"Lose” แปลว่า

คำว่า “lose” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยาที่มีความหมายหลักๆ คือ การสูญเสีย การแพ้ หรือการหาไม่เจอ เมื่อนำมาใช้ในบริบทต่างๆ ความหมายก็จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์นั้นๆ ค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “lose” บ่อยครั้งในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เวลาเล่นเกมแล้วเราแพ้ ก็จะพูดว่า “I lost the game” หรือถ้าทำของหาย เช่น กุญแจ ก็จะบอกว่า “I lost my keys” นอกจากนี้ยังใช้กับการสูญเสียในเรื่องอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การสูญเสียน้ำหนัก ก็อาจจะใช้คำว่า “lose weight” หรือการสูญเสียโอกาส ก็อาจจะใช้ว่า “lose an opportunity” เป็นต้นค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Lose” โดยทั่วไปหมายถึง การสูญเสีย การแพ้ การไม่ได้รับสิ่งที่คาดหวัง หรือการหาไม่เจอ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การแพ้: “ทีมของเรา lose การแข่งขันไปเมื่อวานนี้” (Our team lost the competition yesterday.)
  • การทำหาย: “ฉันทำกระเป๋าเงินหายที่ห้างสรรพสินค้า” (I lost my wallet at the mall.)
  • การสูญเสียสิ่งของ/โอกาส: “อย่า lose โอกาสนี้ไปนะ” (Don’t lose this opportunity.)
  • การสูญเสียน้ำหนัก: “เขาพยายามที่จะ lose weight มาตลอดปี” (He has been trying to lose weight all year.)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “lose” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน กีฬา การทำสิ่งของสูญหาย หรือการสูญเสียในแง่ของโอกาสและสิ่งที่เป็นนามธรรม

🔷 FAQ SECTION

“Lose” กับ “Lost” ต่างกันอย่างไร?

“Lose” เป็นรูปปัจจุบันกาล (infinitive) หรือรูปเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he/she/it loses) ส่วน “Lost” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) และรูปกริยาช่อง 3 (past participle) ของคำว่า “lose” ค่ะ

ถ้าใช้ “lose” ในบริบทของการทำของหาย ต้องเติมอะไรเพิ่มไหม?

โดยทั่วไปเราจะใช้ “lose” ตามด้วยกรรมที่หายไป เช่น “lose my keys” (ทำกุญแจหาย) หรือ “lose my way” (หลงทาง) ค่ะ

Similar Posts

  • "บูลลี่” แปลว่า

    คำว่า “บูลลี่” (Bully) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกพฤติกรรม การกลั่นแกล้ง รังแก หรือการแสดงอำนาจเหนือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเจตนาทำให้ผู้อื่นรู้สึกอึดอัด หวาดกลัว เสียใจ หรืออับอาย อาจเกิดขึ้นได้ทั้งทางตรง เช่น การใช้กำลัง การพูดจาหยาบคาย การข่มขู่ หรือทางอ้อม เช่น การแพร่ข่าวลือ การกีดกัน การล้อเลียนให้เสียหาย ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “บูลลี่” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของโรงเรียนหรือที่ทำงาน เมื่อมีคนถูกเพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนร่วมงานแกล้ง รังแก หรือทำให้รู้สึกไม่ดีอยู่เป็นประจำ คนรอบข้างอาจพูดว่า “เขาโดนเพื่อนบูลลี่” หรือ “อย่าไปบูลลี่คนอื่นนะ” ซึ่งแสดงถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมและสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ถูกกระทำ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “บูลลี่” หมายถึง การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว หรือการกระทำที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเดือดร้อน หรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกด้อยกว่า ซึ่งอาจเป็นการกระทำทางร่างกาย ทางวาจา หรือทางสังคม การบูลลี่ไม่ใช่แค่การแกล้งกันเล่นๆ แต่เป็นการกระทำที่มีเจตนาทำร้าย และมักเกิดขึ้นซ้ำๆ จนผู้ถูกกระทำเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “บูลลี่” ถูกนำมาใช้ในหลากหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เช่น…

  • "คัมแบ็ค” แปลว่า

    คำว่า “คัมแบ็ค” (Comeback) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง การกลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไป หรือหยุดพักไปสักระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของศิลปิน นักร้อง นักแสดง วงดนตรี หรือแม้กระทั่งการกลับมาของเทรนด์แฟชั่น สินค้า หรือบุคคลที่เคยมีชื่อเสียง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “คัมแบ็ค” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในวงการบันเทิง เมื่อมีศิลปินที่เคยหายหน้าหายตาไปนาน กลับมาออกผลงานเพลงใหม่ หรือมีคอนเสิร์ตอีกครั้ง สื่อมวลชนก็จะใช้คำนี้ในการนำเสนอข่าว หรือแฟนคลับก็จะพูดถึงการ “คัมแบ็ค” ของศิลปินที่ชื่นชอบ นอกจากนี้ ยังอาจใช้กับการกลับมาของแบรนด์สินค้าที่เคยฮิตในอดีต หรือแม้แต่การกลับมาของนักกีฬาที่บาดเจ็บและหายจากอาการป่วยกลับมาลงสนามอีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “คัมแบ็ค” คือ การกลับคืนสู่เวที สู่สายตาประชาชน หรือสู่ตลาดอีกครั้ง หลังจากที่เคยหายไปหรือยุติบทบาทไปชั่วคราว การกลับมานี้มักจะมาพร้อมกับความคาดหวังและความตื่นเต้นจากผู้ที่รอคอย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “วงดนตรีรุ่นเก๋าประกาศ คัมแบ็ค พร้อมปล่อยอัลบั้มใหม่ในรอบ 10 ปี” “นางเอกสาวเตรียม คัมแบ็ค วงการบันเทิงอีกครั้ง หลังแต่งงานไปเมื่อปีก่อน” “หลังจากที่หายไปนาน แบรนด์เสื้อผ้านี้ก็ คัมแบ็ค กลับมาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยกว่าเดิม” บริบทการใช้งานทั่วไป…

  • "Pathetic” แปลว่า

    คำว่า “Pathetic” ในภาษาอังกฤษมีความหมายถึง น่าสมเพช น่าเวทนา หรือน่าสงสาร เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงบุคคล สถานการณ์ หรือสิ่งของที่ดูอ่อนแอ ไร้ค่า หรือน่าผิดหวังอย่างมาก จนทำให้รู้สึกสงสารหรือไม่อยากจะมอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Pathetic” ได้ในหลายบริบท เช่น เมื่อเห็นใครทำอะไรที่ดูไม่เอาไหน ไร้ความสามารถ หรือตกอยู่ในสภาพที่น่าสงสารมากๆ คนไทยอาจจะใช้คำว่า “น่าสมเพช” “น่าเวทนา” หรือ “น่าสงสาร” ในความหมายใกล้เคียงกัน เพื่อสื่อถึงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ หรือบางครั้งก็อาจจะใช้ในเชิงดูถูกเล็กน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์ ความหมายและการใช้งาน “Pathetic” ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกสงสารหรือเวทนา อาจเป็นเพราะความอ่อนแอ ความไร้ความสามารถ ความล้มเหลว หรือสภาพที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “The stray dog looked so pathetic, shivering in the rain.” (หมาจรจัดดูน่าสงสารมาก สั่นเทาอยู่ท่ามกลางสายฝน) หรือ “His excuse for being…

  • "Minerals” แปลว่า

    คำว่า “Minerals” ในภาษาไทยหมายถึง “แร่ธาตุ” ครับ แร่ธาตุคือสารประกอบทางเคมีที่เป็นของแข็งตามธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีชีวิตและมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบ ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอและใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่สิ่งของรอบตัว ไปจนถึงอาหารที่เรากิน ตัวอย่างเช่น เหล็กที่เราใช้ทำโครงสร้างบ้าน รถยนต์ หรือเครื่องมือต่างๆ ก็มาจากแร่เหล็ก หรือแคลเซียมที่เราได้รับจากนมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟัน ก็เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งเช่นกัน นอกจากนี้ แร่ธาตุยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องประดับที่เราสวมใส่ เช่น เพชร ทับทิม หรือมรกต ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่มีค่าและสวยงาม ความหมายและการใช้งาน แร่ธาตุ (Minerals) คือสารอนินทรีย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีองค์ประกอบทางเคมีที่แน่นอนและมีโครงสร้างผลึกที่เป็นระเบียบ เราใช้แร่ธาตุในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การก่อสร้าง การผลิตโลหะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตัวอย่างการใช้งาน อุตสาหกรรม: เหล็ก (Iron) ใช้ทำโครงสร้างอาคาร, อะลูมิเนียม (Aluminum) ใช้ทำกระป๋องและส่วนประกอบยานยนต์ อาหารเสริม: แคลเซียม (Calcium) และธาตุเหล็ก (Iron) เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย พบได้ในอาหารเสริมต่างๆ เครื่องประดับ: เพชร (Diamond),…

  • "ธีร ภัทร” แปลว่า

    คำว่า “ธีร ภัทร” เป็นคำนามในภาษาไทย ประกอบด้วยสองคำที่มีความหมายดีงาม เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงมีความหมายที่แสดงถึงความเป็นผู้มีปัญญาและมีความเจริญรุ่งเรือง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอชื่อ “ธีร ภัทร” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะชื่อบุคคล ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น หรืออาจใช้เป็นชื่อองค์กร หรือโครงการต่างๆ ที่ต้องการสื่อถึงความหมายที่ดีงามและเป็นมงคล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ธีร” (อ่านว่า ที-ระ) มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์, ผู้กล้าหาญ ส่วนคำว่า “ภัทร” (อ่านว่า พัด) มาจากภาษาสันสกฤตเช่นกัน หมายถึง เจริญ, ดีงาม, เป็นมงคล, งาม เมื่อรวมกัน “ธีร ภัทร” จึงมีความหมายโดยรวมว่า “ผู้มีปัญญาอันเจริญ” หรือ “ผู้มีปัญญาอันดีงาม” ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายเป็นมงคลอย่างยิ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ชื่อ “ธีร ภัทร” นิยมใช้เป็นชื่อของบุคคล เช่น ด.ช. ธีรภัทร, น.ส. ธีรภัทร, หรือ…

  • "Birds” แปลว่า

    คำว่า “Birds” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง “นก” ซึ่งเป็นสัตว์มีปีกที่สามารถบินได้ โดยทั่วไปแล้ว “Birds” จะหมายถึงสิ่งมีชีวิตในกลุ่มสัตว์ปีกที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น มีขนปกคลุมร่างกาย มีจะงอยปาก และวางไข่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Birds” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงสัตว์ปีกที่พบเห็นทั่วไป การกล่าวถึงนกในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่การพูดถึงนกที่เลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ คำว่า “Birds” ยังสามารถปรากฏในสำนวนหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายเปรียบเปรย หรือใช้ในการสนทนาทั่วไปเพื่ออ้างถึงนกในลักษณะต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Birds” หมายถึง “นก” ซึ่งเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังในชั้น Aves มีลักษณะเด่นคือ มีปีก ขนปกคลุมร่างกาย มีจะงอยปาก และวางไข่ ส่วนใหญ่สามารถบินได้ แต่ก็มีบางชนิดที่ไม่สามารถบินได้ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็น “Birds” บินอยู่บนท้องฟ้า หรือได้ยินเสียงร้องของ “Birds” ในตอนเช้า นอกจากนี้ ในสวนสัตว์ก็จะมีส่วนจัดแสดง “Birds” ชนิดต่างๆ มากมาย บริบทที่พบบ่อย “Birds”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *