"Established” แปลว่า

คำว่า “Established” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การก่อตั้ง, การสถาปนา, หรือการจัดตั้งขึ้นมาอย่างมั่นคงถาวร โดยมักจะใช้กับการก่อตั้งองค์กร, บริษัท, สถาบัน, หรือแม้กระทั่งการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นคำว่า “Established” ใช้บ่อยๆ ในบริบทของการแนะนำบริษัทหรือธุรกิจที่เปิดดำเนินการมานาน มีชื่อเสียง และมีความน่าเชื่อถือ เช่น “an established company” หมายถึง บริษัทที่ตั้งมั่นคงแล้ว หรือ “an established fact” คือ ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง

ความหมายและการใช้งาน

“Established” แปลว่า ที่ก่อตั้งขึ้น, ที่สถาปนาขึ้น, ที่จัดตั้งขึ้นอย่างมั่นคง, หรือเป็นที่ยอมรับแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

1. “This is an established business.” (นี่คือธุรกิจที่ก่อตั้งมานานและมั่นคงแล้ว)

2. “She is an established artist in the local community.” (เธอเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในชุมชนท้องถิ่น)

3. “The company has an established reputation for quality.” (บริษัทมีชื่อเสียงที่มั่นคงในด้านคุณภาพ)

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักใช้เพื่อบ่งบอกถึงความมั่นคง, ความน่าเชื่อถือ, และการมีอยู่มาอย่างยาวนาน

🔷 FAQ SECTION

“Established” กับ “Founded” ต่างกันอย่างไร?

“Founded” เน้นที่จุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง ส่วน “Established” เน้นที่สถานะของการเป็นที่ยอมรับและมั่นคงแล้ว

“Established” ใช้กับคนได้หรือไม่?

ได้ ใช้กับบุคคลเพื่อบ่งบอกว่าบุคคลนั้นมีความเชี่ยวชาญ, มีชื่อเสียง, หรือเป็นที่ยอมรับในวงการนั้นๆ แล้ว

Similar Posts

  • "Rescuers” แปลว่า

    คำว่า “Rescuers” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้ช่วยเหลือ” หรือ “หน่วยกู้ภัย” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย หรือประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Rescuers” บ่อยครั้งในข่าวที่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรืออุบัติเหตุต่างๆ เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ผู้ประสบภัยจะได้รับการช่วยเหลือจาก “Rescuers” ที่เป็นทีมกู้ภัย หรือเมื่อมีคนพลัดตกน้ำ ทีม “Rescuers” ที่เป็นหน่วยกู้ภัยทางน้ำก็จะถูกส่งไปช่วยเหลือทันที นอกจากนี้ คำนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น หมายถึงใครก็ตามที่เข้ามาช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ ความหมายและการใช้งาน “Rescuers” มาจากคำกริยา “rescue” ที่แปลว่า “ช่วยเหลือ” ดังนั้น “Rescuers” จึงหมายถึง “ผู้ที่ทำการช่วยเหลือ” นั่นเอง คำนี้ใช้เรียกได้ทั้งบุคคลทั่วไปที่เข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยโดยเฉพาะ เช่น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือหน่วยกู้ภัยในต่างประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยที่เรียกว่า “Rescuers” จะรีบเข้าไปควบคุมเพลิงและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ทีม “Rescuers” จะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Dev” แปลว่า

    คำว่า “Dev” เป็นคำย่อที่มาจากภาษาอังกฤษว่า “Developer” ซึ่งหมายถึง “นักพัฒนา” โดยทั่วไปแล้ว “Dev” มักจะถูกใช้ในบริบทของวงการเทคโนโลยีและการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อเรียกบุคคลที่มีหน้าที่สร้างสรรค์ พัฒนา หรือปรับปรุงโปรแกรม แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือระบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนในแวดวงไอทีใช้คำว่า “Dev” แทนคำว่า “Developer” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์พัฒนาซอฟต์แวร์ อาจจะมีการกล่าวถึง “ทีม Dev” ซึ่งหมายถึงทีมที่ทำหน้าที่เขียนโค้ดและสร้างผลิตภัณฑ์ หรืออาจจะมีการพูดถึง “Dev คนนี้เก่งมาก” เพื่อชมเชยความสามารถของนักพัฒนาคนนั้นๆ การใช้คำว่า “Dev” ทำให้การสื่อสารในกลุ่มคนทำงานสายเทคโนโลยีมีความกระชับและรวดเร็วขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Dev” ย่อมาจาก “Developer” แปลตรงตัวว่า “นักพัฒนา” ในบริบทของเทคโนโลยี หมายถึงผู้ที่มีทักษะและความรู้ในการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต่างๆ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แอปพลิเคชันบนมือถือ เว็บไซต์ เกม หรือระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ หน้าที่หลักของ Dev คือการเขียนโค้ดตามที่ออกแบบไว้ ทดสอบระบบ และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “โปรเจกต์นี้ต้องใช้…

  • "Replace” แปลว่า

    คำว่า “Replace” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “แทนที่” หรือ “สับเปลี่ยน” หมายถึง การนำสิ่งหนึ่งเข้ามาอยู่แทนที่อีกสิ่งหนึ่งที่เคยอยู่ตรงนั้น หรือการเปลี่ยนสิ่งเก่าให้เป็นสิ่งใหม่ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Replace” บ่อยมากค่ะ เช่น เวลาที่ของที่เราใช้ประจำเสีย เราก็ต้องไปหาซื้ออันใหม่มา “replace” อันเก่า หรือถ้าเราเบื่อสีผนังห้อง ก็อาจจะอยาก “replace” สีเดิมด้วยสีใหม่ หรือแม้แต่การอัปเดตซอฟต์แวร์ในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ก็คือการ “replace” เวอร์ชั่นเก่าด้วยเวอร์ชั่นใหม่ที่ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Replace” ใช้ในบริบทที่หลากหลาย ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นในเชิงเทคนิคหรือธุรกิจ โดยหลักๆ แล้วจะหมายถึงการนำสิ่งหนึ่งเข้ามาทดแทนอีกสิ่งหนึ่งที่หมดสภาพ ใช้งานไม่ได้ หรือไม่ต้องการแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “I need to replace the battery in my watch.” (ฉันต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่นาฬิกา) “The company decided to replace…

  • "ซาโยนาระ” แปลว่า

    คำว่า “ซาโยนาระ” (さようなら) เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การกล่าวลา โดยมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ลาก่อน” ในภาษาไทย เป็นการบอกลาที่อาจจะใช้ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นทางการ หรือเมื่อไม่ได้คาดว่าจะได้พบกันอีกในเร็วๆ นี้ ในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “ซาโยนาระ” บ่อยเท่าคำอื่นที่ใช้บอกลาทั่วไป เช่น “แจมาตะ” (じゃあね – ลาก่อน, แล้วเจอกัน) หรือ “มาตะเนะ” (またね – แล้วเจอกันนะ) ซึ่งมีความเป็นกันเองมากกว่า “ซาโยนาระ” มักจะถูกใช้ในการจากลาที่อาจจะยาวนาน หรือเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของบางสิ่งบางอย่าง เช่น การจบการศึกษา การย้ายงาน หรือการจากลาที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “ซาโยนาระ” (さようなら) มีความหมายว่า “ลาก่อน” เป็นการบอกลาที่แสดงถึงการสิ้นสุดของการพบปะในขณะนั้น อาจมีความหมายแฝงถึงการจากลาที่ค่อนข้างถาวร หรือการจากลาที่ยาวนานกว่าปกติ ต่างจากคำทักทายอื่นๆ ที่ใช้บอกลาในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะมีความหมายว่า “แล้วเจอกันใหม่” ในอนาคตอันใกล้ ตัวอย่างการใช้งาน นักเรียนอาจกล่าว “ซาโยนาระ” กับคุณครูเมื่อจบปีการศึกษา หรือเมื่อต้องย้ายโรงเรียน เพื่อนที่กำลังจะย้ายไปต่างประเทศอาจกล่าว…

  • "Strange” แปลว่า

    คำว่า “Strange” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “แปลก” หรือ “ประหลาด” ครับ เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ผิดปกติไปจากที่เคยเห็น หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้เรารู้สึกสงสัยหรือไม่เข้าใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Strange” เพื่ออธิบายสถานการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้เรารู้สึกตะหงิดๆ หรือไม่แน่ใจ เช่น ถ้าเราเจอคนแปลกหน้ามาทำท่าทางน่าสงสัย เราอาจจะบอกเพื่อนว่า “That person looks a bit strange.” (คนนั้นดูแปลกๆ หน่อยนะ) หรือถ้าเราได้ยินข่าวที่ไม่น่าเชื่อ เราก็อาจจะอุทานว่า “That’s strange!” (มันแปลกมากเลย!) ความหมายและการใช้งาน “Strange” ใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่ธรรมดา ไม่คุ้นเคย หรือผิดปกติ ทำให้เกิดความรู้สึกสงสัย ประหลาดใจ หรือไม่สบายใจ มักใช้กับเหตุการณ์ ผู้คน สถานที่ หรือสิ่งของที่อยู่นอกเหนือจากประสบการณ์ปกติของเรา ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “I had a strange dream last night….

  • "Vest” แปลว่า

    คำว่า “Vest” หมายถึง เสื้อกั๊ก หรือเสื้อคลุมที่สวมทับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้ออื่นๆ โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีแขน และมักจะสวมใส่เพื่อวัตถุประสงค์ด้านแฟชั่น ความอบอุ่น หรือการใช้งานเฉพาะทาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Vest” ในหลายบริบท เช่น เสื้อกั๊กกันหนาวที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายในวันที่อากาศเย็น หรือเสื้อกั๊กแฟชั่นที่ช่วยเสริมลุคให้ดูมีสไตล์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเสื้อกั๊กที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสำหรับผู้ที่ทำงานในที่มืด หรือเสื้อกั๊กสำหรับนักปั่นจักรยานที่มักจะมีช่องเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Vest” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เสื้อกั๊ก ซึ่งเป็นเสื้อที่ไม่มีแขน สวมทับเสื้อผ้าชิ้นอื่น สามารถใช้ได้ทั้งในด้านแฟชั่น การให้ความอบอุ่น หรือเพื่อประโยชน์ใช้สอยเฉพาะอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “I bought a new blue vest for the winter.” (ฉันซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงินตัวใหม่สำหรับฤดูหนาว) หรือ “He wore a stylish vest to the party.”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *