"Taken” แปลว่า

คำว่า “Taken” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึง “ถูกเอาไป”, “ถูกจับจอง”, หรือ “ถูกครอบครอง” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของคำว่า “take” ซึ่งแปลว่า “เอา” หรือ “นำไป” ดังนั้น เมื่อใช้คำว่า “taken” จะหมายถึงสถานะที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกกระทำการ “เอาไป” แล้ว

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Taken” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนถามว่า “Are you taken?” หมายถึงถามว่า “คุณมีเจ้าของแล้วหรือยัง?” หรือ “คุณมีแฟนแล้วหรือยัง?” ในทำนองเดียวกัน หากเห็นป้าย “Reserved” หรือ “Taken” ติดอยู่ที่โต๊ะในร้านอาหาร ก็หมายถึงโต๊ะนั้นถูกจองไว้แล้ว หรือมีคนนั่งอยู่แล้วนั่นเอง นอกจากนี้ ในบริบทของภาพยนตร์หรือเรื่องราวต่างๆ คำว่า “taken” อาจหมายถึงการถูกลักพาตัว หรือถูกจับไป

ความหมายและการใช้งาน

“Taken” เป็นรูปอดีตกาล (Past Participle) ของกริยา “take” ซึ่งหมายถึงการกระทำที่เสร็จสิ้นลงแล้ว ในการใช้งานทั่วไป “taken” มักจะปรากฏในรูปของ Passive Voice (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) หรือใช้เป็น Adjective (คำคุณศัพท์) เพื่อขยายคำนาม

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “The last cookie is already taken.” (คุกกี้ชิ้นสุดท้ายถูกเอาไปแล้ว)

ตัวอย่างที่ 2: “She’s been taken to the hospital.” (เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปแล้ว)

ตัวอย่างที่ 3: “Is this seat taken?” (ที่นั่งนี้มีคนนั่งแล้วหรือยัง? / ที่นั่งนี้มีคนจับจองแล้วหรือยัง?)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Taken” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสถานะการครอบครอง การถูกจับจอง หรือการถูกนำไป รวมถึงในความหมายของการมีคู่ครองแล้ว ดังที่กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ยังพบเห็นได้ในชื่อภาพยนตร์ เช่น “Taken” ที่หมายถึงการถูกลักพาตัว

“Taken” หมายถึงอะไรในบริบทของการจีบหรือความสัมพันธ์?

เมื่อถามว่า “Are you taken?” ในบริบทนี้ หมายถึงถามว่าคุณมีแฟนหรือคนรักแล้วหรือยัง ถ้าคำตอบคือ “Yes, I’m taken.” ก็หมายถึงว่าคุณมีคนรักแล้ว

“Taken” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ สามารถใช้กับสิ่งของได้ เช่น “This parking spot is taken.” (ที่จอดรถนี้มีคนใช้แล้ว/มีคนจอดแล้ว)

“Taken” แตกต่างจาก “Take” อย่างไร?

“Take” คือรูปกริยาปัจจุบัน หมายถึง “เอา” หรือ “นำไป” ในขณะที่ “Taken” คือรูปอดีตกาลช่องที่ 3 ใช้ในรูป Passive Voice หรือเป็น Adjective เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นได้เกิดขึ้นแล้วกับประธาน

Similar Posts

  • "Application” แปลว่า

    คำว่า “Application” ในภาษาไทยเรามักจะแปลว่า “แอปพลิเคชัน” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “แอป” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหมายถึง โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะอย่างบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Application” หรือ “แอป” กันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, LINE หรือ Instagram การดูวิดีโอผ่าน YouTube การฟังเพลงบน Spotify การสั่งอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี่ต่างๆ หรือแม้แต่การใช้แอปแผนที่เพื่อนำทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย ทุกอย่างที่เราทำบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้งาน Application ทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน Application (แอปพลิเคชัน) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เช่น แอปพลิเคชันสำหรับพิมพ์งาน (Word Processor) แอปพลิเคชันสำหรับเล่นเกม หรือแอปพลิเคชันสำหรับจัดการการเงิน คำว่า “Application” มีความหมายกว้างครอบคลุมโปรแกรมทุกประเภทที่ใช้งานโดยผู้ใช้ปลายทาง ตัวอย่างการใช้งาน แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย: LINE, Facebook, Instagram ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารและแบ่งปันเรื่องราว…

  • "Every Day” แปลว่า

    คำว่า “Every Day” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายตรงตัวว่า “ทุกวัน” หรือ “ในแต่ละวัน” เป็นคำที่ใช้บอกถึงความถี่ของการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีวันเว้นว่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Every Day” เพื่ออธิบายกิจวัตรประจำวัน หรือสิ่งที่ทำเป็นประจำ เช่น การแปรงฟันทุกวัน การไปทำงานทุกวัน หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทุกๆ วัน มันช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน “Every Day” หมายถึง ทุกๆ วัน หรือในแต่ละวัน ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ใช่แค่บางครั้งบางคราว หรือเฉพาะบางวัน ตัวอย่างการใช้งาน • I drink coffee every day. (ฉันดื่มกาแฟทุกวัน) • She exercises every day to stay healthy. (เธอออกกำลังกายทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดี) • The shop is open every…

  • "Spread” แปลว่า

    คำว่า “Spread” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยคือ “การแพร่กระจาย” หรือ “การกระจายออกไป” นอกเหนือจากนี้ยังสามารถหมายถึง “การทา” หรือ “การป้าย” สิ่งใดสิ่งหนึ่งลงบนพื้นผิวได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Spread” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงข่าวสารที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต หรือเวลาที่เราทาแยมหรือเนยปัง หรือแม้กระทั่งเวลาที่พูดถึงการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ก็สามารถใช้คำว่า “Spread” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Spread” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นนาม (noun) และกริยา (verb) นาม (Noun): หมายถึง การแพร่กระจาย, การกระจายออก, ความกว้าง, อาณาเขต หรืออาหารที่ใช้ทาบนขนมปัง เช่น แยม เนยถั่ว กริยา (Verb): หมายถึง แพร่กระจาย, แผ่ขยาย, ทา, ป้าย, จัดวาง ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตัวอย่างเหล่านี้: ข่าวสารแพร่กระจาย: “The news of…

  • "Bitterness” แปลว่า

    คำว่า “Bitterness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความขม ซึ่งสามารถสื่อถึงรสชาติขมของอาหาร หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ความรู้สึกขมขื่น ความไม่พอใจ หรือความรู้สึกเจ็บปวดใจที่เกิดจากประสบการณ์ที่ไม่ดี ความผิดหวัง หรือการถูกกระทำที่ไม่ยุติธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Bitterness” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงรสชาติของกาแฟเข้มๆ ที่อาจจะขม หรือเมื่อมีคนเล่าถึงความรู้สึกที่ยังคงติดค้างจากความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยไม่ดี หรือจากเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ความรู้สึกนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อคนเรารู้สึกว่าตนเองถูกทรยศ ผิดหวังอย่างรุนแรง หรือไม่ได้รับการยอมรับในสิ่งที่ควรจะได้รับ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลัก: รสชาติ: ความขมที่รับรู้ได้ทางลิ้น เช่น รสขมของยา รสขมของมะระ อารมณ์: ความรู้สึกขมขื่น เจ็บใจ ไม่พอใจ หรือคับแค้นใจ มักเกิดจากความผิดหวัง การถูกหักหลัง หรือประสบการณ์ที่ไม่ดี การใช้งาน: สามารถใช้ได้ทั้งกับการบรรยายรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการอธิบายสภาวะทางอารมณ์ที่ซับซ้อน ตัวอย่างการใช้งาน “I can still taste the bitterness of that medicine.” (ฉันยังคงสัมผัสได้ถึงรสขมของยานั้น) “She spoke…

  • "Originally” แปลว่า

    คำว่า “Originally” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ ว่า “แต่เดิม”, “เดิมที”, “ตามต้นฉบับ”, หรือ “แต่แรกเริ่ม” ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสภาพหรือสถานการณ์ในอดีตก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือก่อนที่จะเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Originally” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงที่มาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้นกำเนิดของแนวคิด หรือสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น เมื่อเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วพบว่าร้านอาหารที่เราไปนั้น เดิมทีเคยเป็นร้านเล็กๆ ที่มีเพียงไม่กี่โต๊ะ แต่ปัจจุบันได้ขยายใหญ่ขึ้นมาก หรือเมื่อเราพูดถึงประวัติของบริษัทที่เริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ก่อนจะเติบโตมาเป็นบริษัทใหญ่ในปัจจุบัน ก็สามารถใช้คำนี้เพื่ออธิบายจุดเริ่มต้นได้ ความหมายและการใช้งาน “Originally” ใช้เพื่ออ้างอิงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเป็นอยู่ตั้งแต่แรกเริ่ม หรือก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็นการบอกเล่าถึงต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “The plan was originally to finish the project by Friday, but we encountered some unexpected issues.” (แผนเดิมทีตั้งใจจะเสร็จโครงการภายในวันศุกร์ แต่เราประสบปัญหาที่ไม่คาดคิดบางอย่าง) ตัวอย่างที่ 2:…

  • "Cognitive” แปลว่า

    “Cognitive” เป็นคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตใจ หรือความสามารถในการคิด การรับรู้ การเรียนรู้ ความจำ และการแก้ปัญหาของมนุษย์ พูดง่ายๆ ก็คือเกี่ยวข้องกับ “สมอง” และ “การทำงานของสมอง” ในด้านการคิดนั่นเอง เรามักจะเห็นคำว่า “Cognitive” ถูกนำไปใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก เช่น “พัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Development)” หรือในการอธิบายความสามารถของมนุษย์ เช่น “การประมวลผลข้อมูลแบบ Cognitive” หรือแม้กระทั่งในด้านเทคโนโลยีอย่าง “AI ที่มี Cognitive Computing” ซึ่งหมายถึงปัญญาประดิษฐ์ที่เลียนแบบการคิดของมนุษย์ ความหมายและการใช้งาน “Cognitive” หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิด การรับรู้ การทำความเข้าใจ การเรียนรู้ และความจำ ตัวอย่างการใช้งาน Cognitive skills: ทักษะด้านการคิด เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ Cognitive bias: ความลำเอียงทางความคิด ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ Cognitive psychology: จิตวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทางความคิด บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *