู้สึกผูกพันเหมือนคนในครอบครัว ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้ไปกินข้าวกับ sis กันไหม?” (หมายถึง ชวนพี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิทไปกินข้าว) ” sis มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ” (หมายถึง พี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิท มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย) “ขอบคุณนะ sis…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *