"Neglected” แปลว่า

คำว่า “Neglected” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “ถูกละเลย” หรือ “ถูกทอดทิ้ง” หมายถึง การที่ไม่ได้รับการดูแล เอาใจใส่ หรือให้ความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Neglected” เพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ที่มีบางสิ่งบางอย่างขาดการดูแล หรือไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม เช่น ของใช้ที่ถูกวางทิ้งไว้จนเก่า เสื่อมสภาพ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของคนที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความสำคัญจากคนรอบข้าง

ความหมายและการใช้งาน

“Neglected” ใช้ในหลากหลายบริบทเพื่อบ่งบอกถึงการขาดการดูแลเอาใจใส่

ตัวอย่างการใช้งาน

เด็กที่ถูก Neglected หมายถึง เด็กที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองเท่าที่ควร อาจจะขาดอาหาร เสื้อผ้า หรือความรักความอบอุ่น

บ้านที่ถูก Neglected หมายถึง บ้านที่ปล่อยปละละเลย ไม่มีการซ่อมแซม ดูแลรักษา จนสภาพทรุดโทรม

ความสัมพันธ์ที่ถูก Neglected หมายถึง ความสัมพันธ์ที่คู่รักหรือเพื่อนไม่ใส่ใจ หรือให้เวลากันน้อยลง จนความสัมพันธ์เริ่มห่างเหิน

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักพบในการพูดถึงประเด็นทางสังคม เช่น การละเลยเด็ก สัตว์ หรือผู้สูงอายุ รวมถึงการดูแลทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งการดูแลสุขภาพของตนเองที่ถูกละเลย

“Neglected” แปลว่าอะไร?

“Neglected” แปลว่า ถูกละเลย หรือถูกทอดทิ้ง เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นไม่ได้รับการดูแล หรือความสนใจเท่าที่ควร

ใช้คำว่า “Neglected” ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่ขาดการเอาใจใส่ เช่น เด็กที่ถูกละเลย สวนที่รกจนไม่มีใครดูแล หรือความรู้สึกที่ว่าคนรักไม่สนใจ

Similar Posts

  • "Loss” แปลว่า

    คำว่า “Loss” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “การสูญเสีย” หรือ “ความพ่ายแพ้” ครับ เป็นคำที่ใช้ในบริบทที่หลากหลาย ตั้งแต่การสูญเสียสิ่งของ เงินทอง ไปจนถึงการสูญเสียโอกาส หรือแม้กระทั่งความพ่ายแพ้ในเกมหรือการแข่งขัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Loss” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพูดถึงการลงทุนที่ขาดทุน เราอาจจะเรียกว่า “cut your loss” ซึ่งหมายถึงการยอมตัดขาดทุนเพื่อไม่ให้เสียไปมากกว่านี้ หรือในกีฬา หากทีมใดทีมหนึ่งไม่ชนะ ก็จะถือว่า “incurred a loss” คือประสบกับความพ่ายแพ้นั่นเอง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักได้ด้วย แต่ในบริบทนั้น มักจะใช้คำว่า “loss” แบบเดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับคำอื่นที่สื่อถึงความโศกเศร้า ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Loss” หมายถึง สภาพของการไม่สามารถครอบครองหรือมีบางสิ่งบางอย่างได้อีกต่อไป อาจเป็นได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น การสูญเสียเงินทอง (financial loss), การสูญเสียโอกาส (lost opportunity), หรือความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน (a loss…

  • "Correctly” แปลว่า

    คำว่า “Correctly” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “อย่างถูกต้อง” หรือ “ด้วยความถูกต้อง” หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นไปตามหลักการ มาตรฐาน หรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ไม่ผิดพลาด หรือตรงตามที่ควรจะเป็น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Correctly” เพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกทำอย่างเหมาะสม หรือเป็นไปตามที่คาดหวัง เช่น เมื่อเราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือเมื่อเราต้องการให้แน่ใจว่าเรากำลังทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังเรียนรู้วิธีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ ผู้สอนอาจจะบอกให้คุณทำตามคำแนะนำ “correctly” เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะใช้งานโปรแกรมได้โดยไม่มีปัญหา หรือเมื่อคุณตอบคำถาม ถ้าคุณตอบ “correctly” ก็หมายความว่าคำตอบของคุณถูกต้องตามความเป็นจริง ความหมายและการใช้งาน “Correctly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ใช้อธิบายกริยา (verb) หรือคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกถึงลักษณะของการกระทำหรือสภาวะที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือเป็นไปตามเกณฑ์ ตัวอย่างการใช้งาน Please spell your name correctly. (โปรดสะกดชื่อของคุณให้ถูกต้อง) She answered the question correctly. (เธอตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง) The…

  • "Hello” แปลว่า

    “Hello” เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีความหมายตรงตัวว่า “สวัสดี” หรือ “สวัสดีครับ/ค่ะ” เป็นคำที่ใช้เพื่อเริ่มต้นการสนทนา ทักทายผู้คน หรือแสดงความเป็นมิตร ในชีวิตประจำวัน คนไทยเราใช้คำว่า “Hello” ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ในการทักทายคนที่ไม่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังใช้กับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ เมื่อเราต้องการรับสาย หรือเมื่อเราโทรออกไปหาใครสักคน คำนี้ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกันเองและทันสมัยกว่าการใช้คำว่า “สวัสดี” เพียงอย่างเดียวในบางบริบท ความหมายและการใช้งาน “Hello” เป็นคำทักทายพื้นฐานที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรก การทักทายคนรู้จัก หรือแม้แต่การเริ่มต้นการสนทนาทางโทรศัพท์หรือในอีเมล ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอเพื่อน: “Hello! เป็นไงบ้าง?” เมื่อรับโทรศัพท์: “Hello? ใครพูดครับ/คะ?” เมื่อทักทายคนแปลกหน้า: “Hello, may I help you?” (สวัสดีครับ/ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ/คะ?) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Hello” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความเป็นกันเอง แต่ก็ยังคงความสุภาพ เหมาะสำหรับการทักทายในชีวิตประจำวันทั่วไป ทั้งการพบเจอตัวต่อตัว หรือผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความ “Hello”…

  • "Colour” แปลว่า

    คำว่า “Colour” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สี หรือ ลักษณะของสิ่งต่างๆ ที่เรามองเห็น ซึ่งเกิดจากการสะท้อนของแสงสีต่างๆ บนวัตถุนั้นๆ ค่ะ สีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เราแยกแยะวัตถุต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เช่น แยกแยะผลไม้สุกกับผลไม้ดิบ แยกแยะดอกไม้ชนิดต่างๆ หรือแม้กระทั่งการแต่งกายให้เข้ากัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Colour” หรือ “สี” อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ลองนึกภาพเวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็จะดูที่ “Colour” ของเสื้อผ้าที่เราชอบ หรือเวลาเราแต่งหน้า ทาเล็บ เราก็เลือก “Colour” ที่เข้ากับสไตล์ของเรา นอกจากนี้ “Colour” ยังมีความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น การพูดถึง “Colour” ของเรื่องราวที่น่าสนใจ หรือ “Colour” ของบุคลิกภาพที่สดใส ความหมายและการใช้งาน “Colour” หมายถึง สี หรือ เฉดสีต่างๆ ที่ปรากฏแก่สายตา โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายลักษณะทางกายภาพของวัตถุต่างๆ หรือใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับความสวยงาม การตกแต่ง หรือการแสดงออกทางศิลปะ ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "hired” แปลว่า

    คำว่า “hired” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ได้รับการว่าจ้าง” หรือ “ถูกจ้าง” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของกริยา “hire” ซึ่งหมายถึงการจ้างคนเข้าทำงาน หรือการเช่าสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “hired” ในบริบทของการจ้างงานเป็นหลัก เช่น เมื่อบริษัทกำลังหาคนมาทำงาน ตำแหน่งที่เปิดรับนั้นก็คือตำแหน่งที่ “hired” ได้ หรือเมื่อมีคนได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ ก็จะถือว่าเขาคนนั้น “hired” แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการเช่าสิ่งของได้เช่นกัน แต่การใช้งานในความหมายนี้จะพบน้อยกว่า ความหมายและการใช้งาน “hired” หมายถึง การที่บุคคลหรือองค์กรได้รับข้อเสนอให้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการ หรือได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน โดยทั่วไปมักจะมาพร้อมกับการตกลงเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ตัวอย่างการใช้งาน “She was hired as the new marketing manager.” (เธอได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่) “The company has hired five new employees this…

  • "Lasted” แปลว่า

    คำว่า “Lasted” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) ของคำกริยา “last” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ “คงอยู่”, “ยืนยาว”, “อยู่ได้นาน” หรือ “ผ่านพ้นไป” ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Lasted” ในสถานการณ์ที่ต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดำรงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือได้ผ่านช่วงเวลาหนึ่งมาแล้ว เช่น การพูดถึงความสัมพันธ์ที่ยาวนาน, เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว, หรือสิ่งของที่ทนทานจนใช้งานได้นาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Lasted” ใช้เพื่ออธิบายถึงระยะเวลาที่บางสิ่งบางอย่างยังคงอยู่ หรือเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงไปแล้ว โดยเน้นถึงความคงทนหรือระยะเวลาที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น หากเราพูดว่า “The battery lasted for 10 hours” หมายความว่าแบตเตอรี่นั้นใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง หรือหากบอกว่า “The war lasted for five years” ก็หมายถึงสงครามนั้นยืดเยื้อเป็นเวลาห้าปี ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “Our friendship…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *