"Meets” แปลว่า

คำว่า “Meets” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่แปลว่า “พบ” หรือ “เจอกัน” ในภาษาไทยค่ะ เป็นการบอกว่าคนสองคนหรือมากกว่านั้นมาพบปะกัน หรือสถานที่สองแห่งมาบรรจบกัน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Meets” ในบริบทต่างๆ เช่น การนัดเจอเพื่อน การประชุม หรือแม้แต่การที่เส้นทางมาเจอกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนชวนไปเจอที่ร้านกาแฟ ก็อาจจะพูดว่า “Let’s meet at the coffee shop tomorrow” ซึ่งแปลว่า “พรุ่งนี้เจอกันที่ร้านกาแฟนะ” หรือในการประชุม ก็อาจจะใช้ว่า “The committee meets every Tuesday” หมายถึง “คณะกรรมการจะประชุมกันทุกวันอังคาร” เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Meets” สื่อถึงการได้พบปะ สบตา หรือมาถึงจุดเดียวกัน ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม

ตัวอย่าง

  • Formal meeting: The board meets once a quarter. (คณะกรรมการบริหารจะประชุมกันปีละครั้ง)
  • Informal meeting: I’m meeting my friends for dinner tonight. (คืนนี้ฉันจะไปทานข้าวกับเพื่อนๆ)
  • Intersection: This road meets the highway over there. (ถนนเส้นนี้จะไปบรรจบกับทางหลวงตรงโน้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

มักใช้ในการนัดหมาย การประชุม การพบปะสังสรรค์ หรือการระบุจุดที่สิ่งต่างๆ มาบรรจบกัน

“Meets” กับ “Meet” ต่างกันอย่างไร?

คำว่า “Meets” เป็นรูปกริยาช่องที่ 1 ของคำว่า “Meet” ที่เติม s เข้าไป ซึ่งจะใช้เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 เช่น He meets, She meets, It meets หรือชื่อคนคนเดียว ส่วนคำว่า “Meet” ที่ไม่มี s จะใช้กับประธานที่เป็นพหูพจน์ (We meet, They meet) หรือบุรุษที่ 1 และ 2 (I meet, You meet) รวมถึงประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 (I meet, You meet) ค่ะ

“Meets” ใช้ในความหมายอื่นนอกจาก “พบ” ได้หรือไม่?

ได้ค่ะ นอกจากความหมายว่า “พบ” หรือ “เจอกัน” แล้ว “Meets” ยังสามารถใช้ในความหมายว่า “บรรจบกัน” (เช่น ถนนสองสายมาบรรจบกัน) หรือ “เป็นไปตามข้อกำหนด/คุณสมบัติ” (เช่น This candidate meets all the requirements. ผู้สมัครคนนี้มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทั้งหมด) ได้ด้วยค่ะ

Similar Posts

  • "Initiating” แปลว่า

    คำว่า “Initiating” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงการเริ่มต้น การริเริ่ม หรือการดำเนินการบางสิ่งบางอย่าง เป็นการบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ กิจกรรม หรือโครงการ โดยอาจหมายถึงการเริ่มลงมือทำ การจุดประกาย หรือการเปิดฉากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Initiating” หรือใช้มันในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ในที่ทำงาน ก็อาจจะใช้คำว่า “initiating the project” เพื่อบอกว่ากำลังจะเริ่มโครงการนี้ หรือในการสื่อสารทางเทคโนโลยี เช่น การ “initiating a call” หมายถึงการเริ่มโทรออก หรือการ “initiating a connection” คือการสร้างการเชื่อมต่อ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสื่อถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Initiating” แปลตรงตัวว่า “การเริ่มต้น” หรือ “การริเริ่ม” ใช้เพื่ออธิบายถึงการกระทำที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างเริ่มขึ้น อาจเป็นได้ทั้งการเริ่มต้นความคิด การวางแผน หรือการลงมือปฏิบัติจริงในขั้นตอนแรกๆ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “The company is initiating a new…

  • "Addiction” แปลว่า

    คำว่า “Addiction” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “การติด” หรือ “ภาวะการติด” ซึ่งหมายถึง สภาวะที่บุคคลมีความต้องการอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ หรือบริโภคสารบางอย่างอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะทราบถึงผลเสียที่ตามมาก็ตาม ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมของผู้ที่ประสบปัญหา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Addiction” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงการติดเกม (Gaming Addiction) การติดโซเชียลมีเดีย (Social Media Addiction) หรือแม้แต่การติดสารเสพติดต่างๆ ซึ่งล้วนแต่บ่งบอกถึงการที่บุคคลไม่สามารถเลิกพฤติกรรมเหล่านั้นได้ง่ายๆ และมักจะใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับสิ่งที่ตนเองติด ทำให้ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆ ไป ความหมายและการใช้งาน Addiction หมายถึง ภาวะที่ร่างกายหรือจิตใจเกิดการพึ่งพิงอย่างรุนแรงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนไม่สามารถหยุดหรือควบคุมการกระทำนั้นได้ มักจะมีความรู้สึกอยากทำซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา และเมื่อพยายามหยุดก็จะเกิดอาการถอนหรือรู้สึกไม่สบายตัว การใช้งานในภาษาไทยมักจะใช้ทับศัพท์ว่า “แอดดิคชั่น” หรือแปลตรงตัวว่า “การติด” เมื่อพูดถึงพฤติกรรมหรือสารที่ก่อให้เกิดภาวะนี้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “เขาเป็นโรค Addiction กับการเล่นเกมออนไลน์มาก เล่นจนไม่เป็นอันเรียนหนังสือเลย” (ในที่นี้ Addiction หมายถึง การติดเกมอย่างรุนแรง)…

  • "Purchased” แปลว่า

    คำว่า “Purchased” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “ซื้อมาแล้ว” หรือ “ได้ซื้อไปแล้ว” เป็นกริยาช่องที่ 2 และ 3 ของคำว่า “purchase” ซึ่งหมายถึงการซื้อสิ่งของหรือบริการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Purchased” ในบริบทของการซื้อสินค้าต่างๆ เช่น เมื่อเราเข้าไปดูประวัติการสั่งซื้อในแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ขายของออนไลน์ เราจะเห็นรายการสินค้าที่เราเคยซื้อไปแล้ว พร้อมระบุสถานะว่าเป็น “Purchased” เพื่อบอกให้เรารู้ว่าเราได้ทำการซื้อสินค้านั้นๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังอาจพบในใบเสร็จ หรืออีเมลยืนยันการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันว่าการซื้อขายได้สำเร็จลุล่วง ความหมายและการใช้งาน “Purchased” เป็นรูปอดีตของกริยา “purchase” ซึ่งหมายถึงการได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยการจ่ายเงินหรือสิ่งที่มีค่าตอบแทน เป็นการบ่งบอกว่าการกระทำนั้นได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ตัวอย่าง “I have already purchased the tickets for the concert.” (ฉันได้ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตไปแล้ว) “The item you are looking for has been purchased…

  • "Reason” แปลว่า

    คำว่า “Reason” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ คือ “เหตุผล” หรือ “สาเหตุ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายว่าทำไมบางสิ่งบางอย่างถึงเกิดขึ้น หรือทำไมเราถึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reason” บ่อยๆ เวลาใครถามถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ เช่น เมื่อเราทำผิดพลาด อาจมีคนถามว่า “What’s your reason?” ซึ่งก็คือ “มีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนั้น?” หรือเวลาเราจะอธิบายการตัดสินใจของเรา เราก็จะบอก “The reason I did that is…” เพื่อบอกถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้นๆ ครับ ความหมายและการใช้งาน “Reason” หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง หรือเหตุผลที่สนับสนุนการกระทำ ความคิด หรือความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง มันช่วยให้เราเข้าใจที่มาที่ไป และสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีตรรกะ ตัวอย่าง What is the reason for the delay? (อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ล่าช้า?) She gave a…

  • "Another” แปลว่า

    คำว่า “Another” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “อีก” หรือ “อีกอันหนึ่ง” ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของ คน หรือเหตุการณ์ที่แตกต่างออกไปจากที่กล่าวถึงไปแล้ว หรือเพื่อระบุถึงสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Another” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราทานอาหารเสร็จแล้วอยากทานอีกจาน เราก็จะพูดว่า “Can I have another plate?” หรือเมื่อเราต้องการถามว่ามีตัวเลือกอื่นอีกไหม เราอาจจะถามว่า “Is there another option?” เป็นต้น มันเป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไปในการพูดถึงสิ่งเพิ่มเติมหรือสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Another” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว อาจเป็นสิ่งของ คน หรือแนวคิดที่แตกต่างออกไป หรือเป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน 1. “I’ve finished this book, I need to find another one.” (ฉันอ่านเล่มนี้จบแล้ว ฉันต้องหาเล่มอื่น) 2. “Would you…

  • "Negative” แปลว่า

    คำว่า “Negative” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “เชิงลบ” หรือ “ปฏิเสธ” เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เห็นด้วย หรือตรงกันข้ามกับสิ่งที่เป็นบวกหรือถูกต้อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Negative” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราพูดถึงผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่น “ผลการทดสอบออกมาเป็น Negative” หมายถึงไม่พบสิ่งที่ต้องการตรวจ หรือในทางกลับกัน หากหมายถึงการตรวจเจอ ก็จะใช้คำอื่น เช่น Positive หรือในกรณีของการแสดงความคิดเห็น เราอาจจะบอกว่า “ความคิดเห็นของเขาค่อนข้าง Negative” หมายถึงเขาแสดงความไม่เห็นด้วย หรือมองในแง่ร้าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Negative” สามารถใช้ได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท เชิงลบ: ใช้บรรยายลักษณะที่ไม่ดี หรือตรงกันข้ามกับสิ่งที่เป็นบวก ปฏิเสธ: ใช้ในการตอบคำถาม หรือแสดงการไม่เห็นด้วย ไม่พบ (ทางการแพทย์/วิทยาศาสตร์): ใช้เมื่อผลการตรวจไม่พบสิ่งที่กำลังค้นหา ตัวอย่างการใช้งาน การเงิน: “ยอดขายเดือนนี้ติดลบ” หมายถึงขาดทุน ความสัมพันธ์: “บรรยากาศในห้องประชุมดู Negative” หมายถึงตึงเครียด ไม่เป็นมิตร สุขภาพ:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *