"Opposite” แปลว่า

คำว่า “Opposite” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อถึงความหมายของ “ตรงกันข้าม” หรือ “ตรงข้าม” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายสิ่งสองสิ่งที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรืออยู่ในตำแหน่งที่อยู่คนละฝั่งกัน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Opposite” ในหลายสถานการณ์เลยค่ะ เช่น เวลาเราพูดถึงทิศทาง เราอาจจะบอกว่า “บ้านของฉันอยู่ Opposite กับโรงเรียน” หมายความว่าบ้านอยู่คนละฝั่งกับโรงเรียน หรือเวลาพูดถึงลักษณะนิสัย เราอาจจะบอกว่า “เขาเป็นคนเงียบๆ ส่วนน้องสาวของเขา Opposite เลย คือเป็นคนร่าเริงมาก” แสดงว่าสองคนนี้มีนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Opposite” หมายถึง สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน มีลักษณะ หรือคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สามารถใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความคิดเห็น หรือลักษณะนิสัย

ตัวอย่าง

  • “The station is on the opposite side of the river.” (สถานีรถไฟอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ)
  • “His personality is the opposite of his brother’s.” (บุคลิกของเขาตรงกันข้ามกับพี่ชายของเขา)
  • “Black is the opposite color of white.” (สีดำเป็นสีตรงข้ามกับสีขาว)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Opposite” มักถูกใช้ในบริบทของการบอกทิศทาง ตำแหน่ง การเปรียบเทียบลักษณะ หรือคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน หรือใช้ในการอธิบายสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

“Opposite” แปลว่าอะไรได้บ้าง?

โดยหลักๆ แล้ว “Opposite” แปลว่า “ตรงกันข้าม” หรือ “ฝั่งตรงข้าม” ค่ะ แต่ความหมายที่เจาะจงจะขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้

ใช้คำว่า “Opposite” ในประโยคอย่างไร?

เราสามารถใช้ “Opposite” เพื่อบอกตำแหน่ง เช่น “My house is opposite the park.” (บ้านของฉันอยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะ) หรือเพื่อเปรียบเทียบลักษณะ เช่น “Their opinions are opposite.” (ความคิดเห็นของพวกเขาตรงกันข้ามกัน)

Similar Posts

  • "Catch” แปลว่า

    คำว่า “Catch” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “จับ” หรือ “คว้า” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการรับหรือยึดสิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา หรือเมื่อเราต้องการทำให้บางสิ่งหยุดนิ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Catch” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเล่นกีฬา เช่น “catch a ball” (รับลูกบอล) หรือ “catch a fish” (จับปลา) นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น “catch a cold” (เป็นหวัด) หรือ “catch a train/bus” (ขึ้นรถไฟ/รถประจำทางให้ทัน) บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรับทราบหรือเข้าใจ เช่น “Did you catch what I said?” (คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม?) หรือ “catch up” ที่แปลว่า “ตามให้ทัน” หรือ…

  • "Citizen” แปลว่า

    คำว่า “Citizen” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “พลเมือง” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ถือสัญชาติของประเทศใดประเทศหนึ่ง มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสังคมและประเทศชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Citizen” เพื่อกล่าวถึงผู้คนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมหรือประเทศ เช่น การพูดถึงสิทธิของ Citizen ที่จะเลือกตั้ง หรือหน้าที่ของ Citizen ในการเสียภาษี นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในบริบทที่กว้างขึ้นเพื่อหมายถึงผู้คนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในกลุ่ม เช่น “Citizen of the world” ซึ่งหมายถึงพลเมืองโลก ความหมายและการใช้งาน “Citizen” หมายถึง ผู้มีสัญชาติของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งมาพร้อมกับสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการเลือกตั้ง และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ เช่น การเคารพกฎหมาย การเสียภาษี การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงสถานะและความสัมพันธ์ของบุคคลกับรัฐและสังคม ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เวลาพูดถึงการเลือกตั้ง เราอาจได้ยินว่า “Every citizen has the right to vote” ซึ่งแปลว่า “พลเมืองทุกคนมีสิทธิในการลงคะแนนเสียง” หรือในข่าวเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน…

  • "sometime” แปลว่า

    คำว่า “sometime” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “บางครั้ง” หรือ “ในบางเวลา” เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่ไม่เจาะจง หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำหรือแน่นอน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “sometime” เพื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะทำในอนาคตอันใกล้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน เช่น “เราควรจะไปทานข้าวด้วยกัน sometime นะ” หรือ “ฉันจะส่งอีเมลให้คุณ sometime สัปดาห์นี้” เป็นการบอกให้รู้ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Sometime” ใช้เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน หรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เกิดขึ้นเลย ตัวอย่างการใช้งาน “I’ll call you back sometime this afternoon.” (ฉันจะโทรกลับหาคุณ sometime ช่วงบ่ายวันนี้) “We should go on vacation sometime soon.” (เราควรจะไปเที่ยวพักผ่อน sometime เร็วๆ นี้) “She visits…

  • "Overwhelming” แปลว่า

    คำว่า “Overwhelming” เป็นภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “ท่วมท้น” หรือ “มากมายจนรับมือไม่ไหว” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราต้องเผชิญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีปริมาณ ความเข้มข้น หรือความซับซ้อนมากเกินกว่าที่เราจะจัดการได้ในขณะนั้น ทำให้รู้สึกหนักอึ้ง สับสน หรือรู้สึกว่าถูกครอบงำ ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Overwhelming” เพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น เมื่อมีงานเข้ามาเยอะมากจนทำไม่ทัน ก็จะรู้สึกว่างานมัน “Overwhelming” หรือเมื่อเจอข่าวสารจำนวนมหาศาลจนไม่รู้จะเริ่มเสพจากตรงไหน ก็อาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมัน “Overwhelming” เช่นกัน หรือแม้กระทั่งเวลาเจอเรื่องที่น่าประทับใจมากๆ จนพูดไม่ออก ก็อาจจะบอกว่ามัน “Overwhelming” ในทางที่ดีก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Overwhelming” หมายถึง การมีมากเกินไปจนรู้สึกหนักหนา รับมือได้ยาก หรือทำให้รู้สึกท่วมท้น มักใช้เพื่ออธิบายปริมาณ ความรู้สึก หรือสถานการณ์ที่เกินกว่าขีดจำกัดในการจัดการ หรือการรับรู้ของคนๆ หนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “The amount of work I have to do this week is overwhelming.” (ปริมาณงานที่ฉันต้องทำสัปดาห์นี้มันท่วมท้นมาก)…

  • "Prohibited” แปลว่า

    “Prohibited” แปลว่า “ต้องห้าม” หรือ “ถูกสั่งห้าม” ครับ เป็นคำที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ มีความหมายในเชิงของการจำกัดสิทธิ์หรือการป้องกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Prohibited” ในป้ายต่างๆ ที่ติดไว้เพื่อแจ้งเตือน เช่น ป้าย “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่) ซึ่งก็คือบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ “Prohibited” สำหรับการสูบบุหรี่ หรือในกฎระเบียบของสถานที่ต่างๆ ที่อาจมีข้อห้ามบางอย่าง เช่น ห้ามนำอาหารเข้ามาในโรงภาพยนตร์ หรือห้ามเข้าบางพื้นที่ในสถานที่ราชการ ทั้งหมดนี้คือการบอกว่าการกระทำหรือการเข้าถึงนั้น “Prohibited” หรือถูกห้ามไว้ครับ ความหมายและการใช้งาน “Prohibited” มาจากคำกริยา “prohibit” ที่แปลว่า ห้าม สั่งห้าม หรือขัดขวาง เมื่อเติม -ed เข้าไปจะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) หมายถึง สิ่งที่ถูกห้ามไว้แล้ว หรือไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำได้ มักใช้กับกฎ ข้อบังคับ หรือสถานการณ์ที่ต้องการความชัดเจนในการห้าม ตัวอย่างการใช้งาน Prohibited items (สิ่งของต้องห้าม): เช่น ในสนามบิน จะมีรายการสิ่งของที่…

  • "Us” แปลว่า

    คำว่า “Us” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “พวกเรา” หรือ “เรา” เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง พหูพจน์ ใช้เมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงตัวเองและบุคคลอื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Us” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน เพื่อรวมกลุ่มผู้พูดเข้าไปด้วย เช่น “This is for us.” (นี่สำหรับพวกเรา) หรือ “Let’s go, us!” (ไปกันเถอะ พวกเรา!) เป็นการแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือการสื่อสารที่ครอบคลุมกลุ่มที่กำลังพูดถึง ความหมายและการใช้งาน “Us” ใช้แทนผู้พูดและคนอื่นๆ ตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยจะทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค หรือใช้หลังบุพบท ตัวอย่าง 1. “Can you help us?” (คุณช่วยพวกเราได้ไหม?) – ในที่นี้ “us” คือกรรมของประโยค 2. “This gift is from us.”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *