"Bothering” แปลว่า

คำว่า “Bothering” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การรบกวน การก่อกวน หรือการสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น โดยมักจะใช้ในบริบทที่การกระทำบางอย่างทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ ไม่สะดวก หรือถูกขัดจังหวะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “Bothering” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีคนมาถามคำถามซ้ำๆ หรือเมื่อมีเสียงดังรบกวนสมาธิ หรือแม้กระทั่งเมื่อเราขอความช่วยเหลือจากใครบางคนแล้วเกรงว่าจะไป “Bothering” เขาจนเกินไป การใช้คำนี้สะท้อนถึงความใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น และเป็นการแสดงออกถึงความสุภาพในการหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้าง

Meaning & Usage

“Bothering” มาจากกริยา “bother” ซึ่งแปลว่า รบกวน ทำให้ลำบากใจ ก่อกวน หรือทำให้วุ่นวาย ในรูป “-ing” (present participle) จะใช้เพื่ออธิบายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประโยคที่ยาวขึ้น

Examples

  • “Sorry for bothering you, but can you help me with this?” (ขอโทษที่รบกวนนะครับ/คะ แต่ช่วยฉันเรื่องนี้หน่อยได้ไหม)
  • “The constant noise from the construction site is really bothering me.” (เสียงดังจากการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องกำลังรบกวนฉันจริงๆ)
  • “Don’t bother yourself with such small things.” (อย่าไปใส่ใจ/รบกวนตัวเองกับเรื่องเล็กน้อยพวกนั้นเลย)

Context / Common Use

คำว่า “Bothering” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือเมื่อต้องการขอโทษที่อาจทำให้ผู้อื่นไม่สะดวก นอกจากนี้ยังใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือไม่สบายใจ

“Bothering” แปลว่าอะไร?

“Bothering” แปลว่า การรบกวน การก่อกวน หรือการทำให้รำคาญ

ใช้คำว่า “Bothering” เมื่อไหร่?

เราใช้คำว่า “Bothering” เมื่อต้องการขอโทษที่อาจทำให้ผู้อื่นไม่สะดวก หรือเมื่อต้องการอธิบายถึงสิ่งที่กำลังสร้างความรำคาญ

“Don’t bother” หมายถึงอะไร?

“Don’t bother” หมายถึง ไม่ต้องรบกวน หรือไม่ต้องใส่ใจ/กังวลกับเรื่องนั้นๆ

Similar Posts

  • "Plant” แปลว่า

    คำว่า “Plant” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “โรงงาน” หรือ “โรงงานอุตสาหกรรม” ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เป็นสถานที่ที่มีเครื่องจักร อุปกรณ์ และกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เพื่อแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Plant” บ่อยๆ ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น เวลาพูดถึงการขยายโรงงาน (plant expansion) หรือการเปิดโรงงานใหม่ (new plant opening) บางครั้งก็อาจจะหมายถึง “พืช” ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นในบริบททางอุตสาหกรรมหรือการผลิต คำว่า “Plant” จะหมายถึงโรงงานเป็นหลักครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Plant” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่ 2 ความหมาย ดังนี้: โรงงานอุตสาหกรรม: ใช้เรียกสถานที่ที่ทำการผลิตสินค้า การประกอบชิ้นส่วน หรือการแปรรูปวัตถุดิบด้วยเครื่องจักรและกระบวนการต่างๆ พืช: ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตประเภทพืชโดยทั่วไป การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบท หากพูดถึงธุรกิจ การผลิต หรืออุตสาหกรรม มักจะหมายถึงโรงงาน แต่ถ้าพูดถึงธรรมชาติ สวน หรือการเกษตร…

  • "Me” แปลว่า

    “Me” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ฉัน” หรือ “ดิฉัน” ซึ่งเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ใช้เรียกแทนตัวเองเมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงตนเองในฐานะกรรมของประโยค หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงตัวผู้พูดเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Me” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ หรือเมื่อมีการใช้ภาษาอังกฤษปะปนอยู่ในการพูดคุย เช่น เมื่อเพื่อนชาวต่างชาติถามว่า “Who is this?” แล้วเราตอบว่า “It’s me!” หรือเมื่อเราต้องการบอกว่าของสิ่งนี้เป็นของเรา อาจจะพูดว่า “This is for me.” หรือ “Give it to me.” นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ สื่อสังคม หรือการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ คำว่า “Me” ก็ถูกใช้เป็นประจำในการแสดงตัวตน หรือในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Me” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ในรูปกรรม (objective case) ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงตัวเองในฐานะผู้ถูกกระทำ หรือเป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ต้องการเน้นย้ำถึงตัวผู้พูดเอง ตัวอย่างการใช้งาน “She gave the…

  • "him” แปลว่า

    คำว่า “him” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปกรรม (object pronoun) ของบุรุษสรรพนาม “he” ซึ่งใช้แทนผู้ชาย หรือสิ่งของที่ถือว่าเป็นเพศชายในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เขา” หรือ “แด่เขา” หรือ “ให้กับเขา” ใช้เป็นกรรมของประโยค หรือใช้ตามหลังบุพบท ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “him” เมื่อเราพูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่งที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว หรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Did you see John?” เราอาจจะตอบว่า “Yes, I saw him at the park.” หรือเมื่อเราต้องการจะให้ของแก่ใครสักคน เราก็อาจจะพูดว่า “I bought this gift for him.” เพื่อบอกว่าของขวัญชิ้นนี้มีไว้สำหรับเขาคนนั้น ความหมายและการใช้งาน “Him” ใช้แทนผู้ชายคนเดียว หรือสิ่งของที่ถูกระบุว่าเป็นเพศชายในบริบทนั้นๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (Object of the…

  • "Switcher” แปลว่า

    คำว่า “Switcher” ในภาษาไทยหมายถึง “อุปกรณ์สลับ” หรือ “ตัวสลับ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงอุปกรณ์หรือกลไกที่ใช้ในการเปลี่ยนเส้นทางสัญญาณ, การเชื่อมต่อ, หรือการทำงานจากอันหนึ่งไปยังอีกอันหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอกับคำว่า Switcher ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงการสลับช่องทีวี การเปลี่ยนแหล่งสัญญาณเสียง หรือแม้แต่ในโลกของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การใช้งาน Switcher มักจะเกี่ยวข้องกับการเลือกหรือควบคุมให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำงานหรือเชื่อมต่อกับระบบในขณะนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน Switcher คือ อุปกรณ์หรือระบบที่ทำหน้าที่ “สลับ” หรือ “เปลี่ยน” การเชื่อมต่อหรือเส้นทางของสัญญาณต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ณ เวลานั้นๆ ตัวอย่างเช่น สวิตช์ไฟในบ้านก็ถือเป็น Switcher ชนิดหนึ่งที่ใช้สลับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับหลอดไฟ ตัวอย่าง ในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ อาจมี Switcher ที่ให้คุณเลือกว่าจะฟังเพลงจากวิทยุ, USB, หรือ Bluetooth ในวงการถ่ายทอดสด อาจใช้ Video Switcher เพื่อสลับกล้องถ่ายวิดีโอจากมุมต่างๆ มาออกอากาศสด บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Switcher มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการความสามารถในการเลือก หรือเปลี่ยนสถานะการทำงาน เช่น…

  • "Cost” แปลว่า

    คำว่า “Cost” ในภาษาอังกฤษ โดยพื้นฐานแล้วมีความหมายว่า “ต้นทุน” หรือ “ค่าใช้จ่าย” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของ บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cost” อยู่บ่อยครั้งครับ เช่น เวลาไปซื้อของ ก็อาจจะถามพนักงานว่า “What’s the cost of this?” (ราคานี้เท่าไหร่?) หรือเวลาวางแผนการเดินทาง ก็อาจจะคำนวณ “travel cost” (ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง) หรือเวลาทำธุรกิจ ก็ต้องคำนึงถึง “production cost” (ต้นทุนการผลิต) เป็นต้น มันคือตัวเลขที่บอกเราว่าเราต้องเสียเงินไปเท่าไหร่เพื่ออะไรสักอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Cost” หมายถึง ราคาหรือมูลค่าที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อซื้อหรือได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อดำเนินการบางอย่าง อาจเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า ค่าบริการ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน The cost of this book is 300…

  • "Regulatory” แปลว่า

    คำว่า “Regulatory” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “เกี่ยวกับการกำกับดูแล” หรือ “ตามกฎระเบียบ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ หรือมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อควบคุมหรือจัดการกิจกรรมบางอย่างให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ป้องกันความเสียหาย หรือส่งเสริมความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Regulatory” หรือความหมายของมันอยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่เราเห็นข่าวเกี่ยวกับการควบคุมราคาสินค้า การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ “Regulatory” ทั้งสิ้น หรือเวลาที่เราต้องกรอกเอกสารเพื่อขออนุญาตทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง ก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด “Regulatory” ของหน่วยงานนั้นๆ นั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Regulatory” หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎเหล่านั้น เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นธรรม ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “Regulatory approval” หมายถึง การอนุมัติตามกฎระเบียบ ซึ่งก็คือการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะดำเนินกิจกรรมบางอย่างได้ เช่น การผลิตยาใหม่ หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บริบทที่พบบ่อย เรามักจะพบคำนี้ในบริบทที่เกี่ยวกับกฎหมาย การเงิน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *