"Scales” แปลว่า

คำว่า “Scales” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ อยู่สองนัย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “เครื่องชั่ง” หรือ “ตาชั่ง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดน้ำหนักของสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ “Scales” ยังสามารถหมายถึง “เกล็ด” ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ปกคลุมร่างกายของสัตว์บางชนิด เช่น ปลา หรือ งู

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Scales” ในความหมายของเครื่องชั่งอยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราไปตลาดเพื่อซื้อผักผลไม้ คนขายก็จะใช้เครื่องชั่ง (Scales) ในการชั่งน้ำหนักเพื่อคิดราคา หรือเวลาเราไปโรงพยาบาล แพทย์อาจจะให้เราขึ้นไปชั่งน้ำหนักบนเครื่องชั่งน้ำหนัก (Weighing Scales) เพื่อประเมินสุขภาพของเรา ส่วนในความหมายของ “เกล็ด” เราอาจจะนึกถึงเกล็ดปลาที่อยู่บนตัวปลาที่เราซื้อมาทำอาหาร หรือเกล็ดของงูที่เราเห็นตามสารคดี

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Scales” มีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทการใช้งาน

  • เครื่องชั่ง/ตาชั่ง (Measuring weight): ใช้สำหรับวัดน้ำหนักของวัตถุต่างๆ
  • เกล็ด (Body covering): เป็นส่วนที่ปกคลุมร่างกายของสัตว์บางชนิด เช่น ปลา งู

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Please put the ingredients on the scales to measure the exact amount.” (กรุณาวางส่วนผสมบนเครื่องชั่งเพื่อวัดปริมาณที่แน่นอน)
  • “The fish has shiny scales.” (ปลาตัวนั้นมีเกล็ดที่แวววาว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Scales” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย การปรุงอาหาร การแพทย์ หรือเมื่อพูดถึงลักษณะทางกายภาพของสัตว์

FAQ SECTION

“Scales” หมายถึงอะไรในเชิงดนตรี?

ในเชิงดนตรี “Scales” หมายถึง “บันไดเสียง” ซึ่งเป็นการเรียงลำดับของตัวโน้ตตามระดับเสียงที่กำหนดไว้

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Scales” ได้หรือไม่?

สำหรับความหมายของเครื่องชั่ง สามารถใช้คำว่า “เครื่องชั่งน้ำหนัก” หรือ “ตาชั่ง” ได้ ส่วนความหมายของเกล็ด ก็ใช้คำว่า “เกล็ด” ได้โดยตรง

Similar Posts

  • "Hardly” แปลว่า

    คำว่า “Hardly” ในภาษาอังกฤษนั้น เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “แทบจะไม่ได้”, “เกือบจะไม่”, “ยากที่จะ” หรือ “แทบจะไม่สามารถ” ซึ่งเป็นการบอกถึงระดับที่ไม่มากหรือไม่บ่อยนัก เป็นการเน้นย้ำว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นน้อยมากจนแทบจะไม่นับว่าเกิดขึ้นเลย ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Hardly” โดยตรงบ่อยนัก แต่เราจะใช้สำนวนหรือคำพูดที่สื่อความหมายเดียวกัน เช่น “แทบจะไม่ได้กินข้าวเลยวันนี้” หรือ “ฉันแทบจะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย” ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก หรือเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Hardly” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าเหตุการณ์หรือการกระทำใดๆ นั้นเกิดขึ้นน้อยมาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มักจะวางไว้หน้ากริยาหลัก หรือหน้าคำคุณศัพท์/กริยาวิเศษณ์ เพื่อเน้นถึงระดับที่น้อยมากๆ ตัวอย่าง I can hardly hear you. (ฉันแทบจะไม่ได้ยินคุณเลย) He hardly ever eats sweets. (เขาแทบจะไม่เคยกินขนมหวานเลย) It’s hardly surprising that she’s tired. (มันแทบจะไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอเหนื่อย) บริบทที่พบบ่อย “Hardly” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก หรือไม่ค่อยเกิดขึ้น เช่น…

  • "Aim” แปลว่า

    คำว่า “Aim” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เป้าหมาย” หรือ “จุดมุ่งหมาย” เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ หรือสิ่งที่ต้องการจะไปให้ถึง ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นหรือระยะยาว เป็นได้ทั้งสิ่งที่จับต้องได้ เช่น การซื้อบ้าน หรือสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น การมีความสุขในชีวิต ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Aim” เพื่อพูดถึงสิ่งที่ตั้งใจจะทำ หรือสิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้น เช่น นักเรียนอาจจะมี aim ในการสอบให้ได้คะแนนดีๆ หรือนักกีฬาก็จะมี aim ในการคว้าชัยชนะในการแข่งขัน หรือแม้แต่ในการทำงาน เราก็มักจะมี aim ที่ชัดเจนเพื่อผลักดันตัวเองให้ไปถึงจุดที่ต้องการ ความหมายและการใช้งาน “Aim” หมายถึง จุดมุ่งหมาย, เป้าหมาย, ความตั้งใจ, เจตนา เป็นคำที่ใช้เพื่อบอกว่าเราต้องการจะบรรลุอะไร หรือต้องการจะทำอะไรให้สำเร็จ ตัวอย่างการใช้งาน “My aim is to finish this project by Friday.” (เป้าหมายของฉันคือการทำงานนี้ให้เสร็จภายในวันศุกร์) “She has a…

  • "Genius” แปลว่า

    คำว่า “Genius” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง อัจฉริยะ หรือผู้ที่มีสติปัญญาสูงกว่าคนทั่วไปอย่างโดดเด่น มักจะมีความสามารถพิเศษในด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเลิศ จนสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่า หรือแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคนใช้คำว่า “Genius” เพื่อชมเชยใครสักคนที่มีความคิดดีๆ หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างชาญฉลาด เช่น เมื่อเพื่อนคิดแผนการที่น่าสนใจได้ หรือเมื่อเห็นใครทำอะไรที่ดูเหนือชั้น เราก็อาจจะอุทานว่า “Genius!” หรือบอกว่า “เขา/เธอเป็น Genius จริงๆ” ในบางครั้งก็ใช้เรียกสิ่งประดิษฐ์หรือแนวคิดที่ดูแปลกใหม่และได้ผลดีมากๆ ว่าเป็น “Genius idea” หรือ “Genius solution” เพื่อแสดงความชื่นชมในความเก่งกาจนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Genius” สื่อถึงระดับสติปัญญาที่สูงส่งเป็นพิเศษ อาจจะมาจากพรสวรรค์โดยธรรมชาติ หรือมาจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บุคคลนั้นมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ หรือสร้างสรรค์ในระดับที่เหนือกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบทฤษฎีใหม่ที่พลิกวงการ เราอาจจะยกย่องเขาว่าเป็น “Genius” ถ้าใครคิดวิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ เราก็อาจจะบอกว่า “That’s a genius move!” บางครั้งเราอาจใช้คำนี้กับผลงานที่สร้างสรรค์อย่างมาก เช่น “This…

  • "How About You” แปลว่า

    “How about you” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หรือสอบถามความคิดเห็น ความรู้สึก หรือสถานการณ์ของอีกฝ่าย หลังจากที่เราได้บอกเล่าเรื่องราวหรือแสดงความคิดเห็นของตัวเองไปแล้ว เป็นการแสดงความใส่ใจและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการสนทนา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้ “How about you” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “วันนี้ไปเที่ยวมา สนุกมากเลย” แล้วเราอยากจะถามกลับไปว่า “แล้วเธอเป็นไงบ้างล่ะ?” ก็จะพูดว่า “How about you?” หรือเมื่อเราเล่าเรื่องงานที่ทำว่า “ฉันทำงานนี้เสร็จแล้ว” แล้วอยากจะถามเพื่อนร่วมงานว่า “แล้วงานของเธอเป็นไงบ้าง?” ก็จะใช้ “How about you?” เพื่อสอบถามความคืบหน้า หรือสถานการณ์ของเขา เป็นการชวนคุยให้บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน “How about you” แปลตรงตัวได้ว่า “แล้วคุณล่ะ” หรือ “เป็นไงบ้าง” เป็นวลีที่ใช้เพื่อสอบถามความคิดเห็น ความรู้สึก หรือสถานการณ์ของบุคคลที่เรากำลังสนทนาด้วย โดยทั่วไปจะใช้หลังจากที่เราได้ให้ข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้ว เพื่อเป็นการถามกลับและแสดงความใส่ใจ ตัวอย่างการใช้งาน A: “I’m feeling really…

  • "Cease Fire” แปลว่า

    คำว่า “Cease Fire” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การหยุดยิง หรือการยุติการต่อสู้ชั่วคราวหรือถาวร โดยปกติแล้วจะใช้ในบริบทของการสู้รบหรือความขัดแย้งทางทหาร เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจา หรือเพื่อมนุษยธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Cease Fire” จากข่าว หรือในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสงคราม การประกาศ “Cease Fire” เป็นสัญญาณว่าการสู้รบจะหยุดลงชั่วคราว ผู้คนอาจใช้คำนี้เปรียบเทียบกับการหยุดพักความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อให้สถานการณ์เย็นลงและหาทางออกร่วมกันได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cease Fire” แปลตรงตัวว่า “หยุดยิง” เป็นการร้องขอหรือคำสั่งให้ยุติการใช้อาวุธอย่างทันทีทันใด อาจเป็นการตกลงกันระหว่างคู่ขัดแย้ง หรือเป็นการประกาศฝ่ายเดียวเพื่อหวังให้เกิดการตอบสนองในทิศทางเดียวกัน การหยุดยิงอาจมีกำหนดเวลา หรือไม่มีกำหนดเวลา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวัตถุประสงค์ ตัวอย่างการใช้งาน ในสถานการณ์สงคราม ผู้บัญชาการอาจประกาศ “Cease Fire” เพื่อให้หน่วยแพทย์สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ หรือเพื่อเตรียมการสำหรับการเจรจาสันติภาพ ในข่าวต่างประเทศ เรามักจะได้ยินรายงานว่า “ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะ Cease Fire เป็นเวลา 24 ชั่วโมง” เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงพื้นที่ขัดแย้งได้ บริบทที่พบบ่อย…

  • "Signing” แปลว่า

    “Signing” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “การเซ็น” หรือ “การลงนาม” ในภาษาไทยค่ะ เป็นการกระทำที่แสดงถึงการยอมรับ การยินยอม หรือการรับรองเอกสาร ข้อตกลง หรือสัญญาต่างๆ โดยใช้ลายเซ็นของบุคคลนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “signing” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องเซ็นเอกสารสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่าบ้าน สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างงาน หรือแม้แต่การเซ็นรับพัสดุ การ “signing” เป็นการยืนยันว่าเราได้อ่าน ตกลง และยอมรับข้อความในเอกสารนั้นๆ แล้วค่ะ หรือบางครั้งอาจใช้ในความหมายของการแสดงออกด้วยท่าทาง เช่น การใช้ภาษามือ (sign language) ก็ถือเป็นการ “signing” รูปแบบหนึ่งเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Signing” หมายถึง การลงลายมือชื่อเพื่อแสดงการยอมรับ หรือการทำเครื่องหมายเพื่อสื่อสาร ในบริบททั่วไปมักจะหมายถึงการลงนามในเอกสารเพื่อทำให้เอกสารนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หรือเป็นการแสดงความยินยอมอย่างเป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน “I’m going to the bank for signing the loan agreement.” (ฉันกำลังจะไปธนาคารเพื่อเซ็นสัญญาเงินกู้)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *