"Graduates” แปลว่า

คำว่า “Graduates” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้ที่สำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่ได้รับปริญญาจากสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรืออุดมศึกษา โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “Graduates” มักจะหมายถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Graduates” ในบริบทของการเฉลิมฉลองความสำเร็จ เช่น งานรับปริญญา หรือเมื่อมีการกล่าวถึงกลุ่มคนที่เพิ่งเรียนจบและกำลังจะเข้าสู่โลกของการทำงาน หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ อาจใช้เพื่ออ้างถึงกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้าน เช่น “business graduates” หมายถึง ผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ

ความหมายและการใช้งาน

“Graduates” มาจากคำกริยา “graduate” ที่แปลว่า สำเร็จการศึกษา เมื่อเติม “-s” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึง กลุ่มบุคคลที่สำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถใช้ในประโยคเพื่ออ้างถึงกลุ่มคนเหล่านี้ได้โดยตรง

ตัวอย่าง

งานรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยในวันนี้มี Graduates จำนวนมากที่เข้าร่วมพิธี

บริษัทกำลังมองหา Graduates หน้าใหม่ที่มีความกระตือรือร้นเพื่อเข้าร่วมทีม

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Graduates” มักจะปรากฏในข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การจ้างงาน หรือการประกาศผลความสำเร็จทางการศึกษา

🔷 FAQ SECTION

“Graduates” ต่างจาก “Graduate” อย่างไร?

“Graduate” เป็นคำนามเอกพจน์ หมายถึง ผู้สำเร็จการศึกษาเพียงคนเดียว ส่วน “Graduates” เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึง ผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่สองคนขึ้นไป

คำว่า “Graduates” ใช้ได้กับทุกระดับการศึกษาหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว “Graduates” มักจะหมายถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรีขึ้นไป) แต่ก็สามารถใช้ในบริบทที่กว้างกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

Similar Posts

  • "Ill” แปลว่า

    คำว่า “Ill” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงอาการป่วยหรือไม่สบาย โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการรู้สึกไม่ดี มีอาการเจ็บป่วย หรือกำลังป่วยเป็นโรค ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดว่า “I’m feeling ill today” ซึ่งหมายถึง “วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย” หรือ “He’s been ill for a week” แปลว่า “เขาป่วยมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว” เราอาจใช้คำนี้เพื่อบอกว่าเราไม่สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้เนื่องจากมีอาการป่วย หรืออาจใช้เพื่ออธิบายถึงอาการที่ไม่รุนแรงนัก เช่น รู้สึกมึนๆ หรืออ่อนเพลีย ความหมายและการใช้งาน “Ill” หมายถึง ป่วย ไม่สบาย หรือมีอาการเจ็บป่วย สามารถใช้ได้กับทั้งคนและสัตว์ และยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “ill feeling” ที่หมายถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ตัวอย่างการใช้งาน The child is ill and cannot go to school. (เด็กป่วยและไปโรงเรียนไม่ได้) She felt ill after…

  • "บง” แปลว่า

    คำว่า “บง” เป็นคำไทยโบราณที่ปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้กันแพร่หลายนัก โดยมีความหมายถึงการ “ผูก” หรือ “มัด” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เชือกหรือเส้นเอ็นในการผูกมัดสิ่งของต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ยินคำว่า “บง” ตรงๆ แต่แนวคิดของการผูกหรือมัดยังคงปรากฏอยู่ในบริบทต่างๆ เช่น การผูกมัดสิ่งของ การผูกปม หรือแม้แต่การเปรียบเปรยถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เช่น “ผูกพัน” หรือ “พันธนาการ” แม้จะไม่ตรงกับความหมายเดิมเสียทีเดียว แต่ก็สะท้อนถึงการเชื่อมโยงเข้าหากัน ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐานแล้ว “บง” หมายถึง การใช้เชือก หนัง หรือวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ในการรัดหรือผูกสิ่งของต่างๆ ให้ติดกันแน่น หรือเพื่อยึดตรึงสิ่งนั้นไว้ ไม่ให้เคลื่อนที่หรือหลุดออกไป บริบทและการใช้งานทั่วไป แม้คำว่า “บง” จะไม่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แต่สามารถพบเห็นได้ในวรรณคดีไทยโบราณ หรือในบริบทที่ต้องการสื่อถึงการผูกมัดที่แข็งแรงและแน่นหนา ในบางครั้งอาจใช้เปรียบเปรยถึงการผูกมัดทางใจ หรือความสัมพันธ์ที่แยกจากกันได้ยาก ตัวอย่าง: ในสมัยก่อน อาจมีการ “บง” ลูกธนูเข้ากับคันธนู หรือ “บง” สัตว์เพื่อควบคุม คำถามที่พบบ่อย “บง” มีความหมายอื่นอีกไหม? โดยหลักแล้ว “บง”…

  • "Y” แปลว่า

    คำว่า “Y” ในภาษาไทย มักจะหมายถึง “ทำไม” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการตั้งคำถามเพื่อสอบถามถึงเหตุผล สาเหตุ หรือที่มาของสิ่งต่างๆ เป็นคำพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวหรือการกระทำที่เกิดขึ้น เมื่อเราได้ยินคำว่า “Y” ในบริบทของการสนทนาในชีวิตประจำวัน คนไทยจะเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังมีการถามถึงสาเหตุ เช่น เมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าเศร้า เราอาจจะถามว่า “Y หน้าเศร้าจัง?” หรือเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราก็มักจะตั้งคำถามว่า “Y เกิดอะไรขึ้น?” เป็นต้น คำนี้ช่วยให้เราสามารถเจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Y” เป็นคำย่อมาจาก “Why” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า “ทำไม” ในภาษาไทย ใช้เพื่อสอบถามถึงเหตุผล สาเหตุ หรือเบื้องหลังของปรากฏการณ์ การกระทำ หรือสถานการณ์ใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำอธิบายที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างการใช้ “Y” ในประโยค: “Y เธอถึงมาสาย?” (ทำไมเธอถึงมาสาย?) “Y เขาถึงเลือกงานนี้?” (ทำไมเขาถึงเลือกงานนี้?) “Y ถึงเป็นแบบนี้?” (ทำไมถึงเป็นแบบนี้?) บริบทและการใช้งานทั่วไป…

  • "Void” แปลว่า

    คำว่า “Void” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความว่างเปล่า ความไม่มีอะไร หรือช่องว่างที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ข้างใน โดยทั่วไปแล้วเรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงพื้นที่ที่ว่างเปล่า หรือสถานะที่ไม่มีอยู่จริง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Void” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงสัญญาที่ไม่มีผลทางกฎหมาย เราอาจเรียกว่า “Void contract” หรือเมื่อพูดถึงพื้นที่ว่างในอาคารที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ก็อาจเรียกว่า “Void space” ได้เช่นกัน บางครั้งก็ใช้ในเชิงนามธรรม หมายถึง สภาวะที่รู้สึกว่างเปล่าภายในจิตใจ ความหมายและการใช้งาน “Void” หมายถึง ความว่างเปล่า ไม่มีสาระ หรือไม่มีผลบังคับใช้ สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ในทางกฎหมาย หมายถึง สิ่งที่ไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่ต้น ในทางวิทยาศาสตร์ อาจหมายถึง อวกาศที่ไม่มีสสาร ในชีวิตประจำวัน อาจหมายถึง ความรู้สึกว่างเปล่า หรือช่องว่างที่ไม่มีอะไรเติมเต็ม ตัวอย่างการใช้งาน 1. “The contract was declared void.” (สัญญาถูกประกาศให้เป็นโมฆะ) – ในที่นี้ Void หมายถึง…

  • "Width” แปลว่า

    คำว่า “Width” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ความกว้าง” ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่ใช้อธิบายขนาดของสิ่งของหรือพื้นที่ในแนวขวาง หรือจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยทั่วไปมักจะใช้ควบคู่ไปกับ “Length” (ความยาว) หรือ “Height” (ความสูง) เพื่อให้เห็นภาพรวมของขนาดทั้งหมด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Width” หรือความกว้างอยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราอาจจะดูขนาดความกว้างของโซฟาหรือตู้ เพื่อให้แน่ใจว่าพอดีกับพื้นที่ในห้อง หรือเวลาสั่งตัดเสื้อผ้า ช่างวัดอาจจะถามถึงความกว้างของไหล่ หรือรอบอก เป็นต้น ในโลกออนไลน์ “Width” ก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในการออกแบบเว็บไซต์ หรือการแสดงผลรูปภาพบนหน้าจอต่างๆ เพื่อให้แสดงผลได้อย่างเหมาะสมกับขนาดหน้าจอของอุปกรณ์แต่ละชนิด ความหมายและการใช้งาน “Width” หมายถึง ขนาดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในแนวขวาง หรือระยะห่างจากขอบด้านหนึ่งไปยังอีกขอบด้านหนึ่งตรงกันข้าม การใช้งานที่พบได้บ่อยคือการบอกขนาดของวัตถุ เช่น ความกว้างของประตู, ความกว้างของถนน, หรือความกว้างของกระดาษ ตัวอย่างการใช้งาน “Please check the width of the table before you buy it.” (โปรดตรวจสอบความกว้างของโต๊ะก่อนที่คุณจะซื้อ)…

  • "Boring” แปลว่า

    คำว่า “Boring” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่ไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ หรือไม่กระตุ้นความรู้สึก ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเซ็งได้ง่ายๆ เมื่อเผชิญกับสิ่งนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Boring” เพื่ออธิบายสถานการณ์ กิจกรรม หรือแม้แต่คนที่เราไม่รู้สึกตื่นเต้นด้วย เช่น การไปดูหนังที่เนื้อเรื่องไม่สนุก การเข้าประชุมที่ไม่มีสาระ หรือการพูดคุยเรื่องที่ไร้ความน่าสนใจ มันเป็นคำที่แสดงถึงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาว่า “ไม่ชอบ” หรือ “ไม่เห็นว่ามีอะไรดี” ในสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Boring” แปลตรงตัวว่า “น่าเบื่อ” ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างขาดความน่าตื่นเต้น ความสนุกสนาน หรือไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเราได้ อาจใช้กับกิจกรรม เหตุการณ์ สถานที่ หรือแม้แต่บุคลิกของคนที่ไม่น่าสนใจ ตัวอย่างการใช้งาน “การบ้านวิชาคณิตศาสตร์วันนี้มัน Boring มากเลย” (แปลว่า การบ้านวิชาคณิตศาสตร์วันนี้มันน่าเบื่อมาก) “ฉันรู้สึก Boring กับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ อยากหางานใหม่ที่ท้าทายกว่านี้” (แปลว่า ฉันรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ อยากหางานใหม่ที่ท้าทายกว่านี้) “หนังเรื่องนี้ Boring สุดๆ ดูไปหลับไปเลย” (แปลว่า หนังเรื่องนี้ดูน่าเบื่อที่สุดเลย ดูไปหลับไป) บริบทที่ใช้บ่อย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *