"Sticking” แปลว่า

“Sticking” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การติดอยู่ การยึดติด หรือการเกาะติด ซึ่งอาจหมายถึงการที่สิ่งของสองสิ่งติดกันแน่นจนแยกออกจากกันได้ยาก หรืออาจหมายถึงการที่บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “sticking” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น เวลาที่เราพูดถึงกาวที่ติดแน่น หรือเวลาที่เราพูดถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ค้างหรือไม่ทำงาน หรือแม้แต่เวลาที่เราพูดถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนบอกว่า “The paint is sticking to the wall” ก็หมายความว่าสีทาผนังนั้นติดแน่นดี หรือถ้ามีคนบอกว่า “I’m sticking with my decision” ก็หมายความว่าเขายังคงยึดมั่นกับการตัดสินใจของตนเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Sticking” มาจากคำกริยา “stick” ซึ่งมีความหมายหลักคือ ติด, เกาะ, แปะ, เสียบ หรือค้าง การเติม -ing ต่อท้ายทำให้กลายเป็นรูปปัจจุบันกาล (present participle) หรือคำคุณศัพท์ ซึ่งสามารถใช้บรรยายถึงสภาวะที่กำลังติดอยู่ หรือการกระทำที่กำลังติดอยู่

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ติดแน่น: The sticker is sticking to the surface. (สติกเกอร์กำลังติดอยู่กับพื้นผิว)
  • ค้างหรือไม่ทำงาน: The computer is sticking, I can’t move the mouse. (คอมพิวเตอร์ค้าง ฉันขยับเมาส์ไม่ได้)
  • ยึดมั่น: She’s sticking to her diet strictly. (เธอกำลังยึดมั่นกับการควบคุมอาหารของเธออย่างเคร่งครัด)
  • อยู่ในตำแหน่งเดิม: The problem has been sticking around for weeks. (ปัญหานี้ยังคงอยู่มาหลายสัปดาห์แล้ว)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “sticking” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น ความเหนียว ความแน่น หรือการเกาะติด หรือใช้ในบริบทของการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเกิดอาการค้าง รวมถึงการใช้เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นหรือการไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

🔷 FAQ SECTION

“Sticking” หมายถึงติดอย่างเดียวใช่ไหม?

โดยทั่วไป “sticking” หมายถึงการติด การยึดติด หรือการเกาะติด แต่ก็สามารถใช้ในความหมายอื่นได้ เช่น อาการค้างของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการยึดมั่นกับการตัดสินใจ

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “sticking” ไหม?

คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น “adhering” (การยึดติด, การปฏิบัติตาม), “clinging” (การเกาะติด, การเหนี่ยวรั้ง), “jammed” (การติดขัด, การอุดตัน) หรือ “frozen” (ในบริบทของคอมพิวเตอร์ที่ค้าง)

Similar Posts

  • "Along” แปลว่า

    คำว่า “Along” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ตาม” หรือ “ไปตาม” ซึ่งใช้เพื่อบอกทิศทาง การเคลื่อนที่ หรือการดำเนินไปของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Along” บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่เรากำลังเดินไปตามถนน หรือกำลังทำอะไรบางอย่างไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดชะงัก มันให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง หรือการอยู่ร่วมกับสิ่งอื่น ความหมายและการใช้งาน “Along” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการเคลื่อนที่ไปกับทิศทางที่กำหนด หรือการอยู่ร่วมกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “ตาม” “ไปตามทาง” “พร้อมกับ” หรือ “ตลอดแนว” ตัวอย่างการใช้งาน Along the road: เดินไปตามถนน Come along: มาด้วยกัน / ไปด้วยกัน Things went along smoothly: ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น Trees along the river: ต้นไม้ที่เรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ บริบทและการใช้งานทั่วไป เรามักใช้ “Along” ในสถานการณ์ที่ต้องการอธิบายการเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับสิ่งอื่น…

  • "Remark” แปลว่า

    คำว่า “Remark” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ข้อสังเกต” หรือ “การกล่าวถึง” ครับ เป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น สังเกต หรืออธิบายบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Remark” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่เราแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานของเพื่อนร่วมงาน หรือเวลาที่ครูอาจารย์ให้ “remark” หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลงานนักเรียน หรือแม้แต่ในเอกสารทางธุรกิจที่อาจมี “remarks” หรือข้อความเพิ่มเติมที่ต้องการเน้นย้ำเป็นพิเศษ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Remark” หมายถึง การแสดงความคิดเห็น การให้ข้อสังเกต หรือการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้ในกรณีที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญ ข้อดี ข้อเสีย หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “Could you please add your remarks on this report?” (คุณช่วยเพิ่มข้อสังเกตของคุณในรายงานนี้ได้ไหม?) – ในบริบทนี้ “remarks” หมายถึง ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรายงาน 2. “The teacher made…

  • "Engineer” แปลว่า

    คำว่า “Engineer” ในภาษาไทยแปลว่า “วิศวกร” ครับ โดยทั่วไปแล้ว วิศวกรคือผู้ที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ สร้างสรรค์ และพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี เครื่องจักร หรือระบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Engineer” หรือ “วิศวกร” ในบริบทที่หลากหลายครับ เช่น เมื่อพูดถึงการสร้างตึกสูง สะพาน รถยนต์ หรือแม้กระทั่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแอปพลิเคชันที่เราใช้กันอยู่บ่อยๆ คนที่ทำงานด้านนี้มักจะถูกเรียกว่า “Engineer” ซึ่งอาจจะแบ่งเป็นสาขาเฉพาะทางไปอีก เช่น Civil Engineer (วิศวกรโยธา) ที่ดูแลเรื่องการก่อสร้างถนนและอาคาร, Mechanical Engineer (วิศวกรเครื่องกล) ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเครื่องจักร, หรือ Software Engineer (วิศวกรซอฟต์แวร์) ที่พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Engineer” หมายถึง ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบ พัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้จริง…

  • "Cloudy” แปลว่า

    คำว่า “Cloudy” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายสภาพอากาศหรือท้องฟ้าที่มีเมฆมาก หมายถึง ท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆจนอาจบดบังแสงแดด ทำให้ท้องฟ้าดูมืดครึ้มหรือไม่สดใสเท่าที่ควร ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักใช้คำว่า “Cloudy” หรือคำว่า “มีเมฆมาก” เพื่อบอกสภาพอากาศ โดยเฉพาะเมื่อต้องการวางแผนกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเมื่อต้องการทราบว่าฝนจะตกหรือไม่ เช่น ถ้ามีคนถามว่า “อากาศวันนี้เป็นไงบ้าง?” เราอาจตอบว่า “วันนี้ Cloudy นะ น่าจะมีเมฆเยอะ” หรือ “ท้องฟ้า Cloudy มากเลย แดดไม่ค่อยออก” เป็นต้น การใช้คำนี้ช่วยให้เข้าใจสภาพอากาศได้อย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา ความหมายและการใช้งาน “Cloudy” หมายถึง สภาพอากาศที่มีเมฆปกคลุมจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ท้องฟ้าดูไม่โปร่งใส อาจมีลักษณะมืดครึ้ม แสงแดดส่องลงมาได้น้อย หรืออาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดฝนตก ตัวอย่างการใช้งาน การใช้งาน “Cloudy” ในประโยคตัวอย่าง: “The weather forecast says it will be cloudy tomorrow.” (พยากรณ์อากาศบอกว่าพรุ่งนี้จะมีเมฆมาก) “I don’t like cloudy…

  • "Fitting” แปลว่า

    คำว่า “Fitting” ในภาษาไทยมักจะหมายถึง การลองเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายเพื่อตรวจสอบว่าขนาดพอดีตัวหรือไม่ หรือเพื่อปรับแก้ให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้สวมใส่ เป็นขั้นตอนสำคัญในการตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง หรือเมื่อซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปแล้วต้องการปรับแก้ให้เข้ากับสรีระของตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Fitting” เมื่อไปลองชุดแต่งงาน ชุดสูท หรือเสื้อผ้าที่สั่งตัดพิเศษ พนักงานหรือช่างตัดเสื้อจะให้เราลองชุดเพื่อดูว่าหลวมหรือคับเกินไปตรงส่วนไหนหรือไม่ และจะทำการวัดหรือมาร์กจุดเพื่อนำไปแก้ไขให้พอดีที่สุด นอกจากนี้ ในวงการแฟชั่น คำว่า “Fitting” ยังหมายถึงการลองเสื้อผ้าของนางแบบหรือนายแบบก่อนการถ่ายแบบหรือเดินแฟชั่นโชว์ เพื่อให้แน่ใจว่าชุดดูดีและเคลื่อนไหวได้สะดวกบนตัวผู้สวมใส่ ความหมายและการใช้งาน “Fitting” มาจากคำกริยาในภาษาอังกฤษว่า “fit” ซึ่งแปลว่า “พอดี” เมื่อเติม -ing เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึง “กระบวนการลองเพื่อให้แน่ใจว่าพอดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสื้อผ้า ในบริบทของการตัดเย็บเสื้อผ้า การทำ “Fitting” เป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้เสื้อผ้าที่สวยงามและใส่สบายที่สุด ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณไปลองชุดแต่งงาน เจ้าสาวอาจต้องมีการ “Fitting” หลายครั้งเพื่อให้ชุดออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ช่างตัดเสื้อนัดลูกค้ามา “Fitting” ชุดสูทที่สั่งตัด เพื่อปรับแก้ขนาดให้พอดีตัว นางแบบกำลังเข้า “Fitting” เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ก่อนการถ่ายทำ บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Fitting” มักถูกใช้ในร้านเสื้อผ้าที่รับตัดเย็บตามสั่ง ร้านชุดแต่งงาน หรือในสตูดิโอแฟชั่น…

  • "Finger” แปลว่า

    คำว่า “Finger” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “นิ้ว” ซึ่งหมายถึงส่วนที่ยื่นออกมาจากมือหรือเท้า โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงนิ้วมือของเรานั่นเอง นอกจากนี้ “Finger” ยังสามารถใช้เป็นคำกริยาได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Finger” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการทำงานของนิ้วมือ เช่น การพิมพ์ การหยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่การชี้บอกทิศทาง นอกจากนี้ยังอาจใช้ในการเปรียบเทียบสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายนิ้ว เช่น ยอดเขาที่แหลม หรือกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา ความหมายและการใช้งาน “Finger” หมายถึง นิ้วมือ เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดของแขน ใช้ในการหยิบจับ สัมผัส และทำงานต่างๆ ที่ต้องอาศัยความละเอียด นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงนิ้วเท้าได้เช่นกัน ในฐานะคำกริยา “Finger” หมายถึง การใช้นิ้วสัมผัส ลูบคลำ หรือชี้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “He pointed his finger at me” แปลว่า “เขาชี้finger (นิ้ว) มาที่ฉัน” หรือ “My finger…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *