"Graduate” แปลว่า

คำว่า “Graduate” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกบุคคลที่สำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยทั่วไปมักหมายถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก จากสถาบันอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัย

ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Graduate” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงพิธีรับปริญญา หรือการสมัครงานที่ต้องการผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา เช่น บริษัทอาจประกาศรับสมัคร “new graduate” ซึ่งหมายถึงผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและกำลังมองหางานแรก นอกจากนี้ คำนี้ยังใช้ในบริบทของการศึกษาต่อ เช่น การสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทหรือเอก ซึ่งผู้สมัครก็คือ “graduate” ของระดับปริญญาก่อนหน้า

ความหมายและการใช้งาน

“Graduate” หมายถึง ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือผู้ที่ได้รับปริญญา การใช้งานทั่วไปคือการเรียกผู้ที่เรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Bachelor’s graduate (ผู้สำเร็จปริญญาตรี), Master’s graduate (ผู้สำเร็จปริญญาโท) หรือ Doctoral graduate (ผู้สำเร็จปริญญาเอก)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • She is a recent graduate from Chulalongkorn University. (เธอเป็น Graduate ที่เพิ่งจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
  • The company is looking for a talented graduate to join their marketing team. (บริษัทกำลังมองหา Graduate ที่มีความสามารถเข้าร่วมทีมการตลาด)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Graduate” มักถูกใช้ในบริบทของการศึกษา การหางาน และการพัฒนาอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ

“Graduate” คืออะไร?

“Graduate” คือ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เช่น ระดับปริญญาตรี โท หรือเอก

“New graduate” หมายถึงอะไร?

“New graduate” หมายถึง ผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาไม่นาน และมักจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการหางาน

การใช้คำว่า “Graduate” ในการศึกษาต่อ

เมื่อพูดถึงการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น การสมัครเรียนปริญญาโท ผู้ที่กำลังจะสมัครก็คือ “graduate” ของระดับปริญญาตรี

Similar Posts

  • "What’s Going On” แปลว่า

    “What’s Going On” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หรือสอบถามสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีความหมายตรงตัวว่า “มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง” หรือ “เกิดอะไรขึ้น” เป็นการแสดงความสนใจและอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร หรือมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นรอบตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้สำนวนนี้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวดูผิดปกติไปจากเดิม เป็นการเปิดบทสนทนาที่ง่ายและเป็นกันเอง เพื่อแสดงความเป็นห่วงเป็นใย หรือเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ความหมายและการใช้งาน “What’s Going On” หมายถึง การถามถึงความเป็นไป หรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น อาจใช้ถามถึงสถานการณ์ทั่วไป ถามถึงความเป็นอยู่ของบุคคล หรือถามถึงเหตุการณ์ที่กำลังสังเกตเห็น เป็นคำถามปลายเปิดที่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างอิสระ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอเพื่อนที่ดูเศร้าๆ คุณอาจจะถามว่า “Hey, what’s going on? You look a bit down.” (เฮ้ มีอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนเธอจะหม่นๆ นะ) เมื่อเห็นคนมุงดูอะไรบางอย่าง คุณอาจจะถามคนใกล้ๆ ว่า “Excuse me, what’s going on…

  • "Candidacy” แปลว่า

    คำว่า “Candidacy” หมายถึง การเป็นผู้สมัคร หรือ การเสนอตัวเพื่อเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งงาน หรือการแข่งขันต่างๆ เป็นสถานะที่แสดงว่าบุคคลนั้นได้แสดงความจำนงที่จะลงรับการเลือกตั้ง หรือสมัครเข้ารับการพิจารณาแล้ว ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Candidacy” บ่อยครั้งเวลาที่มีการเลือกตั้ง เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่การเลือกตั้งในองค์กรต่างๆ เมื่อมีคนประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็คือการประกาศ “Candidacy” ของตนเอง หรือในกรณีของการสมัครงาน บางครั้งอาจมีการพูดถึง “Candidacy” ของผู้สมัครเมื่อมีการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด ความหมายและการใช้งาน Candidacy มาจากคำว่า “candidate” ซึ่งแปลว่า ผู้สมัคร หรือ ผู้ถูกเสนอชื่อ การมี Candidacy หมายถึง การอยู่ในสถานะที่เป็นผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการบางอย่าง เช่น การยื่นใบสมัคร การได้รับการเสนอชื่อ หรือการประกาศเจตจำนงอย่างชัดเจน เพื่อเข้ารับการคัดเลือกหรือการเลือกตั้ง ตัวอย่างการใช้งาน “The senator announced her candidacy for president.” (วุฒิสมาชิกได้ประกาศการเสนอตัวเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี) “His…

  • "Cafeteria” แปลว่า

    คำว่า “Cafeteria” (คาเฟทีเรีย) หมายถึง โรงอาหาร หรือห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ให้บริการอาหารแบบบริการตนเอง โดยทั่วไปมักพบในสถานศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือในสถานที่ทำงานขนาดใหญ่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cafeteria” ในบริบทของการไปทานอาหารในที่ทำงานหรือในโรงเรียน ที่เราสามารถเลือกอาหารที่ต้องการได้เองจากเคาน์เตอร์ แล้วนำไปจ่ายเงินที่จุดชำระเงินก่อนจะหาที่นั่งทาน เป็นรูปแบบการทานอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา หรือมีงบประมาณจำกัด ความหมายและการใช้งาน Cafeteria คือ สถานที่ที่จัดเตรียมอาหารไว้ให้ผู้คนเลือกรับประทานได้เอง โดยไม่ต้องมีพนักงานมาคอยเสิร์ฟถึงโต๊ะ ลักษณะเด่นคือจะมีเคาน์เตอร์อาหารที่หลากหลายให้เลือก และผู้ทานจะเดินไปเลือกอาหารตามที่ต้องการ จากนั้นนำไปชำระเงินที่แคชเชียร์ก่อนรับประทาน ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้ไปทานข้าวที่ Cafeteria ของบริษัทกันนะ มีเมนูใหม่น่าลอง” “เด็กๆ ชอบไปทานขนมที่ Cafeteria ของโรงเรียนตอนพักกลางวัน” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Cafeteria” มักใช้ในบริบทของสถานที่ที่ให้บริการอาหารแบบบริการตนเอง เช่น โรงอาหารในมหาวิทยาลัย โรงอาหารในโรงพยาบาล โรงอาหารในบริษัท หรือแม้แต่ร้านอาหารบางแห่งที่จัดรูปแบบการบริการคล้ายคลึงกัน 🔷 FAQ SECTION Cafeteria แตกต่างจาก Restaurant อย่างไร? Cafeteria เน้นการบริการตนเอง…

  • "Funeral” แปลว่า

    คำว่า “Funeral” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง พิธีศพ หรือ การปลงศพ ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย เป็นการรวมตัวของครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรู้จัก เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ผู้ที่สูญเสีย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Funeral” หรือ “พิธีศพ” เมื่อมีข่าวการเสียชีวิตของบุคคลสำคัญ หรือเมื่อต้องเข้าร่วมงานเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ตายและครอบครัวของผู้ตาย การเตรียมงานพิธีศพอาจมีความหลากหลายตามวัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการจัดสถานที่ การสวดพระอภิธรรม หรือพิธีทางศาสนา และการนำร่างผู้เสียชีวิตไปสู่สุสานหรือสถานที่ฌาปนกิจ ความหมายและการใช้งาน Funeral คือ พิธีศพ หรือ การปลงศพ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการจัดการกับร่างของผู้เสียชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ตาย และเป็นการแสดงความอาลัยแก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินประโยคเช่น “The family is preparing for the funeral.” (ครอบครัวกำลังเตรียมงานพิธีศพ) หรือ “We will attend his funeral tomorrow.” (เราจะไปร่วมงานศพของเขาในวันพรุ่งนี้) บริบทที่พบบ่อย คำว่า Funeral…

  • "เมียงปร๊ะ” แปลว่า

    คำว่า “เมียงปร๊ะ” เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือ โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ (ไต) หมายถึง “อะไร” หรือ “สิ่งใด” เป็นคำที่ใช้ในการตั้งคำถามเพื่อสอบถามถึงสิ่งของ สถานการณ์ หรือเรื่องราวที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ ในชีวิตประจำวัน คนไทใหญ่จะใช้คำว่า “เมียงปร๊ะ” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเจอสิ่งของที่ไม่คุ้นเคย หรือเมื่อต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง การใช้คำนี้แสดงถึงความสงสัยใคร่รู้ และต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการสนทนาทั่วไป ทำให้การสื่อสารมีความเป็นกันเองและเป็นธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เมียงปร๊ะ” มีความหมายตรงตัวว่า “อะไร” ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบ หรือต้องการระบุให้ชัดเจนขึ้น การใช้งานมักจะอยู่ในรูปของประโยคคำถาม เช่น “นี่เมียงปร๊ะ?” (นี่อะไร?) หรือ “เขาว่าเมียงปร๊ะ?” (เขาว่าอะไร?) ตัวอย่างการใช้ หากคุณเดินทางไปภาคเหนือและได้ยินคนท้องถิ่นพูดว่า “อ้ายไปเมียงปร๊ะมา?” อาจหมายถึง “พี่ไปทำอะไรมา?” หรือ “พี่ไปไหนมา?” อีกตัวอย่างคือ เมื่อเห็นสิ่งของที่ไม่คุ้นเคยและถามว่า “ของเมียงปร๊ะเจ้า?” ซึ่งแปลว่า “นี่ของอะไรครับ/คะ?” บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “เมียงปร๊ะ” มักใช้ในบริบทที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการ ใช้ได้กับการสอบถามถึงสิ่งของ อาการ…

  • "Hello” แปลว่า

    “Hello” เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีความหมายตรงตัวว่า “สวัสดี” หรือ “สวัสดีครับ/ค่ะ” เป็นคำที่ใช้เพื่อเริ่มต้นการสนทนา ทักทายผู้คน หรือแสดงความเป็นมิตร ในชีวิตประจำวัน คนไทยเราใช้คำว่า “Hello” ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ในการทักทายคนที่ไม่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังใช้กับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ เมื่อเราต้องการรับสาย หรือเมื่อเราโทรออกไปหาใครสักคน คำนี้ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกันเองและทันสมัยกว่าการใช้คำว่า “สวัสดี” เพียงอย่างเดียวในบางบริบท ความหมายและการใช้งาน “Hello” เป็นคำทักทายพื้นฐานที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรก การทักทายคนรู้จัก หรือแม้แต่การเริ่มต้นการสนทนาทางโทรศัพท์หรือในอีเมล ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอเพื่อน: “Hello! เป็นไงบ้าง?” เมื่อรับโทรศัพท์: “Hello? ใครพูดครับ/คะ?” เมื่อทักทายคนแปลกหน้า: “Hello, may I help you?” (สวัสดีครับ/ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ/คะ?) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Hello” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความเป็นกันเอง แต่ก็ยังคงความสุภาพ เหมาะสำหรับการทักทายในชีวิตประจำวันทั่วไป ทั้งการพบเจอตัวต่อตัว หรือผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความ “Hello”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *