"Desperately” แปลว่า

คำว่า “Desperately” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ อย่างสิ้นหวัง, อย่างสุดกำลัง, อย่างบ้าคลั่ง, หรืออย่างกระวนกระวายใจ โดยสื่อถึงการกระทำหรือความรู้สึกที่ทำไปเพราะต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมาก จนไม่สนใจผลที่จะตามมา หรือทำไปเพราะตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นจนแทบจะหมดหนทาง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Desperately” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การที่คนๆ หนึ่งพยายามอย่างหนักเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ หรือการแสดงออกถึงความต้องการที่รุนแรงจนทำให้ดูเหมือนคนเสียสติไปชั่วขณะ มันบ่งบอกถึงภาวะที่จิตใจถูกกดดันอย่างหนัก จนต้องทำอะไรบางอย่างออกไปอย่างสุดแรงเกิด

ความหมายและการใช้งาน

“Desperately” ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของการกระทำที่แสดงถึงความสิ้นหวัง ความเร่งรีบ หรือความต้องการอย่างรุนแรง มักใช้ในบริบทที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือต้องการบางสิ่งบางอย่างอย่างที่สุด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • He was desperately looking for his lost wallet. (เขากำลังตามหากระเป๋าสตางค์ที่หายไปอย่างสิ้นหวัง)
  • She needed the money desperately. (เธอต้องการเงินนั้นอย่างมากจริงๆ)
  • The team fought desperately to win the championship. (ทีมต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อคว้าแชมป์)

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักปรากฏในข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้คนต้องพยายามเอาชีวิตรอด หรือในเรื่องราวที่แสดงถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดของตัวละครเพื่อบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ

“Desperately” หมายถึงอะไร?

“Desperately” หมายถึง การทำอะไรบางอย่างด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง หรือต้องการอย่างมาก จนต้องทำทุกวิถีทาง

ใช้ “Desperately” ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างสุดกำลัง ความเร่งรีบอย่างมาก หรือความสิ้นหวังที่เกิดขึ้น เช่น การตามหาสิ่งของที่หายไป การพยายามเอาชีวิตรอด หรือการทำอะไรบางอย่างเพื่อเป้าหมายที่สำคัญ

Similar Posts

  • "Right” แปลว่า

    คำว่า “Right” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยๆ คือ “ถูกต้อง” หรือ “ถูก” ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความสอดคล้องกับความเป็นจริง ความเหมาะสม หรือมาตรฐานที่ยอมรับกัน นอกจากนี้ “Right” ยังสามารถหมายถึง “สิทธิ” ในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Right” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นด้วยกับความคิดเห็นของใครบางคน เราอาจจะพูดว่า “That’s right!” ซึ่งหมายถึง “ใช่เลย ถูกต้องเลย” หรือเมื่อเราตอบคำถามถูกต้อง เราก็จะได้รับคำชมว่า “You got it right!” หรือ “Your answer is right.” ในแง่ของสิทธิ เราอาจได้ยินคำว่า “human rights” ซึ่งหมายถึง “สิทธิมนุษยชน” หรือ “the right to free speech” คือ “สิทธิในการพูดอย่างเสรี” ความหมายและการใช้งาน “Right”…

  • "For” แปลว่า

    คำว่า “for” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยโดยทั่วไปแล้วจะมีความหมายหลักๆ คือ “สำหรับ” หรือ “เพื่อ” เป็นคำบุพบท (preposition) ที่ใช้บ่งบอกถึงจุดประสงค์ ผู้รับ หรือเป้าหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและได้ยินคำว่า “for” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การซื้อของให้ใครสักคน การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อประโยชน์ของใครบางคน หรือการระบุวัตถุประสงค์ของการกระทำนั้นๆ เป็นคำที่ใช้บ่อยและมีความสำคัญในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “for” คือ “สำหรับ” หรือ “เพื่อ” ใช้เพื่อแสดงถึง: ผู้รับ: สิ่งของหรือการกระทำนั้นมีไว้ให้ใคร เช่น “This gift is for you.” (ของขวัญชิ้นนี้สำหรับคุณ) วัตถุประสงค์/เป้าหมาย: ทำสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร เช่น “I’m studying for the exam.” (ฉันกำลังอ่านหนังสือเพื่อสอบ) ระยะเวลา: ใช้บ่งบอกระยะเวลา เช่น “I lived there for…

  • "Mid” แปลว่า

    คำว่า “Mid” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กลาง” หรือ “ตรงกลาง” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ระหว่างสองสิ่ง ระยะทาง หรือช่วงเวลา เรามักจะได้ยินคำว่า “Mid” ในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง เช่น ในบริบทของการประชุม เราอาจได้ยินคำว่า “mid-meeting” ซึ่งหมายถึงช่วงกลางของการประชุม หรือในการพูดถึงช่วงเวลาของวัน อาจมีการใช้คำว่า “mid-day” หมายถึงตอนกลางวัน หรือ “mid-afternoon” คือช่วงบ่ายแก่ๆ ในวงการธุรกิจ อาจมีการพูดถึง “mid-career” ซึ่งหมายถึงช่วงกลางของอาชีพการงาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mid” เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษ ทำหน้าที่เป็นคำนำหน้า (prefix) หรือเป็นส่วนหนึ่งของคำประสม เพื่อระบุตำแหน่งหรือช่วงเวลาที่อยู่ตรงกลาง ตัวอย่าง Mid-term: การสอบกลางภาค Mid-point: จุดกึ่งกลาง Mid-size: ขนาดกลาง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Mid” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายบริบท ทั้งในเรื่องของเวลา สถานที่ ขนาด และระดับต่างๆ เพื่อสื่อสารให้เข้าใจถึงตำแหน่งหรือช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด 🔷 FAQ…

  • "Stacked” แปลว่า

    “Stacked” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยในหลายบริบท โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “วางซ้อนกัน” หรือ “เรียงเป็นชั้น” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับสิ่งของที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “stacked” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การพูดถึงกองเอกสารที่วางซ้อนกันสูง การเรียงหนังสือบนชั้น หรือแม้กระทั่งการพูดถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเกี่ยวพันกันเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงการมีบางสิ่งบางอย่างจำนวนมากหรือมีความสำคัญที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ความหมายและการใช้งาน “Stacked” หมายถึงการจัดวางสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปให้ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ หรือการรวมกลุ่มของสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าด้วยกัน คำนี้สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งที่จับต้องได้และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตัวอย่างการใช้งาน สิ่งของ: “My books are stacked high on the desk.” (หนังสือของฉันวางซ้อนกันสูงอยู่บนโต๊ะ) ข้อมูล: “The data is stacked in different categories for analysis.” (ข้อมูลถูกจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อการวิเคราะห์) ความสัมพันธ์: “Their problems were stacked up, one after another.” (ปัญหาของพวกเขาวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ…

  • "Monday” แปลว่า

    Monday” แปลว่า วันจันทร์ ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ตามปฏิทินสากล เป็นวันที่หลายคนเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมต่างๆ หลังจากหยุดพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Monday” หรือ “วันจันทร์” บ่อยครั้งในบริบทของการเริ่มต้นสัปดาห์ เช่น “พรุ่งนี้วันจันทร์แล้ว ต้องตื่นเช้าหน่อย” หรือ “งานเยอะมากเลยตั้งแต่วันจันทร์” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงความรู้สึกที่ต้องกลับมาทำงานหลังวันหยุดยาว เช่น “หมดวันหยุดแล้ว รู้สึกเหมือนเป็น Monday อีกครั้ง” หรือใช้ในการวางแผนต่างๆ เช่น “นัดประชุมวัน Monday นะ” ซึ่งหมายถึงการนัดหมายในวันจันทร์นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Monday” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “วันจันทร์” ในภาษาไทย เป็นวันที่อยู่ถัดจากวันอาทิตย์ และมาก่อนวันอังคาร เป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์การทำงานและการเรียนของคนส่วนใหญ่ทั่วโลก ตัวอย่างการใช้งาน “I have a meeting next Monday.” (ฉันมีประชุมในวันจันทร์หน้านี้) “How was your Monday?” (วันจันทร์ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?) “I hate…

  • "Flooding” แปลว่า

    “Flooding” แปลว่า “น้ำท่วม” หรือ “ภาวะน้ำท่วม” ครับ เป็นสถานการณ์ที่น้ำปริมาณมากไหลเอ่อล้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร เข้าท่วมพื้นที่ที่ปกติแห้งแล้ง โดยมักเกิดขึ้นจากการมีปริมาณน้ำฝนมากผิดปกติ การละลายของหิมะอย่างรวดเร็ว หรือการเกิดพายุซัดฝั่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “flooding” หรือ “น้ำท่วม” บ่อยครั้งเมื่อมีสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่น “กรุงเทพฯ เผชิญภาวะ flooding ในบางพื้นที่หลังฝนตกหนัก” หรือ “เขื่อนกำลังเผชิญกับระดับน้ำที่สูงขึ้นจนอาจเกิด flooding ได้” คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้สื่อสารเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างกว้างขวาง ความหมายและการใช้งาน “Flooding” หมายถึง สภาวะที่น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป การระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล การใช้งานในชีวิตประจำวันมักใช้เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเพื่อเตือนภัย ตัวอย่างการใช้งาน “หลายหมู่บ้านริมแม่น้ำกำลังเตรียมรับมือกับภาวะ flooding ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน” “ระบบระบายน้ำในเมืองนี้มีปัญหา ทำให้เกิด flooding ง่ายเมื่อมีฝนตกหนัก” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “flooding” มักถูกใช้ในบริบทของข่าวสาร…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *