"Not Yet” แปลว่า

“Not yet” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงว่าบางสิ่งบางอย่างยังไม่เกิดขึ้น หรือยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นการบอกว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ หรือต้องรออีกสักพักก่อนที่จะบรรลุเป้าหมายหรือทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Not yet” เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะของงานที่ยังทำไม่เสร็จ หรือเมื่อมีคนถามว่าทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือยัง เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “กินข้าวเย็นหรือยัง?” เราอาจตอบว่า “Not yet” ซึ่งหมายความว่ายังไม่ได้กินข้าวเย็น หรือเมื่อหัวหน้าถามว่า “รายงานเสร็จหรือยัง?” เราก็ตอบว่า “Not yet” เพื่อบอกว่ายังทำไม่เสร็จ

ความหมายและการใช้งาน

“Not yet” แปลตรงตัวว่า “ยังไม่” ใช้เพื่อบอกว่าสิ่งที่เรากำลังพูดถึงยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่สมบูรณ์ หรือยังไม่ถึงเวลาที่กำหนด เป็นการบ่งบอกถึงสถานะปัจจุบันที่ยังไม่บรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Are you ready to go?” “Not yet, I need five more minutes.” (คุณพร้อมจะไปหรือยัง? ยังไม่พร้อม ขอเวลาอีกห้านาที)
  • “Has the package arrived?” “Not yet, it should be here tomorrow.” (พัสดุมาถึงหรือยัง? ยังไม่มา น่าจะถึงพรุ่งนี้)
  • “Have you finished your homework?” “Not yet, I’m still working on it.” (ทำการบ้านเสร็จหรือยัง? ยังไม่เสร็จ กำลังทำอยู่)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Not yet” มักใช้ในการสนทนาทั่วไปในชีวิตประจำวัน เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของงาน การเตรียมตัว หรือเหตุการณ์ที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เป็นคำที่สุภาพและตรงไปตรงมาในการแจ้งว่าสิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้น

🔷 FAQ SECTION

“Not yet” ใช้เมื่อไหร่ได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อยังทำสิ่งใดไม่เสร็จ, ยังไม่ถึงเวลา, หรือยังไม่พร้อม

“Not yet” กับ “Not now” ต่างกันอย่างไร?

“Not yet” หมายถึงยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่เสร็จ แต่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นหรือเสร็จในอนาคต ส่วน “Not now” หมายถึงไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ อาจจะเพราะไม่สะดวก หรือไม่ต้องการทำในตอนนี้

Similar Posts

  • "Hold” แปลว่า

    คำว่า “Hold” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถือ” หรือ “จับ” ครับ แต่ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของคนไทย เรามักจะใช้คำนี้ในบริบทที่หลากหลายกว่านั้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพูดถึงการสื่อสารหรือการรอคอย ในสถานการณ์ทั่วไป เราอาจจะใช้คำว่า “Hold” เมื่อต้องการให้ใครบางคนรอสายโทรศัพท์ หรือเมื่อเราต้องการให้ใครบางคนยึดหรือจับสิ่งของบางอย่างไว้ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ในแอปพลิเคชันหรือบริการต่างๆ ที่หมายถึงการ “รอ” หรือ “ระงับ” การดำเนินการบางอย่างไว้ชั่วคราว ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Hold” หมายถึง การยึด, การจับ, การเหนี่ยวรั้ง หรือการรอคอย ในภาษาไทยเรามักจะแปลและใช้คำนี้ในความหมายของการ “รอสาย” ในการสนทนาทางโทรศัพท์ หรือในบริบทของแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น การกด “Hold” เพื่อพักการเล่นเพลง หรือการ “Hold” การสั่งซื้อสินค้าไว้ก่อน ตัวอย่างการใช้งาน ในการสนทนาทางโทรศัพท์: “กรุณา Hold สายรอสักครู่นะครับ/คะ” (Please hold the line for a moment.) ในแอปพลิเคชันเพลง: “กด…

  • "Century” แปลว่า

    คำว่า “Century” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ศตวรรษ” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 100 ปีค่ะ เรามักจะใช้คำว่า Century ในบริบทที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ยุคสมัย หรือการนับช่วงเวลาที่ยาวนาน เช่น การพูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 หรือการเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรอบ 100 ปีที่ผ่านมาค่ะ ความหมายและการใช้งาน Century หมายถึง ระยะเวลา 100 ปี เป็นหน่วยที่ใช้นับและอ้างอิงถึงช่วงเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ การพัฒนาของอารยธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างการใช้งาน ในประวัติศาสตร์ เราอาจได้ยินการกล่าวถึง “The 20th Century” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 ถึง ค.ศ. 2000 หรือ “The 21st Century” ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน (ค.ศ. 2001 ถึงปัจจุบัน) นอกจากนี้ยังอาจใช้ในการพูดถึงความสำเร็จหรือความก้าวหน้าในสาขาต่างๆ เช่น “A new century…

  • "Maintained” แปลว่า

    คำว่า “Maintained” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ได้รับการดูแลรักษา”, “ได้รับการคงสภาพไว้” หรือ “ได้รับการบำรุงรักษา” โดยสื่อถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี หรือยังคงทำงานได้อย่างปกติ ไม่ให้เสื่อมโทรมหรือเสียหายไปตามกาลเวลา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Maintained” ในบริบทต่างๆ เช่น การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ การบำรุงรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งาน หรือแม้กระทั่งการรักษาความสัมพันธ์ให้ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นการบอกว่ามีคนหรือมีกระบวนการที่คอยดูแลเอาใจใส่เพื่อให้สิ่งนั้นๆ ยังคงสภาพที่ดีไว้ได้ ความหมายและการใช้งาน “Maintained” มาจากกริยา “maintain” ซึ่งหมายถึง การดำรงไว้, การรักษาไว้, การดูแลรักษา, การบำรุงรักษา เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีตหรือส่วนขยาย (past participle) ที่ใช้อธิบายถึงสถานะของสิ่งนั้นๆ ว่า “ได้รับการ” ดูแลรักษาแล้ว หรือ “ยังคง” อยู่ในสภาพที่ได้รับการดูแล ตัวอย่างการใช้งาน The park is well maintained. (สวนสาธารณะแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี) He has maintained good health…

  • "Draft” แปลว่า

    คำว่า “Draft” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ฉบับร่าง” หรือ “ร่าง” ซึ่งหมายถึงเอกสาร ข้อความ หรือแผนงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อยู่ในขั้นตอนของการจัดทำเบื้องต้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะประกาศใช้จริง หรือส่งมอบให้ผู้อื่นพิจารณา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Draft” ในหลายบริบท เช่น เมื่อเราเขียนอีเมล เราอาจจะบันทึกเป็น “Draft” ไว้ก่อนเพื่อกลับมาอ่านทวน หรือเมื่อนักเขียนกำลังเขียนนิยาย ก็จะมี “Draft” แรกของเรื่องก่อนที่จะขัดเกลาจนสมบูรณ์ หรือแม้แต่ในการประชุม ทีมงานอาจจะทำ “Draft” ข้อเสนอโครงการเพื่อนำมาปรึกษากันก่อนนำเสนอผู้บริหาร ความหมายและการใช้งาน “Draft” หมายถึง สิ่งที่ถูกร่างขึ้นมาเบื้องต้น ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือแก้ไขอย่างละเอียด อาจจะเป็นเอกสาร รายงาน จดหมาย แผนงาน หรือแม้แต่ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่ยังไม่ได้โพสต์ การใช้งานจึงครอบคลุมตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงระดับมืออาชีพ ตัวอย่างการใช้งาน อีเมล: “ฉันบันทึกอีเมลนี้เป็น Draft ไว้ก่อนนะ เดี๋ยวค่อยส่ง” (I’ll save this email as a draft for…

  • "เจ๋ง” แปลว่า

    คำว่า “เจ๋ง” เป็นคำสแลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย มีความหมายหลักๆ คือ ดี ยอดเยี่ยม เยี่ยมยอด น่าประทับใจ หรือเท่ ในบริบทที่ต้องการแสดงความชื่นชมหรือเห็นด้วยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดูดี มีสไตล์ หรือมีความสามารถพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “เจ๋ง” ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่น่าสนใจ หรือแสดงความสามารถพิเศษที่น่าทึ่ง เราอาจจะอุทานว่า “โห เจ๋งมาก!” หรือเมื่อเห็นสินค้าหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดูทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เราก็อาจจะบอกว่า “รุ่นนี้เจ๋งจริงๆ” นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อแสดงความเห็นด้วยกับไอเดียหรือแผนงานที่ฟังดูดีและน่าสนใจ เช่น “ไอเดียนี้เจ๋งมากเลย ลองทำดูสิ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เจ๋ง” ใช้เพื่อสื่อถึงความรู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เหนือกว่าปกติ มีความโดดเด่น หรือน่าประทับใจ สามารถใช้กับคน สิ่งของ สถานการณ์ หรือความคิดก็ได้ โดยให้ความหมายไปในทางบวก แสดงถึงความยอดเยี่ยมหรือความเท่ ตัวอย่างการใช้งาน “การแสดงของวงดนตรีเมื่อคืนนี้เจ๋งมาก!” “รถคันใหม่ของเขาเท่เจ๋งไปเลย” “เธอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เจ๋งจริงๆ” “ไอเดียทำแอปพลิเคชันนี้ฟังดูเจ๋งดีนะ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “เจ๋ง” มักถูกใช้ในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการระหว่างเพื่อนฝูง หรือในกลุ่มคนที่คุ้นเคยกัน เป็นคำที่แสดงถึงความรู้สึกเป็นกันเองและแสดงความชื่นชมได้อย่างตรงไปตรงมา คำถามที่พบบ่อย…

  • "Hello” แปลว่า

    “Hello” เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีความหมายตรงตัวว่า “สวัสดี” หรือ “สวัสดีครับ/ค่ะ” เป็นคำที่ใช้เพื่อเริ่มต้นการสนทนา ทักทายผู้คน หรือแสดงความเป็นมิตร ในชีวิตประจำวัน คนไทยเราใช้คำว่า “Hello” ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ในการทักทายคนที่ไม่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังใช้กับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ เมื่อเราต้องการรับสาย หรือเมื่อเราโทรออกไปหาใครสักคน คำนี้ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกันเองและทันสมัยกว่าการใช้คำว่า “สวัสดี” เพียงอย่างเดียวในบางบริบท ความหมายและการใช้งาน “Hello” เป็นคำทักทายพื้นฐานที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรก การทักทายคนรู้จัก หรือแม้แต่การเริ่มต้นการสนทนาทางโทรศัพท์หรือในอีเมล ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเจอเพื่อน: “Hello! เป็นไงบ้าง?” เมื่อรับโทรศัพท์: “Hello? ใครพูดครับ/คะ?” เมื่อทักทายคนแปลกหน้า: “Hello, may I help you?” (สวัสดีครับ/ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ/คะ?) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Hello” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความเป็นกันเอง แต่ก็ยังคงความสุภาพ เหมาะสำหรับการทักทายในชีวิตประจำวันทั่วไป ทั้งการพบเจอตัวต่อตัว หรือผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความ “Hello”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *