"Building” แปลว่า

คำว่า “Building” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ อยู่ 2 ความหมาย คือ การกระทำที่เป็นกริยา และสิ่งก่อสร้างที่เป็นคำนาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Building” ในบริบทของการก่อสร้าง หรือการสร้างอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้น เช่น การกำลังสร้างบ้าน หรือการกำลังพัฒนาโครงการใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังหมายถึงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เราเห็นกันทั่วไป เช่น ตึกสูง หรือสำนักงาน

ความหมายและการใช้งาน

ความหมายที่ 1: การกระทำ (กริยา) หมายถึง การสร้าง การก่อขึ้น การพัฒนา หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น เช่น Building a house (กำลังสร้างบ้าน), Building a relationship (การสร้างความสัมพันธ์)

ความหมายที่ 2: สิ่งก่อสร้าง (คำนาม) หมายถึง อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือโครงสร้างที่สร้างขึ้น เช่น The new office building (อาคารสำนักงานแห่งใหม่), A historical building (อาคารเก่าแก่)

ตัวอย่างการใช้งาน

ในฐานะกริยา: “They are building a new bridge across the river.” (พวกเขากำลังสร้างสะพานใหม่ข้ามแม่น้ำ)

ในฐานะคำนาม: “This is a very old building with a lot of history.” (นี่เป็นอาคารที่เก่าแก่มากและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Building” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง สถาปัตยกรรม หรือการพัฒนาต่างๆ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ หรือการพัฒนาทักษะในเชิงนามธรรมด้วย

🔷 FAQ SECTION

“Building” เป็นคำนามหรือกริยา?

“Building” สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและกริยา ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งานในประโยค

ตัวอย่างอื่นของ “Building” ที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง?

เช่น “Building trust” (การสร้างความไว้วางใจ) หรือ “Building a team” (การสร้างทีม) ซึ่งเป็นการสร้างในเชิงนามธรรม

Similar Posts

  • "Stocks” แปลว่า

    “Stocks” หมายถึง หุ้น หรือหน่วยลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เปรียบเสมือนการที่เราเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ของบริษัทนั้นๆ เมื่อเราซื้อหุ้น เราก็จะได้สิทธิบางประการ เช่น สิทธิในการรับเงินปันผล (ถ้าบริษัทมีกำไรและประกาศจ่าย) และอาจมีสิทธิในการออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Stocks” หรือ “หุ้น” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่มีข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น การลงทุน หรือเศรษฐกิจ เช่น เวลาที่นักข่าวพูดถึงว่า “ราคาหุ้นของบริษัท A ขึ้น/ลง” หรือเวลาที่เราเห็นคนคุยกันเรื่องการซื้อขายหุ้นในแอปพลิเคชันการลงทุน หรือแม้กระทั่งเวลาที่มีการพูดถึงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ เช่น SET Index ซึ่งก็คือการรวมราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั่นเอง การลงทุนในหุ้นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออมเงินและสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน ความหมายและการใช้งาน “Stocks” ในบริบทของการเงินและการลงทุน หมายถึง ตราสารทุนหรือหุ้นสามัญ ซึ่งแสดงถึงความเป็นเจ้าของในบริษัทนั้นๆ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของบริษัทตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือ โดยทั่วไปแล้ว ราคาของหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลการดำเนินงานของบริษัท สภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยอื่นๆ ในตลาด ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันซื้อStocksของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ราคาขึ้นมาเยอะเลย” “เขาขาดทุนจากการลงทุนในStocksเพราะไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน” “ตลาดStocksวันนี้ผันผวนมาก นักลงทุนหลายคนกำลังจับตาดูสถานการณ์” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Stocks”…

  • "Secret” แปลว่า

    คำว่า “Secret” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความลับ หรือสิ่งที่ไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ เป็นข้อมูลหรือเรื่องราวที่มีการเก็บงำไว้ ไม่ให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ อาจเป็นความลับส่วนบุคคล ความลับขององค์กร หรือแม้แต่ความลับของชาติก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Secret” เพื่ออธิบายถึงเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ เช่น “นี่เป็น secret ของฉันนะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด” หรืออาจใช้ในบริบทของการบอกเคล็ดลับบางอย่างที่ทำให้ประสบความสำเร็จ เช่น “เคล็ดลับความอร่อยของร้านนี้คือ secret ingredient ที่ไม่มีใครรู้” นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการกระทำที่ต้องทำอย่างลับๆ เช่น “เขาแอบทำ secret project อยู่” แสดงถึงการทำงานที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ ความหมายและการใช้งาน “Secret” หมายถึง สิ่งที่ถูกเก็บไว้ ไม่ถูกเปิดเผย หรือไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป การใช้งานมักจะเกี่ยวข้องกับการปกปิดข้อมูล การเก็บงำความจริง หรือการมีสิ่งพิเศษที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ฉันมี secret ที่จะบอกเธอ” (I have a secret to tell you.) –…

  • "Competitors” แปลว่า

    คำว่า “Competitors” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง คู่แข่ง หรือ กลุ่มของบุคคล บริษัท หรือองค์กร ที่กำลังแข่งขันกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการแย่งชิงลูกค้า ส่วนแบ่งทางการตลาด หรือการเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรมนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Competitors” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจและการแข่งขันต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงร้านกาแฟที่เปิดใกล้ๆ กัน เราอาจจะเรียกร้านเหล่านั้นว่าเป็น Competitors ของร้านเรา หรือเมื่อพูดถึงทีมฟุตบอลที่ต้องแข่งขันกันเพื่อชิงถ้วยรางวัล ก็ถือเป็น Competitors ของกันและกัน ความหมายและการใช้งาน “Competitors” มาจากคำว่า “compete” ที่แปลว่า การแข่งขัน เมื่อเติม “-ors” เข้าไป จะหมายถึงผู้ที่ทำการแข่งขัน หรือ คู่แข่ง นั่นเองค่ะ ในบริบททางธุรกิจ หมายถึง บริษัทหรือธุรกิจอื่นๆ ที่เสนอสินค้าหรือบริการที่คล้ายคลึงกัน และพยายามดึงดูดลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ คู่แข่งของคุณก็อาจจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์อื่นๆ ที่ขายสินค้าสไตล์คล้ายๆ กัน หรือมีราคาที่ใกล้เคียงกัน การเข้าใจ Competitors ของเราจะช่วยให้เราวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นได้…

  • "Holds” แปลว่า

    คำว่า “Holds” ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบททั่วไป หมายถึง การถือ การยึด หรือการครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ โดยอาจจะเป็นสิ่งของ สิทธิ์ หรือแม้กระทั่งการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Holds” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบินไว้ ก็จะมีการ “hold” ที่นั่งไว้ หรือเมื่อเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์บางอย่างที่ต้องรอการยืนยัน ก็อาจจะมีสถานะเป็น “on hold” ซึ่งหมายความว่าสินค้าชิ้นนั้นถูกกันไว้ให้เราชั่วคราวแล้ว หรือในกีฬาบางประเภท เช่น บาสเกตบอล การ “hold” ลูกหมายถึงการเลี้ยงลูกไว้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามแย่งไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Holds” สามารถแปลได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยหลักๆ แล้วจะสื่อถึงการ “ถือ”, “ยึด”, “รักษาไว้”, “จองไว้”, หรือ “ครอบครอง” ตัวอย่างเช่น ในทางธุรกิจ อาจหมายถึงการที่บริษัทหนึ่ง “holds” หุ้นส่วนใหญ่ของอีกบริษัทหนึ่ง หรือในแง่ของเวลา อาจหมายถึงการ “hold” การตัดสินใจไว้ก่อน ตัวอย่างการใช้งาน “The…

  • "Medicines” แปลว่า

    คำว่า “Medicines” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ยา” หรือ “ยาต่างๆ” ครับ เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงสิ่งที่มีฤทธิ์ทางยา ใช้เพื่อรักษา บรรเทา หรือป้องกันอาการเจ็บป่วยต่างๆ ของร่างกาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Medicines” หรือ “ยา” เมื่อพูดถึงยาที่ซื้อจากร้านขายยา, ยาที่คุณหมอสั่งให้, หรือแม้กระทั่งยาที่ใช้ในบ้านเพื่อดูแลสุขภาพ เช่น เวลาไม่สบายเป็นไข้หวัด ก็จะนึกถึง “Medicines” ที่จะช่วยให้หายเร็วขึ้น หรือเวลาต้องเดินทางไกล ก็อาจจะเตรียม “Medicines” หรือยาประจำตัวไปด้วยเพื่อความปลอดภัย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Medicines” หมายถึง “ยา” ในความหมายกว้างๆ ไม่จำกัดเฉพาะยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่รวมถึงยาที่หาซื้อได้ทั่วไป (over-the-counter medicines) และยาสมุนไพรต่างๆ ด้วยเช่นกัน การใช้งานจะเน้นที่สรรพคุณในการรักษาหรือปรับปรุงสุขภาพ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณรู้สึกไม่สบาย อาจจะพูดว่า “I need to buy some Medicines from the…

  • "อ้อ” แปลว่า

    คำว่า “อ้อ” เป็นคำอุทานที่แสดงถึงการรับรู้ การเข้าใจ หรือการนึกขึ้นได้ในทันที มักใช้เมื่อเพิ่งจะเข้าใจความหมายของบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อนึกถึงเรื่องที่ลืมไปได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “อ้อ” บ่อยครั้งเมื่อกำลังสนทนา เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ฟัง แล้วเราเพิ่งจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร หรือเมื่อเรากำลังนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เคยได้ยินมาก่อนแล้วจู่ๆ ก็จำได้ขึ้นมา ก็จะอุทานว่า “อ้อ” เพื่อแสดงว่าเราเข้าใจแล้วนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “อ้อ” แสดงถึงการตระหนักรู้ การเข้าใจแจ่มแจ้ง หรือการนึกขึ้นได้ มักใช้ในสถานการณ์ที่ผู้พูดเพิ่งจะเข้าใจความหมายของสิ่งที่ได้ยินหรือได้อ่าน หรือเมื่อนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เคยลืมไปแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อน: “พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวทะเลกันนะ” คุณ: “อ้อ! พรุ่งนี้เหรอ ลืมไปเลย ขอบคุณที่เตือนนะ” เมื่ออ่านเจอชื่อคนที่ไม่คุ้นเคย แล้วนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน คุณ: “อ้อ… คนนี้เองที่เคยทำงานกับพี่…” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “อ้อ” มักใช้ในการสนทนาทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อแสดงการตอบสนองต่อข้อมูลที่ได้รับ หรือเพื่อบ่งบอกว่าผู้พูดได้ประมวลผลข้อมูลและเข้าใจแล้ว คำถามที่พบบ่อย “อ้อ” ใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง? สามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพิ่งเข้าใจความหมายของคำพูด เมื่อนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ลืมไป หรือเมื่อต้องการแสดงว่าเรากำลังรับฟังและเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อสาร “อ้อ”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *