"Ignored” แปลว่า

คำว่า “Ignored” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การถูกมองข้าม, การไม่สนใจ, หรือการเพิกเฉยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือใครคนหนึ่ง โดยที่สิ่งนั้นหรือคนนั้นควรจะได้รับการพิจารณาหรือให้ความสำคัญ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองหรือการใส่ใจใดๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอสถานการณ์ที่คำว่า “Ignored” ถูกนำมาใช้บ่อยๆ เช่น เวลาที่เราพยายามพูดคุยกับใครบางคน แต่เขาไม่ตอบสนอง หรือเวลาที่เราส่งข้อความไปแล้วอีกฝ่ายอ่านแต่ไม่ตอบ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูก “ignored” ได้ หรือแม้กระทั่งในโลกออนไลน์ เมื่อโพสต์ของเราไม่ได้รับการกดไลค์หรือคอมเมนต์ ก็อาจจะรู้สึกว่าโพสต์นั้นถูก “ignored” ไป

ความหมายและการใช้งาน

“Ignored” มาจากคำกริยา “ignore” ซึ่งแปลว่า ไม่สนใจ, เพิกเฉย, มองข้ามไป ในรูปของอดีตกาลหรือกริยาช่อง 3 จะใช้เป็น “ignored” เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว หรือใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายคำนามเพื่อบอกว่าสิ่งนั้นถูกทำให้ไม่สนใจ

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น:

  • “My message was ignored.” (ข้อความของฉันถูกมองข้ามไป)
  • “He felt ignored by his friends.” (เขารู้สึกว่าถูกเพื่อนๆ เพิกเฉย)
  • “The warning signs were ignored.” (สัญญาณเตือนถูกมองข้ามไป)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Ignored” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความรู้สึก การสื่อสาร หรือการละเลยหน้าที่หรือความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่บุคคลหรือสิ่งนั้นควรจะได้รับความสนใจ แต่กลับไม่ได้รับ

คำถามที่พบบ่อย

“Ignored” ใช้ในความหมายเชิงลบเสมอหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่แล้ว “Ignored” มักจะมีความหมายเชิงลบ เพราะสื่อถึงการไม่ได้รับการตอบสนองหรือความสนใจ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกผิดหวังหรือไม่พอใจ แต่ก็มีบางกรณีที่อาจจะไม่ได้เป็นเชิงลบเสมอไป เช่น การเลือกที่จะ “ignore” ข่าวสารที่ไม่จำเป็น เพื่อให้จิตใจสงบ

มีคำอื่นที่ใกล้เคียงกับ “Ignored” ในภาษาไทยหรือไม่?

คำที่ใกล้เคียงกับ “Ignored” ในภาษาไทย ได้แก่ ถูกมองข้าม, ถูกเพิกเฉย, ไม่ได้รับการใส่ใจ, ไม่ถูกสนใจ

Similar Posts

  • "Aggregate” แปลว่า

    คำว่า “Aggregate” ในภาษาไทยมีความหมายโดยรวมว่า การรวบรวม, การรวมกัน, หรือ การจัดกลุ่มข้อมูล/สิ่งของต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมักใช้ในบริบทที่ต้องการนำส่วนย่อยๆ หลายๆ ส่วนมารวมกันเป็นภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น หรือเพื่อการวิเคราะห์และประมวลผลที่ง่ายขึ้น ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอกับคำว่า Aggregate ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราดูรายงานสรุปยอดขายประจำเดือน ก็อาจจะมีการนำยอดขายของแต่ละวัน หรือแต่ละสาขามารวมกันเป็นยอดขายรวม (Aggregate sales) หรือเวลาที่นักวิเคราะห์ข้อมูลนำข้อมูลจำนวนมากมาประมวลผลเพื่อหาแนวโน้ม ก็จะมีการ Aggregate ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นค่ะ ความหมายและการใช้งาน Aggregate หมายถึง การนำข้อมูลหรือองค์ประกอบหลายๆ ส่วนมารวมกันเป็นหน่วยเดียว หรือเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ การวิเคราะห์ หรือการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ โดยมักจะมีการสรุปหรือคำนวณค่าบางอย่างจากการรวมกลุ่มนั้นๆ เช่น การหาค่าเฉลี่ย (Average) หรือผลรวม (Sum) ของข้อมูลที่ถูก Aggregate ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณมีข้อมูลการใช้จ่ายในแต่ละวันตลอดทั้งเดือน การนำข้อมูลการใช้จ่ายทั้งหมดมารวมกันเพื่อดูว่าในเดือนนั้นคุณใช้จ่ายไปทั้งหมดเท่าไหร่ ก็คือการทำ Aggregate ข้อมูลการใช้จ่ายของคุณค่ะ หรือในทางธุรกิจ เมื่อมีการรวบรวมผลการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มลูกค้าหลายๆ กลุ่มมารวมกันเพื่อดูภาพรวม ก็ถือเป็นการ Aggregate ข้อมูลเช่นกัน…

  • "ดัสกร” แปลว่า

    คำว่า “ดัสกร” เป็นคำนามในภาษาไทยที่มีความหมายว่า “ผู้มีมืออันร้ายกาจ” หรือ “ผู้มีมือที่สามารถทำอันตรายได้” โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อกล่าวถึงบุคคลที่มีฝีมือเก่งกาจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น หรือมีความสามารถพิเศษที่น่าเกรงขาม ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คำว่า “ดัสกร” มักจะถูกนำไปใช้ในบริบทที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง อาจจะใช้ในวรรณคดี ตำนาน หรือการกล่าวถึงบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นในทางใดทางหนึ่งจนเป็นที่เลื่องลือ หรือในบางครั้งก็อาจใช้ในเชิงหยอกล้อเพื่อชมเชยถึงทักษะที่เหนือชั้นของใครบางคน เช่น ช่างฝีมือที่มีความละเอียดประณีต หรือนักกีฬาที่มีความคล่องแคล่วว่องไวเกินใคร ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ดัสกร” มาจากภาษาสันสกฤต โดย “ทัส” (dasa) แปลว่า มือ และ “กร” (kara) แปลว่า ผู้ทำ หรือ ผู้สร้าง เมื่อรวมกันจึงหมายถึง “ผู้มีมือ” หรือ “ผู้กระทำด้วยมือ” แต่ในบริบทของคำว่า “ดัสกร” มักจะมีความหมายแฝงไปในทางที่เป็นอันตราย หรือมีความสามารถพิเศษที่น่ากลัว ตัวอย่างการใช้งาน ในนิทานพื้นบ้าน อาจกล่าวถึงยักษ์ตนหนึ่งว่าเป็น “ดัสกร” เพราะมีพละกำลังมหาศาลและสามารถทำลายล้างได้ อาจมีการเปรียบเปรยถึงเชฟที่มีฝีมือในการทำอาหารจนเป็นที่ยอมรับอย่างสูงว่า “เชฟคนนี้ฝีมือระดับดัสกรเลยทีเดียว” ในเชิงกีฬา อาจกล่าวถึงนักมวยที่มีหมัดหนักและรวดเร็วจนคู่ต่อสู้เกรงกลัวว่าเป็น “นักมวยดัสกร” บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Thick” แปลว่า

    คำว่า “Thick” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ หนา, ทึบ, หนาแน่น หรือ หนาเตอะ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับสิ่งของต่างๆ ที่มีลักษณะกายภาพหนา หรือกับนามธรรมบางอย่างได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Thick” บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงความหนาของวัตถุ เช่น “thick book” (หนังสือเล่มหนา) หรือ “thick fog” (หมอกหนาทึบ) นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หรืออธิบายลักษณะนิสัยได้ด้วย เช่น “thick-skinned” ที่หมายถึงคนที่ไม่ค่อยแคร์คำวิจารณ์ หรือ “thick accent” ที่หมายถึงสำเนียงที่ฟังดูหนัก หรือพูดไม่ชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Thick” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: หนา: ใช้กับวัตถุที่มีความหนา เช่น แผ่นไม้หนา (thick wooden board), ผนังหนา (thick wall) ทึบ/หนาแน่น: ใช้กับสิ่งที่มองทะลุได้ยาก หรือมีความเข้มข้นสูง…

  • "Renewed” แปลว่า

    คำว่า “Renewed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ได้รับการปรับปรุงใหม่” หรือ “ทำให้กลับมาใหม่” ค่ะ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับสิ่งของหรือสถานการณ์ที่เคยเก่า เสื่อมสภาพ หรือหมดอายุไปแล้ว แต่ได้รับการซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือปรับปรุงให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น หรือสามารถใช้งานได้อีกครั้งค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Renewed” บ่อยๆ ในบริบทที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือที่ผ่านการปรับปรุงสภาพ (refurbished) เพื่อนำมาขายในราคาที่ถูกลง หรือสัญญาที่หมดอายุแล้วได้รับการต่ออายุใหม่ หรือแม้แต่ความรู้สึกที่ได้รับการฟื้นฟูหลังจากเหนื่อยล้ามานาน การใช้คำนี้สื่อถึงการกลับมามีชีวิตชีวาหรือมีสภาพที่ดีขึ้นอีกครั้งค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Renewed” มาจากคำกริยา “renew” ซึ่งแปลว่า ทำให้ใหม่, ต่ออายุ, ฟื้นฟู ดังนั้น “Renewed” จึงเป็นรูปอดีตกาล (past participle) ที่ใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่ออธิบายถึงสภาพที่ได้รับการทำให้ใหม่แล้วค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นคำว่า “Renewed” ในการอธิบายสินค้ามือสองที่ผ่านการตรวจสอบและซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ดี เช่น “a renewed smartphone” (สมาร์ทโฟนที่ได้รับการปรับปรุงสภาพแล้ว) หรือใช้กับสัญญาต่างๆ เช่น…

  • "อ่อม” แปลว่า

    “อ่อม” เป็นคำกริยาในภาษาไทยที่ใช้เรียกวิธีการปรุงอาหารประเภทแกงชนิดหนึ่ง โดยมีลักษณะเด่นคือการปรุงที่เน้นรสชาติเผ็ดร้อน เค็ม และเปรี้ยวเล็กน้อย มักจะใส่น้ำปลาร้าเป็นส่วนประกอบหลักในการเพิ่มความหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารประเภทนี้ โดยทั่วไปแล้ว “อ่อม” จะมีลักษณะข้นกว่าแกงทั่วไปเล็กน้อย และมักจะใส่ผักหลากหลายชนิดตามฤดูกาลลงไป เช่น ผักชีลาว ผักแขยง หรือใบแมงลัก เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความสดชื่นให้กับอาหาร ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “อ่อม” เพื่อสื่อถึงเมนูอาหารที่ทำด้วยวิธีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอาหารประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึง “อ่อมไก่” หรือ “อ่อมหมู” ก็จะหมายถึงแกงที่มีเนื้อไก่หรือหมูเป็นส่วนประกอบหลัก ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและผักต่างๆ ตามสูตรของแต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้ คำว่า “อ่อม” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเปรยได้ในบางบริบท เพื่อสื่อถึงการทำให้บางสิ่งบางอย่างมีความเข้มข้นหรือมีความข้นเหนียว เช่น “อ่อมเรื่องให้ยุ่งยาก” หมายถึงการทำให้เรื่องราวมีความซับซ้อนมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “อ่อม” หมายถึง ชื่อแกงชนิดหนึ่งของไทย มีรสเผ็ดเค็มเปรี้ยวเล็กน้อย ใส่น้ำปลาร้าและผักต่างๆ นิยมรับประทานกับข้าวเหนียว ตัวอย่าง “วันนี้แม่ทำอ่อมไก่ใส่ผักชีลาว อร่อยมากเลย” “ไปตลาดดีกว่า จะไปซื้อผักมาทำอ่อมเห็ดกินกัน” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “อ่อม” มักพบได้บ่อยในเมนูอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายแฝงเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ทำให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้น…

  • "Calendar” แปลว่า

    คำว่า “Calendar” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ปฏิทิน” ครับ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกและติดตามวันเวลา ทั้งวัน เดือน ปี รวมถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในชีวิตประจำวัน เราใช้ Calendar กันอยู่บ่อยๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คว่าวันนี้วันอะไร ตรงกับวันสำคัญทางศาสนาหรือวันหยุดราชการหรือไม่ หรือใช้ในการนัดหมายต่างๆ เช่น นัดหมอ นัดประชุมเพื่อน หรือวางแผนกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน เพื่อให้เราไม่พลาดสิ่งสำคัญและบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ความหมายและการใช้งาน Calendar หรือ ปฏิทิน คือ ระบบการแบ่งเวลาออกเป็นหน่วยย่อยๆ เช่น วัน สัปดาห์ เดือน ปี เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิงและวางแผนกิจกรรมต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว Calendar จะแสดงข้อมูลเป็นตารางที่ประกอบด้วยวัน เดือน และปี พร้อมทั้งอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันสำคัญทางศาสนา หรือแม้กระทั่งการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่เราตั้งค่าไว้ ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณต้องการนัดทานข้าวกับเพื่อนในวันศุกร์หน้า คุณสามารถเปิด Calendar ขึ้นมาเพื่อดูว่าวันศุกร์หน้าตรงกับวันที่เท่าไหร่ แล้วจึงแจ้งเพื่อนเพื่อยืนยันวันเวลา…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *