"Determination” แปลว่า

คำว่า “Determination” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความมุ่งมั่น” หรือ “ความตั้งใจแน่วแน่” เป็นการแสดงถึงการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเผชิญอุปสรรคหรือความยากลำบากเพียงใดก็ตาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคำว่า “Determination” ในบริบทของการตั้งเป้าหมายต่างๆ เช่น การตั้งใจเรียนให้ได้ผลการเรียนที่ดี การพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพ หรือการทุ่มเททำงานเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ การมีความมุ่งมั่นนี้เองที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้เราก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้ และทำให้เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะเจอเรื่องที่ยากลำบากก็ตาม

Meaning & Usage

“Determination” หมายถึง สภาวะทางจิตใจที่บุคคลมีความแน่วแน่ ตั้งใจจริง และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นพลังภายในที่ขับเคลื่อนให้เราพยายามอย่างต่อเนื่อง

Examples

  • นักกีฬามี determination สูงมากในการฝึกซ้อมเพื่อคว้าเหรียญทอง
  • เธอแสดงให้เห็นถึง determination ในการเรียนจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันได้
  • แม้จะล้มเหลวหลายครั้ง แต่เขาก็ยังคงมีความ determination ที่จะสานต่อธุรกิจของครอบครัว

Context / Common Use

คำว่า “Determination” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายาม ความอดทน และจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของผู้คน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การเรียน หรือการทำงาน

🔷 FAQ SECTION

“Determination” ต่างจาก “Motivation” อย่างไร?

“Motivation” คือแรงจูงใจหรือสิ่งที่กระตุ้นให้เราอยากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่วน “Determination” คือความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จให้ได้ แม้จะไม่มีแรงจูงใจอยู่ตลอดเวลา

ควรทำอย่างไรเพื่อเพิ่ม “Determination”?

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความหมาย การแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นเป้าหมายย่อยๆ และการมองเห็นความก้าวหน้าของตนเอง จะช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่น (Determination) ได้

Similar Posts

  • "Escalate” แปลว่า

    คำว่า “Escalate” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การยกระดับ การเพิ่มระดับ หรือการทำให้รุนแรงขึ้น มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการการดำเนินการที่มากขึ้น หรือเมื่อปัญหาเล็กๆ บานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Escalate” บ่อยครั้งในบริบทของการทำงาน เช่น เมื่อมีปัญหาที่ลูกค้าร้องเรียนแล้วฝ่ายบริการลูกค้าไม่สามารถแก้ไขได้ ก็จะต้อง “Escalate” ปัญหาไปยังผู้จัดการหรือแผนกที่สูงขึ้น หรือในสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจบานปลายจนต้องมีการไกล่เกลี่ยในระดับที่สูงขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Escalate” มีความหมายหลักๆ คือ การเพิ่มระดับความรุนแรงหรือความสำคัญขึ้น อาจหมายถึงการเพิ่มระดับของปัญหา การเพิ่มระดับของอำนาจในการตัดสินใจ หรือการเพิ่มระดับของความขัดแย้ง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากพนักงานคนหนึ่งไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดทางเทคนิคได้ เขาอาจต้อง “Escalate” ปัญหานี้ให้กับหัวหน้างานของเขา หรือหากการเจรจาทางธุรกิจไม่เป็นผล อาจต้อง “Escalate” การเจรจาไปยังผู้บริหารระดับสูง บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Escalate” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการสื่อสารให้ทราบว่าเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นมีความสำคัญมากขึ้น หรือต้องการการจัดการในระดับที่สูงกว่าเดิม 🔷 FAQ SECTION “Escalate” ใช้ในความหมายเชิงบวกได้หรือไม่? ใช่ สามารถใช้ในความหมายเชิงบวกได้ เช่น การ “Escalate” ความร่วมมือระหว่างสององค์กร…

  • "Spot” แปลว่า

    คำว่า “Spot” ในภาษาไทยสามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันคือ “จุด” หรือ “ตำแหน่ง” รวมถึง “การมองเห็น” หรือ “การสังเกต” และในบางครั้งก็หมายถึง “การปรากฏตัว” หรือ “การได้ออกรายการ” ด้วยเช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Spot” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการหา “spot” ที่ดีในการถ่ายรูป หรือการนัดเจอที่ “spot” เดิม การ “spot” สิ่งของที่หายไป หรือแม้กระทั่งการที่ใครบางคนได้ “spot” ออกรายการโทรทัศน์ ก็ล้วนเป็นการนำคำว่า “Spot” มาใช้ในความหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน “Spot” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: จุด / ตำแหน่ง: ใช้เพื่อระบุสถานที่ที่แน่นอน เช่น “Let’s meet at this spot.” (เรามาเจอกันที่จุดนี้กันนะ) การมองเห็น /…

  • "Surprised” แปลว่า

    คำว่า “Surprised” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า รู้สึกประหลาดใจ ตกใจ หรือแปลกใจ โดยเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราพบเจอสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่เคยเจอมาก่อน หรือไม่เคยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อาจจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Surprised” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนเซอร์ไพรส์วันเกิด หรือเมื่อเจอข่าวที่ไม่คาดฝัน เป็นต้น การแสดงออกถึงความรู้สึกประหลาดใจนี้สามารถทำได้หลายแบบ ทั้งทางสีหน้า ท่าทาง หรือคำพูด เช่น การอุทานว่า “โอ้โห!” หรือ “ไม่น่าเชื่อเลย!” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Surprised” สื่อถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิด หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ความรู้สึกนี้อาจจะมาพร้อมกับความตื่นเต้น ความยินดี ความตกใจ หรือแม้กระทั่งความไม่สบายใจ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความประหลาดใจนั้น ตัวอย่างการใช้งาน ถ้ามีคนแอบจัดงานวันเกิดให้โดยที่เราไม่รู้มาก่อน พอเปิดประตูเข้าไปเจอเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมเสียงเพลง “สุขสันต์วันเกิด” เราก็จะรู้สึก “surprised” มากๆ หรือหากเรากำลังเดินอยู่แล้วมีลูกบอลลอยมาตกใส่หัวโดยไม่ทันตั้งตัว เราก็จะรู้สึก “surprised” เช่นกัน บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Surprised” มักถูกใช้ในบทสนทนาทั่วไปเพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน…

  • "มีม” แปลว่า

    มีม (Meme) คืออะไร? คำนี้อาจจะดูใหม่สำหรับบางคน แต่จริงๆ แล้วเราเห็นและใช้มันในชีวิตประจำวันกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ต มีม คือ รูปภาพ วิดีโอ ข้อความ หรือไอเดียบางอย่างที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อๆ กันอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ มักจะมีการดัดแปลงหรือต่อเติมเนื้อหาให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ทำให้เกิดเป็นเรื่องตลกขบขัน หรือสื่อสารอารมณ์บางอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นมีมปรากฏอยู่ทั่วไปบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram หรือแม้แต่ในแอปพลิเคชันแชทอย่าง LINE หรือ Messenger เมื่อมีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจ หรือมีประเด็นอะไรที่กำลังเป็นที่พูดถึง ผู้คนก็จะนำภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องมาสร้างเป็นมีมเพื่อแสดงความคิดเห็น หรือเพื่อสร้างความบันเทิง บางครั้งมีมก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในกลุ่มเพื่อน หรือในชุมชนออนไลน์ ที่ใช้มีมเป็นภาษากลางในการแสดงออกถึงความรู้สึก หรือการตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย ความหมายและการใช้งาน มีม (Meme) มาจากคำว่า “Meme” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งริชาร์ด ดอว์กินส์ นักชีววิทยาชาวอังกฤษ ได้บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 ในหนังสือ “The Selfish Gene” โดยมีความหมายถึง “หน่วยของวัฒนธรรม” ที่สามารถแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ในลักษณะเดียวกับการแพร่กระจายของยีนส์…

  • "Journal” แปลว่า

    “Journal” เป็นคำภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง บันทึกประจำวัน หรือ สมุดบันทึก ซึ่งเป็นที่ที่บุคคลหนึ่งใช้จดบันทึกเรื่องราว เหตุการณ์ ความคิด ความรู้สึก หรือข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หรือในช่วงเวลาหนึ่งๆ ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักใช้คำว่า “Journal” ในบริบทของการเขียนบันทึกส่วนตัว เพื่อเก็บเป็นความทรงจำ หรือเพื่อทบทวนตัวเอง อาจจะเป็นการเขียนถึงสิ่งที่ได้ทำไปในแต่ละวัน ความคิดที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งความฝันต่างๆ นอกจากนี้ “Journal” ยังสามารถหมายถึงวารสารวิชาการ หรือสิ่งพิมพ์ที่รวบรวมบทความวิจัยต่างๆ ที่ตีพิมพ์เป็นประจำอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Journal” มีความหมายหลักๆ คือ “บันทึกประจำวัน” หรือ “สมุดบันทึก” ใช้สำหรับจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่ต้องการเก็บไว้ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “วารสาร” ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอเนื้อหาวิชาการ งานวิจัย หรือบทความต่างๆ ที่ตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันชอบเขียน Journal ทุกคืนก่อนนอน เพื่อระบายความรู้สึก” หรือ “วารสารทางการแพทย์ฉบับนี้มีบทความวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคระบาด” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "Trees” แปลว่า

    คำว่า “Trees” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ต้นไม้” นั่นเองค่ะ เป็นคำนามที่ใช้เรียกพืชยืนต้นที่มีลำต้นแข็งแรง มีกิ่งก้านสาขา และใบไม้ โดยทั่วไปแล้วต้นไม้จะมีความสูงและมีอายุยืนยาวกว่าพืชประเภทอื่น ๆ เช่น พุ่มไม้ หรือหญ้า ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “trees” หรือ “ต้นไม้” ในหลากหลายบริบทค่ะ เราอาจจะพูดถึงการปลูกต้นไม้ในสวนหลังบ้าน การไปเดินเล่นในป่าที่มีต้นไม้เยอะ ๆ หรือพูดถึงประโยชน์ของต้นไม้ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การให้ร่มเงา การผลิตออกซิเจน หรือการเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น “family tree” ที่หมายถึงแผนผังแสดงเชื้อสายของครอบครัว ความหมายและการใช้งาน “Trees” หมายถึง ต้นไม้ ซึ่งเป็นพืชที่มีลำต้นแข็งแรง ลำต้นเดี่ยว มีกิ่งก้านสาขา มีใบ ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตที่เป็นพืชยืนต้นโดยทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน We planted three new trees in the garden. (เราปลูกต้นไม้ใหม่สามต้นในสวน) The…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *