"Busted” แปลว่า

คำว่า “Busted” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกจับได้” หรือ “ถูกจับกุม” ค่ะ เป็นคำที่ใช้เมื่อมีคนทำผิดกฎ หรือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วมีคนอื่นมารู้เห็นหรือจับได้ในขณะนั้น หรือหลังจากนั้น

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Busted” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาเด็กๆ แอบทำอะไรลับหลังพ่อแม่ แล้วพ่อแม่มาเห็นพอดี ก็อาจจะพูดว่า “You’re busted!” (โดนจับได้แล้ว!) หรือในกรณีที่ใครบางคนพยายามจะโกหก หรือปิดบังความจริง แล้วความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมา ก็อาจจะบอกว่า “He got busted trying to lie.” (เขาโดนจับได้ตอนพยายามจะโกหก) เป็นคำที่สื่อถึงการถูกจับได้คาหนังคาเขา หรือถูกเปิดโปงความผิดนั่นเองค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Busted” แปลว่า ถูกจับได้, ถูกเปิดโปง, หรือถูกจับกุม ส่วนใหญ่ใช้ในบริบทที่ใครบางคนทำอะไรผิด หรือพยายามจะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วมีคนรู้เห็นหรือจับได้ ทำให้แผนการหรือการกระทำนั้นๆ ล้มเหลวไป

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “I saw him sneaking a cookie before dinner. He’s busted!” (ฉันเห็นเขากำลังแอบหยิบคุกกี้ก่อนอาหารเย็น โดนจับได้แล้ว!)
  • “The police busted the drug ring.” (ตำรวจจับกุมแก๊งค้ายาได้)
  • “She tried to cheat on the test, but the teacher busted her.” (เธอพยายามจะโกงข้อสอบ แต่ครูจับได้)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Busted” มักจะใช้ในภาษาพูดทั่วไป ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ หรือใช้เมื่อพูดถึงการถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเมื่อมีใครบางคนถูกจับได้ว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎเล็กๆ น้อยๆ

“Busted” ใช้ในความหมายเชิงลบเสมอใช่ไหม?

โดยส่วนใหญ่แล้ว “Busted” จะมีความหมายเชิงลบ เพราะสื่อถึงการถูกจับได้ว่าทำผิด แต่บางครั้งก็อาจจะใช้ในเชิงขี้เล่น เช่น เมื่อเพื่อนแกล้งกันแล้วถูกจับได้ ก็อาจจะพูดติดตลกได้ค่ะ

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “Busted” ไหม?

มีค่ะ คำที่ใกล้เคียงกัน เช่น “caught” (ถูกจับได้), “apprehended” (ถูกจับกุม – เป็นทางการกว่า), “exposed” (ถูกเปิดโปง)

Similar Posts

  • "Scold” แปลว่า

    คำว่า “Scold” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การดุด่าว่ากล่าว ตักเตือน หรือตำหนิใครบางคนด้วยความไม่พอใจ มักจะใช้เมื่อต้องการแสดงความผิดหวัง โกรธ หรือไม่เห็นด้วยกับการกระทำของบุคคลนั้นๆ เป็นการสื่อสารที่เน้นการแสดงอารมณ์ตำหนิหรือสั่งสอน. ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Scold” หรือการกระทำที่ตรงกับความหมายนี้อยู่บ่อยครั้ง เช่น พ่อแม่ดุด่าลูกที่ทำผิด พ่อครัวตำหนิลูกน้องที่ทำงานผิดพลาด หรือแม้แต่เพื่อนที่ตักเตือนกันเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง การ “Scold” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้คำพูดรุนแรงเท่านั้น แต่อาจเป็นการแสดงสีหน้า ท่าทาง หรือน้ำเสียงที่สื่อถึงความไม่พอใจและต้องการให้ปรับปรุงพฤติกรรม. ความหมายและการใช้งาน “Scold” แปลว่า การตำหนิ, การดุด่า, การว่ากล่าว. มักใช้เมื่อต้องการแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำผิดพลาด หรือการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของผู้อื่น. ตัวอย่าง The teacher had to scold the student for being late again. (คุณครูต้องดุด่านักเรียนที่มาสายอีกแล้ว) My mother always scolds me when I don’t clean…

  • "Bond” แปลว่า

    คำว่า “Bond” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ได้แก่ การผูกพัน การเชื่อมโยง หรือข้อผูกมัดครับ โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ หรือข้อตกลงต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Bond” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวที่รู้สึกผูกพันกันมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงข้อตกลงหรือพันธะสัญญาที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น การทำสัญญาการจ้างงาน หรือข้อตกลงทางธุรกิจที่สร้าง “Bond” หรือข้อผูกมัดระหว่างสองฝ่าย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bond” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การผูกพัน/ความผูกพัน: ใช้กับความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์ เช่น ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก หรือความผูกพันในมิตรภาพ พันธะ/ข้อผูกมัด: ใช้กับข้อตกลงหรือสัญญาที่ทำให้ต้องปฏิบัติตาม เช่น ข้อผูกมัดทางกฎหมาย หรือข้อผูกมัดทางศีลธรรม ตราสารหนี้ (ในทางการเงิน): หมายถึง ใบหุ้นกู้ที่แสดงถึงการกู้ยืมเงิน ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้มีพันธะต้องจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้กับผู้ถือตราสาร ตัวอย่างการใช้งาน “ทั้งสองคนมีความ Bond ที่แน่นแฟ้นมากจากการทำงานร่วมกันมานาน” (ในที่นี้หมายถึงความผูกพัน) “การเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นการสร้าง Bond ทางธุรกิจที่สำคัญ” (ในที่นี้หมายถึงข้อผูกมัด/พันธะ) “เขาลงทุนใน Bond ของบริษัทเพื่อหวังผลตอบแทนจากดอกเบี้ย” (ในที่นี้หมายถึงตราสารหนี้)…

  • "Punch” แปลว่า

    คำว่า “Punch” ในภาษาไทยนั้นสามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว ความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันมีดังนี้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Punch” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงการต่อสู้ การชกมวย หรือแม้กระทั่งการทำเครื่องดื่ม บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงการแสดงออกที่ทรงพลัง หรือการพูดจาที่ตรงไปตรงมาจนทำให้คนฟังรู้สึกสะดุ้งได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Punch” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง การชก การต่อย หรือการใช้หมัดเพื่อทำร้าย หรือป้องกันตัว นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง การเจาะ การปั๊ม หรือการทำให้เกิดรูด้วยเครื่องมือบางอย่าง ในอีกความหมายหนึ่ง “Punch” ยังใช้เรียกเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ผสมผลไม้หลายชนิดเข้าด้วยกัน ตัวอย่างการใช้งาน การชก: นักมวยเตรียมปล่อยหมัด punch ใส่คู่ต่อสู้ การเจาะ: ใช้เครื่อง punch เพื่อเจาะรูบนแผ่นโลหะ เครื่องดื่ม: เราสั่ง punch ผลไม้มาดื่มในงานปาร์ตี้ เปรียบเปรย: คำพูดของเขาเหมือน punch ตรงเข้ากลางใจ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Punch” มักถูกใช้ในบริบทของการแข่งขันกีฬา เช่น มวย…

  • "Reboot” แปลว่า

    คำว่า “Reboot” ในภาษาไทยมีความหมายโดยรวมว่า การเริ่มต้นใหม่ หรือ การกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากหยุดไป มักใช้กับระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดปัญหา หรือต้องการให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reboot” บ่อยครั้งเมื่อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนของเราทำงานช้าลง ค้าง หรือมีปัญหาแปลกๆ ผู้คนมักจะแนะนำให้ลอง “Reboot” เครื่อง ซึ่งก็คือการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ เพื่อให้ระบบได้เคลียร์ข้อมูลชั่วคราวและเริ่มต้นการทำงานใหม่ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะหายไป นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการเริ่มต้นโครงการใหม่ หรือการปรับเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ที่ทำให้ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Reboot” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึงการรีสตาร์ทระบบ หรือการเริ่มต้นใหม่ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือเพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้ตามปกติ การ Reboot คือการปิดเครื่องหรือโปรแกรมนั้นๆ แล้วเปิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะช่วยล้างหน่วยความจำชั่วคราวและเริ่มกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด ตัวอย่างการใช้งาน หากคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าผิดปกติ หรือโปรแกรมค้างบ่อยๆ คำแนะนำแรกที่มักจะได้รับคือ “ลอง Reboot เครื่องดูสิ” หรือในกรณีที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และต้องการเปลี่ยนทิศทางทั้งหมด อาจมีการกล่าวว่า “เราต้อง Reboot โปรเจกต์นี้ใหม่ทั้งหมด” ก็หมายถึงการกลับมาเริ่มต้นใหม่นั่นเอง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า…

  • "Story” แปลว่า

    คำว่า “Story” ในภาษาไทยมีความหมายโดยทั่วไปว่า “เรื่องราว” หรือ “นิทาน” เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ ความเป็นไป หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึก หรือให้ความบันเทิงแก่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Story” ในหลากหลายบริบท เช่น การเล่าเรื่องส่วนตัวให้เพื่อนฟัง การอ่านนิยาย การดูหนัง หรือแม้กระทั่งการโพสต์เรื่องราวสั้นๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งในกรณีหลังนี้ คำว่า “Story” มักจะหมายถึงเนื้อหาที่โพสต์แล้วจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง เช่น Instagram Stories หรือ Facebook Stories ความหมายและการใช้งาน “Story” หมายถึง การเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น เรื่องยาว เรื่องจริง เรื่องสมมติ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยมีโครงสร้างที่ประกอบด้วย ตัวละคร เหตุการณ์ และฉาก เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจและติดตามเนื้อหาได้ ตัวอย่างการใช้งาน การเล่าเรื่องส่วนตัว: “เมื่อวานไปเที่ยวทะเลมา มีเรื่องสนุกๆ…

  • "Hard” แปลว่า

    คำว่า “Hard” เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง “แข็ง” หรือ “ยาก” ซึ่งเป็นความหมายที่ตรงไปตรงมาที่สุด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Hard” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงวัตถุที่จับต้องได้และมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่นิ่ม หรือเมื่อพูดถึงสถานการณ์ ปัญหา หรือการเรียนที่ต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ และสมาธิอย่างมากเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Hard” คือ: แข็ง (ไม่นิ่ม): ใช้กับวัตถุหรือสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น “hard rock” (หินแข็ง) หรือ “hard plastic” (พลาสติกแข็ง) ยาก (ลำบาก): ใช้กับสถานการณ์ งาน หรือการเรียนที่ต้องใช้ความพยายามมาก เช่น “hard work” (งานหนัก), “hard exam” (ข้อสอบยาก) หรือ “a hard time” (ช่วงเวลาที่ยากลำบาก) หนัก…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *