"Modify” แปลว่า

คำว่า “Modify” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การปรับเปลี่ยน, การแก้ไข, การดัดแปลง หรือการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างไปจากเดิม โดยอาจจะทำให้ดีขึ้น, แตกต่างไปจากเดิม หรือให้เข้ากับวัตถุประสงค์ใหม่ๆ ก็ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Modify” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การปรับแต่งรถยนต์ให้สวยงามหรือแรงขึ้น, การแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ทำงานได้ตามที่เราต้องการ, หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงแผนการบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การ “Modify” ไม่ได้หมายถึงการสร้างใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ความหมายและการใช้งาน

การ “Modify” คือการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยอาจเป็นการเพิ่ม, ลด, หรือสลับส่วนประกอบต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแตกต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้มักทำไปเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ, ความสวยงาม, หรือให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะอย่าง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “We need to modify the design of the product to make it more user-friendly.” (เราต้องปรับเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น)
  • “The software allows users to modify the settings according to their preferences.” (ซอฟต์แวร์อนุญาตให้ผู้ใช้แก้ไขการตั้งค่าตามความพึงพอใจของตนเองได้)
  • “He decided to modify his old bicycle by adding a new basket.” (เขาตัดสินใจดัดแปลงจักรยานคันเก่าของเขาด้วยการเพิ่มตะกร้าใบใหม่)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Modify” มักถูกใช้ในบริบทของการทำงาน, เทคโนโลยี, การออกแบบ, หรือการปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น เช่น การ modify โค้ดโปรแกรม, การ modify ข้อมูล, หรือการ modify แผนการเดินทาง

FAQ SECTION

“Modify” ต่างจาก “Change” อย่างไร?

โดยทั่วไป “Change” เป็นคำที่กว้างกว่า หมายถึงการทำให้เกิดความแตกต่างหรือการสับเปลี่ยน ส่วน “Modify” จะเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นหรือแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Modify” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียงกับ “Modify” ได้แก่ ปรับเปลี่ยน, แก้ไข, ดัดแปลง, แปรผัน

Similar Posts

  • "พะนะ” แปลว่า

    คำว่า “พะนะ” เป็นคำลงท้ายประโยคที่นิยมใช้กันในภาษาไทย โดยเฉพาะในภาษาพูด มีความหมายคล้ายกับคำว่า “นะ” หรือ “สิ” แต่จะให้ความรู้สึกที่เน้นย้ำ ชวนให้คิดตาม หรือเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่ผู้พูดคาดเดา หรือมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ในการใช้งานจริง “พะนะ” มักจะใช้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นย้ำสิ่งที่กำลังจะพูด หรือต้องการให้ผู้ฟังรับทราบในสิ่งที่กำลังจะกล่าว อาจใช้ในสถานการณ์ที่ผู้พูดกำลังให้คำแนะนำ ชี้แจง หรือแสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างแน่ใจ หรือเป็นการบอกเล่าสิ่งที่ทราบมา หรือสิ่งที่สังเกตเห็น คำนี้ช่วยเพิ่มน้ำเสียงและความรู้สึกให้กับประโยค ทำให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติและมีอรรถรสมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “พะนะ” ทำหน้าที่เป็นคำลงท้ายประโยคเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ชวนให้คิดตาม หรือแสดงความคาดเดาอย่างมีน้ำหนัก คล้ายกับ “นะ” แต่ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นกว่า และมักใช้เมื่อผู้พูดมีความมั่นใจในสิ่งที่กำลังจะกล่าว หรือต้องการเน้นย้ำให้ผู้ฟังรับทราบ ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้อากาศร้อนมากเลยนะ พะนะ” (เป็นการบอกเล่าที่ค่อนข้างมั่นใจ) “ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็สำเร็จแน่ พะนะ” (เป็นการคาดเดาอย่างมีความหวังและมั่นใจ) “เขาบอกว่าจะมาถึงตอนเย็น พะนะ” (เป็นการบอกเล่าสิ่งที่ได้ยินมา) บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “พะนะ” นิยมใช้ในการสนทนาทั่วไป ภาษาพูด หรือในบทสนทนาที่ต้องการความเป็นกันเอง และมีความรู้สึกร่วมระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง มักได้ยินจากผู้ใหญ่ที่พูดกับเด็ก หรือใช้ในการพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูงที่สนิทสนม “พะนะ” ใช้เมื่อไหร่?…

  • "Vibe” แปลว่า

    คำว่า “Vibe” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในภาษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หมายถึง บรรยากาศ ความรู้สึก หรืออารมณ์โดยรวมที่สัมผัสได้จากบุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์นั้นๆ เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ ไม่ได้มาจากคำพูดหรือการกระทำที่ชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Vibe” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ แล้วรู้สึกว่าบรรยากาศดี มีความสุข ก็อาจจะบอกว่า “ที่นี่ Vibe ดีจัง” หรือเมื่อเจอคนที่มีบุคลิกน่าสนใจ พูดคุยแล้วรู้สึกสบายใจ ก็อาจจะบอกว่า “คนนี้ Vibe ดี” หรือในทางกลับกัน ถ้าไปเจอสถานที่ที่รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ ก็อาจจะบอกว่า “ที่นี่ Vibe ไม่ค่อยดีเลย” นอกจากนี้ยังใช้กับการพูดถึงอารมณ์โดยรวมของเพลง หนัง หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Vibe” หมายถึง พลังงาน ความรู้สึก หรือบรรยากาศที่ส่งออกมาจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเชิงบวก (ดี) หรือเชิงลบ (ไม่ดี) ก็ได้ คนมักใช้คำนี้เพื่ออธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นสัญชาตญาณต่อสิ่งรอบตัว ตัวอย่างการใช้งาน “ร้านกาแฟนี้…

  • "Passes” แปลว่า

    คำว่า “Passes” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ผ่าน” หรือ “บัตรผ่าน” ซึ่งสามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เราพบเจอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Passes” ในหลายรูปแบบ เช่น บัตรเข้างาน (event passes), บัตรโดยสาร (travel passes), หรือแม้กระทั่งการ “ผ่าน” การทดสอบหรือการประเมินต่างๆ ความหมายจะเน้นไปที่การได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ ทำกิจกรรม หรือผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Passes” สามารถแปลได้หลายความหมายตามบริบท: การผ่าน (Verb): ใช้ในความหมายของการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “He passes the ball” (เขาจ่ายบอล) หรือ “She passes the exam” (เธอสอบผ่าน) บัตรผ่าน (Noun): หมายถึงเอกสารหรือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้เข้าสถานที่หรือทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น “Season passes” (บัตรรายฤดูกาล) หรือ “Access passes”…

  • "Space” แปลว่า

    คำว่า “Space” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันคือ “พื้นที่” หรือ “ช่องว่าง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้กล่าวถึงบริเวณที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ หรือบริเวณที่สามารถจัดวางสิ่งของได้ เรามักจะใช้คำว่า “Space” ในการพูดถึงพื้นที่ว่างในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเรากำลังจัดห้อง แล้วต้องการหา “space” เพิ่มสำหรับวางของ หรือเวลาพูดถึงพื้นที่ในรถยนต์ว่ามี “space” พอหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายถึงการเว้นระยะห่างระหว่างสิ่งของ หรือแม้กระทั่งในความหมายเชิงนามธรรม เช่น การให้ “space” ส่วนตัวกับใครบางคนค่ะ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Space” หมายถึง พื้นที่ว่างเปล่า หรือบริเวณที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ในบางบริบทอาจหมายถึงระยะห่าง หรือการเว้นวรรค เช่น การเว้น “space” ระหว่างตัวอักษรในงานพิมพ์ หรือการเว้น “space” ในตารางเวลา ตัวอย่างการใช้งาน ในการตกแต่งบ้าน เราอาจพูดว่า “อยากหาเฟอร์นิเจอร์ที่กินพื้นที่น้อย จะได้มี space เหลือเยอะๆ” หรือเมื่อพูดถึงการเดินทาง อาจมีคนถามว่า “กระเป๋าเดินทางใบนี้มี space พอสำหรับเสื้อผ้าทั้งหมดไหม”…

  • "Satellites” แปลว่า

    “Satellites” ในภาษาไทยหมายถึง “ดาวเทียม” ครับ เป็นวัตถุที่โคจรรอบดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราพูดถึง “Satellites” เรามักจะหมายถึงดาวเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ประโยชน์จาก “Satellites” มากมายเลยครับ ลองนึกถึงเวลาเราใช้ GPS นำทางบนมือถือ หรือเวลาดูทีวีผ่านจานดาวเทียม นั่นแหละครับ “Satellites” มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นเยอะเลย ความหมายและการใช้งาน “Satellites” คือสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อส่งไปโคจรรอบโลก หรือวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ โดยมีภารกิจหลากหลาย เช่น การสื่อสาร การสำรวจโลก การพยากรณ์อากาศ การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ หรือแม้กระทั่งการทหาร ตัวอย่างการใช้งาน การสื่อสาร: “Satellites” ช่วยให้เราโทรศัพท์ข้ามทวีป หรือส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ห่างไกลได้ ระบบนำทาง (GPS): “Satellites” ระบบ GPS ทำให้เราสามารถระบุตำแหน่งของตัวเองบนโลก และหาเส้นทางไปยังจุดหมายได้อย่างแม่นยำ การพยากรณ์อากาศ: “Satellites” ช่วยถ่ายภาพเมฆและสภาพอากาศจากอวกาศ ทำให้เราพยากรณ์อากาศได้ล่วงหน้า การถ่ายทอดโทรทัศน์: “Satellites” เป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปยังจานรับสัญญาณตามบ้านเรือนต่างๆ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Satellites” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอวกาศ…

  • "Concept” แปลว่า

    คำว่า “Concept” ในภาษาไทยหมายถึง แนวคิด หลักการ หรือความคิดที่เป็นแก่นสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นเหมือนโครงร่างเบื้องต้นที่อธิบายว่าสิ่งนั้นคืออะไร มีจุดประสงค์อย่างไร และจะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบไหน ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Concept” บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงโปรเจกต์ใหม่ๆ สินค้า การออกแบบ หรือแม้กระทั่งแผนงานต่างๆ เช่น “คอนเซ็ปต์ของร้านนี้คือความเป็นธรรมชาติ” หรือ “คอนเซ็ปต์ของหนังเรื่องนี้คือการย้อนเวลา” เป็นต้น การทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมและเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของสิ่งนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Concept” มาจากภาษาละติน “conceptus” ซึ่งแปลว่า การรวบรวม หรือ การตั้งครรภ์ หมายถึง การก่อตัวขึ้นของความคิดในจิตใจ ในบริบททั่วไป “Concept” หมายถึง ความคิดหลัก ความคิดริเริ่ม หรือภาพรวมของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาหรือดำเนินงานต่อไป ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “คอนเซ็ปต์ของแอปพลิเคชันนี้คือการช่วยให้ผู้ใช้งานจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” (หมายถึง แนวคิดหลักของแอปคือการบริหารเวลา) ตัวอย่างที่ 2: “นักออกแบบนำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่สำหรับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าฤดูร้อน” (หมายถึง นำเสนอแนวคิดหรือไอเดียใหม่สำหรับเสื้อผ้า) บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Concept” มักถูกใช้ในวงการธุรกิจ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *