"Cracked” แปลว่า

คำว่า “Cracked” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงสภาพที่แตก, ร้าว, หรือมีรอยแยก โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับวัตถุที่เป็นของแข็งที่เกิดความเสียหายจนปรากฏรอยแตกหรือรอยร้าวขึ้นมา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cracked” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงสิ่งของที่ชำรุดไปจนถึงการอธิบายสภาพจิตใจที่เปราะบาง หรือแม้แต่การพูดถึงการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนจนเหมือนจะ “แตก” ออกมา การใช้คำนี้จะช่วยให้เราสื่อสารลักษณะของความเสียหายหรือความเปราะบางได้อย่างตรงไปตรงมา

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Cracked” หมายถึง มีรอยแตก, ร้าว, หรือแยกออกจากกัน มักใช้กับวัตถุที่แตกหักเสียหาย เช่น แก้วแตก, กระจกร้าว, หรือพื้นผิวที่เป็นรอยแยก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายสภาพจิตใจที่อ่อนแอ เปราะบาง หรือไม่มั่นคงได้เช่นกัน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Cracked screen: หน้าจอแตก (เช่น หน้าจอมือถือ, แท็บเล็ต)
  • Cracked voice: เสียงแหบพร่า หรือเสียงที่แสดงถึงความเหนื่อยล้า/อารมณ์
  • The vase is cracked: แจกันใบนั้นมีรอยร้าว
  • He has a cracked sense of humor: เขามีอารมณ์ขันที่แปลกประหลาด/ไม่เหมือนใคร (อาจจะออกแนวตลกร้าย)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Cracked” มักถูกใช้ในบริบทของการอธิบายสภาพของสิ่งของที่เสียหายทางกายภาพ หรือในบริบทที่ต้องการสื่อถึงความเปราะบางทางอารมณ์หรือจิตใจ นอกจากนี้ยังอาจพบเห็นได้ในการอธิบายปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งดูเหมือนจะ “แตก” หรือคลี่คลายออกมาได้

หน้าจอโทรศัพท์ “Cracked” คืออะไร?

หมายถึง หน้าจอโทรศัพท์มีรอยแตกหรือร้าว ซึ่งอาจเกิดจากการตกหล่นหรือแรงกระแทก ทำให้การแสดงผลผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์

“Cracked” ใช้กับคนได้ไหม?

ได้ครับ ในบางบริบท “Cracked” สามารถใช้เพื่ออธิบายสภาพจิตใจหรืออารมณ์ของคนได้ เช่น “He’s cracked under the pressure” หมายถึง เขาทนรับแรงกดดันไม่ไหวและมีอาการทางจิตใจที่ผิดปกติไป

มีคำอื่นที่แปลว่า “Cracked” ไหม?

ในภาษาไทย คำที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “แตก” หรือ “ร้าว” ซึ่งจะเลือกใช้คำไหนขึ้นอยู่กับลักษณะของความเสียหายและบริบทที่ต้องการสื่อสาร

Similar Posts

  • "Reaches” แปลว่า

    คำว่า “Reaches” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วแปลว่า “การไปถึง” หรือ “การขยายขอบเขตไปถึง” เป็นการแสดงถึงการกระทำที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถส่งผล หรือครอบคลุมไปถึงจุดใดจุดหนึ่ง หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Reaches” ในบริบทต่างๆ เช่น การสื่อสาร การตลาด หรือแม้แต่การเดินทาง เมื่อพูดถึงการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การขยายสาขา หรือการส่งข้อความไปถึงใครบางคน ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจจะพูดว่า “Our product reaches millions of customers worldwide” ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายล้านคนทั่วโลก หรืออาจจะใช้ในความหมายของการไปถึงสถานที่ เช่น “The hiking trail reaches the summit of the mountain” หมายถึงเส้นทางเดินป่านั้นพาเราไปถึงยอดเขาได้ ความหมายและการใช้งาน “Reaches” มาจากคำกริยา “reach” ที่แปลว่า “ไปถึง” เมื่อเติม s เข้าไป จะกลายเป็นรูปพหูพจน์ หรือใช้ในบริบทที่ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he,…

  • "Order” แปลว่า

    คำว่า “Order” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน โดยมีความหมายหลักๆ คือ “คำสั่ง” หรือ “คำสั่งซื้อ” ซึ่งใช้ได้ในหลายบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Order” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราไปสั่งอาหารที่ร้านอาหาร พนักงานก็จะถามว่า “รับ Order อะไรคะ/ครับ?” หรือเมื่อเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ระบบก็จะแจ้งว่า “Order ของคุณได้รับการยืนยันแล้ว” นอกจากนี้ยังใช้ในแวดวงธุรกิจ หมายถึงการออกคำสั่ง หรือการรับคำสั่งซื้อสินค้า/บริการต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Order” มีความหมายได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท: คำสั่ง: การบอกให้ใครทำอะไรบางอย่าง เช่น คำสั่งจากหัวหน้างาน คำสั่งซื้อ: การสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น สั่งซื้ออาหาร, สั่งซื้อของออนไลน์ ลำดับ: การจัดเรียงสิ่งต่างๆ ตามลำดับ เช่น Order ของตัวอักษร ระเบียบ: การจัดระเบียบให้เรียบร้อย ตัวอย่างการใช้งาน ร้านอาหาร: “รับ Order อะไรดีคะ?” (หมายถึง รับรายการอาหารที่ลูกค้าต้องการสั่ง)…

  • "Bestest” แปลว่า

    คำว่า “Bestest” เป็นคำที่ใช้ในภาษาอังกฤษเพื่อแสดงระดับสูงสุดของความดีหรือความเป็นเลิศ โดยทั่วไปแล้วคำว่า “best” ก็หมายถึงดีที่สุดอยู่แล้ว แต่การเติม “-est” เข้าไปอีกครั้งเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความสุดยอด เหนือกว่าทุกสิ่งอย่าง หรือดีที่สุดอย่างไม่มีอะไรเทียบได้ เป็นการใช้ที่อาจจะดูไม่เป็นทางการนัก แต่ก็สื่อสารความหมายได้อย่างชัดเจนและมีพลัง ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Bestest” บ่อยนัก เพราะคำว่า “best” ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสื่อสาร แต่ในบางสถานการณ์ที่ต้องการแสดงความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือประทับใจมากๆ อาจจะมีการใช้คำนี้เพื่อเพิ่มน้ำเสียงให้ดูสนุกสนานหรือเป็นกันเองมากขึ้น เช่น เด็กๆ อาจจะใช้คำนี้กับของเล่นที่ชอบที่สุด หรือเมื่อพูดถึงคนที่รักมากๆ หรือในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ใช้ภาษาแบบเล่นคำกัน ก็อาจจะได้ยินคำนี้ในบทสนทนาบ้าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bestest” ไม่ใช่คำที่เป็นทางการในภาษาอังกฤษ แต่เป็นการนำคำว่า “best” ซึ่งแปลว่า “ดีที่สุด” มาเติมปัจจัย “-est” ซ้ำเข้าไปอีกเพื่อให้ความหมายดูสุดยอด ยอดเยี่ยม หรือดีที่สุดแบบทวีคูณ เป็นการเน้นย้ำเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความพิเศษเหนือกว่าคำว่า “best” ปกติ การใช้งานจึงมักจะอยู่ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการแสดงอารมณ์ที่เข้มข้น ตัวอย่างการใช้งาน ถ้ามีคนถามว่า “What is your favorite ice…

  • "Costly” แปลว่า

    คำว่า “Costly” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีราคาสูง มีค่าใช้จ่ายมาก หรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Costly” ในบริบทที่เกี่ยวกับการเงิน หรือผลกระทบที่ตามมาจากการตัดสินใจบางอย่าง เช่น การซื้อของที่แพงเกินไป หรือการกระทำบางอย่างที่ส่งผลเสียในระยะยาว ความหมายและการใช้งาน “Costly” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท ดังนี้ มีราคาสูง (Expensive): ใช้กับสิ่งของหรือบริการที่มีราคาแพง มีค่าใช้จ่ายมาก (High-cost): ใช้กับโครงการ กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเสียหาย (Damaging/Harmful): ใช้กับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือการสูญเสียที่เกิดขึ้น ตัวอย่าง “That new car is very costly.” (รถคันใหม่คันนั้นแพงมาก) “The war has been a costly affair for both sides.” (สงครามเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับทั้งสองฝ่าย) “Ignoring the warning signs…

  • "Chained” แปลว่า

    คำว่า “Chained” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ถูกล่าม” หรือ “ถูกผูกมัด” โดยใช้โซ่ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว ในบริบทที่กว้างขึ้น คำนี้สามารถสื่อถึงการถูกผูกมัดด้วยภาระหน้าที่ ข้อผูกมัด หรือสถานการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถเป็นอิสระได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Chained” ในหลายสถานการณ์ เช่น สัตว์เลี้ยงที่ถูกล่ามไว้ หรือแม้แต่ในความหมายเชิงเปรียบเทียบอย่าง คนที่รู้สึก “chained” กับงานที่ทำอยู่จนไม่มีเวลาให้ชีวิตส่วนตัว หรือสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกพันธนาการจนทำอะไรไม่ได้ ความหมายและการใช้งาน โดยหลักแล้ว “Chained” หมายถึงการถูกยึดติดหรือผูกมัดด้วยโซ่ หรือสายรัด ซึ่งทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่ในทางเปรียบเทียบ คำนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงสภาวะที่บุคคลหรือสิ่งใดก็ตามถูกจำกัดด้วยปัจจัยภายนอก หรือภาระผูกพันที่ทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ตัวอย่างการใช้งาน Chained dog: สุนัขที่ถูกล่ามโซ่ไว้ Feeling chained to my job: รู้สึกผูกมัดกับงานมากจนไม่มีอิสระ Chained by debt: ถูกพันธนาการด้วยหนี้สิน บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Chained” มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงการถูกจำกัดอิสรภาพ หรือการถูกผูกมัดอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นการถูกพันธนาการทางกายภาพ หรือในเชิงนามธรรมที่เกี่ยวกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือข้อจำกัดต่างๆ…

  • "Loan” แปลว่า

    คำว่า “Loan” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เงินกู้” หรือ “การให้กู้ยืมเงิน” เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่บุคคลหรือองค์กรหนึ่ง (ผู้กู้) ได้รับเงินจำนวนหนึ่งจากอีกบุคคลหรือองค์กรหนึ่ง (ผู้ให้กู้) โดยมีข้อตกลงว่าจะต้องชำระคืนเงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Loan” ในบริบทต่างๆ เช่น การขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้าน (mortgage loan) หรือซื้อรถยนต์ (car loan) หรือการขอกู้เงินส่วนบุคคล (personal loan) สำหรับใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งการกู้ยืมเพื่อการศึกษา (student loan) การทำ Loan เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้บุคคลหรือธุรกิจสามารถเข้าถึงเงินทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตหรือการเติบโตได้ ความหมายและการใช้งาน “Loan” หมายถึง การยืมเงินหรือการให้ยืมเงิน โดยผู้กู้จะต้องชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ ตัวอย่างการใช้งาน “I need to take out a loan to buy a new car.” (ฉันต้องการขอ เงินกู้ เพื่อซื้อรถคันใหม่)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *