"Mention” แปลว่า

“Mention” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว “mention” หมายถึง การกล่าวถึง การอ้างถึง หรือการเอ่ยถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อาจเป็นการพูดถึงสั้นๆ หรือเป็นการกล่าวถึงในรายละเอียดก็ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “mention” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการบอกให้ใครสักคนทราบถึงบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเราต้องการอ้างอิงถึงข้อมูลที่เราได้ยินมา หรืออ่านเจอ ตัวอย่างเช่น หากเพื่อนเล่าเรื่องให้ฟัง แล้วเราอยากจะบอกต่อคนอื่น เราอาจจะพูดว่า “He mentioned that…” (เขาพูดถึงว่า…) หรือถ้าเราเห็นข่าวเกี่ยวกับบริษัทที่เราสนใจ เราก็อาจจะพูดว่า “I saw a mention of the company in the news.” (ฉันเห็นการกล่าวถึงบริษัทในข่าว)

ความหมายและการใช้งาน

“Mention” สามารถใช้ได้หลายรูปแบบ:

  • การกล่าวถึง (To say or write something briefly): ใช้เมื่อต้องการเอ่ยถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสั้นๆ โดยไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก
  • การอ้างถึง (To refer to): ใช้เมื่อต้องการอ้างอิงถึงข้อมูล คำพูด หรือสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
  • การกล่าวถึงเป็นพิเศษ (To give special attention to): ใช้เมื่อต้องการเน้นย้ำหรือให้ความสำคัญกับการกล่าวถึงบางสิ่งบางอย่าง

ตัวอย่าง

  • “Did he mention anything about the meeting?” (เขาได้กล่าวถึงอะไรเกี่ยวกับการประชุมบ้างไหม?)
  • “She didn’t mention where she was going.” (เธอไม่ได้กล่าวถึงว่าจะไปไหน)
  • “The article made a brief mention of the new policy.” (บทความกล่าวถึงนโยบายใหม่สั้นๆ)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Mention” มักใช้ในบทสนทนาทั่วไป การเขียนอีเมล การรายงานข่าว หรือการเขียนบทความต่างๆ เพื่อสื่อสารข้อมูลหรือความคิดเห็นอย่างกระชับและตรงประเด็น

🔷 FAQ SECTION

“Mention” ในโซเชียลมีเดีย หมายถึงอะไร?

ในโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram คำว่า “mention” (หรือสัญลักษณ์ @ ตามด้วยชื่อผู้ใช้) หมายถึง การแท็กหรือกล่าวถึงบัญชีผู้ใช้ของบุคคลอื่นโดยตรง เพื่อให้บุคคลนั้นได้รับการแจ้งเตือนว่ามีคนกำลังพูดถึงหรือกล่าวถึงพวกเขา

เมื่อใช้คำว่า “Don’t mention it” หมายความว่าอย่างไร?

“Don’t mention it” เป็นสำนวนที่ใช้ตอบรับเมื่อมีคนกล่าวขอบคุณ เป็นการบอกว่า “ไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ต้องขอบคุณ” เป็นการแสดงความถ่อมตนว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย

Similar Posts

  • "Dirtiness” แปลว่า

    คำว่า “Dirtiness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สภาพหรือลักษณะของการสกปรก ความสกปรก หรือความโสโครก เป็นคำนามที่ใช้บรรยายถึงการมีสิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือสิ่งที่ไม่สะอาดติดอยู่ หรือสภาพที่ไม่สะอาดโดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dirtiness” หรือนึกถึงความหมายของมันเมื่อพูดถึงสิ่งของ เสื้อผ้า หรือสถานที่ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาด หรือมีร่องรอยของฝุ่นละออง คราบสกปรก หรือแม้กระทั่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เมื่อเห็นพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น หรือมือที่เปื้อนโคลน เราอาจจะพูดถึง “Dirtiness” ของสิ่งเหล่านั้นได้ ความหมายและการใช้งาน “Dirtiness” แปลตรงตัวว่า “ความสกปรก” สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของที่จับต้องได้และนามธรรมที่บ่งบอกถึงความไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่ไม่ดี ตัวอย่างการใช้งาน The Dirtiness of the kitchen made me want to clean it immediately. (ความสกปรกของห้องครัวทำให้ฉันอยากทำความสะอาดทันที) We need to address the Dirtiness of the…

  • "Screw” แปลว่า

    คำว่า “Screw” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน คือ “สกรู” หรือ “ตะปูควง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์โลหะขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นแท่งเกลียว ใช้สำหรับยึดติดสิ่งของต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยการหมุนให้ปลายแหลมของสกรูเจาะเข้าไปในเนื้อวัสดุ และเกลียวจะช่วยยึดให้แน่น นอกจากนี้ “Screw” ยังสามารถใช้เป็นคำกริยา หมายถึง การใช้สกรูยึดติดสิ่งของ หรือการหมุนสกรูเข้าไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Screw” ในบริบทของการซ่อมแซม หรือประกอบสิ่งของต่างๆ เช่น การประกอบเฟอร์นิเจอร์ การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การซ่อมรถยนต์ ช่างมักจะพูดถึงการใช้ “Screw” เพื่อยึดชิ้นส่วนต่างๆ ให้เข้าที่ หรือบางครั้งก็อาจได้ยินคำว่า “ไขควง” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้กับสกรู (เช่น “ไขควงปากแฉก” หรือ “ไขควงปากแบน”) นอกจากนี้ ในบางสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการมากๆ คำว่า “Screw” อาจถูกใช้เป็นคำสแลงที่มีความหมายในเชิงลบ แต่โดยทั่วไปแล้ว ความหมายที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ “สกรู” หรือ “ตะปูควง” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Screw” หมายถึง: คำนาม:…

  • "Fridge” แปลว่า

    คำว่า “Fridge” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “refrigerator” ซึ่งมีความหมายว่า ตู้เย็น นั่นเองค่ะ เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญมากในครัวเรือนสมัยใหม่ มีหน้าที่หลักในการรักษาอุณหภูมิให้เย็นจัด เพื่อเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่ ยืดอายุการเก็บรักษา และป้องกันการเน่าเสีย ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Fridge” กันอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการแช่ผักผลไม้สดๆ ไว้ในช่องผัก หรือการเก็บเนื้อสัตว์ นม ไข่ และอาหารปรุงสุกต่างๆ ไว้ในช่องแช่เย็นทั่วไป บางคนอาจจะใช้ช่องแช่แข็ง (freezer) ที่อยู่ใน “Fridge” เดียวกัน หรือบางรุ่นอาจจะมีช่องแช่แข็งแยกต่างหาก ไว้สำหรับแช่แข็งอาหาร หรือทำน้ำแข็งไว้ดื่ม หน้าที่ของ “Fridge” จึงครอบคลุมตั้งแต่การรักษาความเย็นธรรมดาไปจนถึงการทำให้อาหารกลายเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียวค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fridge” คือคำเรียกสั้นๆ ที่นิยมใช้กันทั่วไป แทนคำว่า “refrigerator” ซึ่งหมายถึง ตู้เย็น ที่มีกลไกในการทำความเย็นเพื่อเก็บรักษาอาหารให้คงสภาพสดใหม่และยืดอายุการเก็บรักษา การใช้งานหลักๆ คือการแช่เย็นอาหารสด อาหารปรุงสุก เครื่องดื่ม และยาบางชนิดที่ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Fridge” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น “ขอเอาผักไปแช่ใน…

  • "Expire” แปลว่า

    คำว่า “Expire” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การหมดอายุ การสิ้นสุด หรือการเลยกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ โดยปกติแล้วจะใช้กับสิ่งที่มีวันหมดอายุหรือมีระยะเวลาจำกัด เช่น อาหาร ยา บัตรเครดิต หรือสัญญาต่างๆ เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “expire” แล้ว จะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Expire” บ่อยๆ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ต้องบริโภค เช่น นม โยเกิร์ต หรือขนมต่างๆ ที่จะมีวันที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ว่า “Expiry Date” หรือ “Best Before” ซึ่งหมายถึงวันที่ที่ผลิตภัณฑ์นั้นควรบริโภคก่อนจะหมดอายุ หรือวันที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์อาจจะลดลง นอกจากนี้ยังใช้กับตั๋วเครื่องบิน บัตรกำนัล หรือแม้แต่ใบอนุญาตต่างๆ ที่มีกำหนดเวลาใช้งาน เมื่อหมดอายุแล้วก็จะต้องทำการต่ออายุหรือซื้อใหม่ ความหมายและการใช้งาน “Expire” หมายถึง การสิ้นสุดอายุ การหมดกำหนด หรือการใช้การไม่ได้อีกต่อไป ส่วนใหญ่ใช้กับสิ่งที่มีวันหมดอายุ หรือมีระยะเวลาจำกัด เช่น อาหาร ยา บัตรต่างๆ สัญญา หรือใบอนุญาต ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Committed” แปลว่า

    คำว่า “Committed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “มุ่งมั่น” หรือ “ยึดมั่น” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ หรือมีความผูกพันอย่างแรงกล้าต่อบุคคล องค์กร หรืออุดมการณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Committed” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่จริงจัง เราอาจจะบอกว่า “He is committed to her” ซึ่งหมายถึง เขาจริงจังกับความสัมพันธ์นี้และพร้อมที่จะพัฒนาต่อไป หรือในเรื่องงาน เราอาจจะได้ยินว่า “She is committed to her project” หมายถึง เธอทุ่มเทและตั้งใจทำงานชิ้นนี้อย่างเต็มที่ หรืออาจใช้ในเชิงการให้คำมั่นสัญญา เช่น “We are committed to providing the best service” ที่แปลว่า เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบบริการที่ดีที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Committed” หมายถึง การแสดงความตั้งใจแน่วแน่ การให้คำมั่นสัญญา หรือการมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้เพื่อบ่งบอกถึงความจริงจัง…

  • "Thread” แปลว่า

    คำว่า “Thread” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กระทู้” หรือ “การสนทนาต่อเนื่อง” ที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย หรือเว็บบอร์ด โดยปกติแล้ว Thread จะเริ่มต้นจากการโพสต์ข้อความหรือคำถามหนึ่งครั้ง จากนั้นผู้ใช้งานคนอื่นๆ ก็จะเข้ามาตอบกลับ หรือแสดงความคิดเห็นต่อจากโพสต์นั้น ทำให้เกิดเป็นสายใยของการสนทนาที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้งานคำว่า “Thread” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter (ปัจจุบันคือ X) ที่ผู้คนมักจะโพสต์ข้อความต่อเนื่องกันหลายๆ ทวีตเพื่อเล่าเรื่องราว หรืออธิบายประเด็นที่ยาวขึ้น หรือบน Facebook เวลาที่มีคนโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมีคนมาแสดงความคิดเห็นต่อๆ กันไปหลายชั้น การสนทนาที่ยาวเหยียดเป็นหางว่าวนี้เอง เราก็เรียกว่าเป็น “Thread” หนึ่งอัน ความหมายและการใช้งาน “Thread” หมายถึง ชุดของข้อความหรือการโพสต์ที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการตอบกลับต่อข้อความต้นฉบับ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มของการสนทนาที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับขั้น สามารถใช้ได้ทั้งกับการสนทนาในเว็บบอร์ด, กลุ่มแชท, หรือบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน บน Twitter (X): “ฉันเพิ่งอ่าน Thread เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่น่าสนใจมากเลย” หรือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *