"Holds” แปลว่า

คำว่า “Holds” ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบททั่วไป หมายถึง การถือ การยึด หรือการครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ โดยอาจจะเป็นสิ่งของ สิทธิ์ หรือแม้กระทั่งการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Holds” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบินไว้ ก็จะมีการ “hold” ที่นั่งไว้ หรือเมื่อเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์บางอย่างที่ต้องรอการยืนยัน ก็อาจจะมีสถานะเป็น “on hold” ซึ่งหมายความว่าสินค้าชิ้นนั้นถูกกันไว้ให้เราชั่วคราวแล้ว หรือในกีฬาบางประเภท เช่น บาสเกตบอล การ “hold” ลูกหมายถึงการเลี้ยงลูกไว้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามแย่งไป

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Holds” สามารถแปลได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยหลักๆ แล้วจะสื่อถึงการ “ถือ”, “ยึด”, “รักษาไว้”, “จองไว้”, หรือ “ครอบครอง” ตัวอย่างเช่น ในทางธุรกิจ อาจหมายถึงการที่บริษัทหนึ่ง “holds” หุ้นส่วนใหญ่ของอีกบริษัทหนึ่ง หรือในแง่ของเวลา อาจหมายถึงการ “hold” การตัดสินใจไว้ก่อน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The bank is holding my passport as collateral.” (ธนาคารกำลังยึดหนังสือเดินทางของฉันไว้เป็นหลักประกัน)
  • “Please put the item on hold for me until tomorrow.” (กรุณาวางสินค้าชิ้นนี้ไว้ให้ฉันก่อนจนถึงวันพรุ่งนี้)
  • “She holds the record for the fastest marathon.” (เธอครองสถิติการวิ่งมาราธอนที่เร็วที่สุด)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Holds” มักพบเห็นได้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจอง การรักษา การครอบครอง การระงับ หรือการยึด ในภาษาพูด อาจจะใช้ในความหมายที่ง่ายๆ เช่น “Hold on a minute” ที่แปลว่า “รอสักครู่” หรือ “Can you hold this for me?” ที่หมายถึง “ช่วยถือของนี้ให้หน่อยได้ไหม”

“Holds” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Holds” แปลว่า การถือ การยึด การครอบครอง การรักษาไว้ หรือการจองไว้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้

เราใช้คำว่า “Holds” ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง?

เราใช้ “Holds” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การจองตั๋ว การสั่งสินค้าที่ต้องรอ การยึดสิ่งของเป็นหลักประกัน หรือแม้แต่ในการสื่อสารทั่วไปเมื่อต้องการให้ใครบางคนรอ หรือถือของให้

มีความหมายอื่นของ “Holds” อีกไหม?

นอกเหนือจากความหมายหลักแล้ว “Holds” ยังสามารถใช้ในความหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ในวงการการเงินอาจหมายถึงการถือหุ้น หรือในทางกฎหมายอาจหมายถึงการยึดทรัพย์สิน

Similar Posts

  • "Costume” แปลว่า

    คำว่า “Costume” (คอสตูม) ในภาษาไทยหมายถึง ชุดที่ใช้สำหรับแต่งกายตามบทบาท ตัวละคร หรือโอกาสพิเศษต่างๆ ค่ะ อาจจะเป็นชุดที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงละคร ภาพยนตร์ งานแฟนซี งานปาร์ตี้ หรือแม้กระทั่งชุดประจำชาติในบางบริบท เพื่อให้ผู้สวมใส่ดูเหมือนหรือเลียนแบบบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอกับคำว่า “Costume” บ่อยๆ ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลฮาโลวีน ที่ผู้คนจะแต่งกายเป็นผี ปีศาจ หรือตัวละครที่น่ากลัวต่างๆ หรือในงานปาร์ตี้ที่มีธีมเฉพาะ ผู้คนก็จะหา “Costume” ที่เข้ากับธีมนั้นๆ มาใส่กันค่ะ นอกจากนี้ นักแสดงในละครเวที ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งนักร้องในคอนเสิร์ต ก็มักจะมี “Costume” ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเสริมบุคลิกและเรื่องราวของตัวละครหรือการแสดงนั้นๆ ด้วยค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Costume” หมายถึง ชุดที่ใช้ในการแต่งกายเพื่อการแสดง สวมบทบาท หรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ จุดประสงค์หลักคือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตรงตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบบุคคลในประวัติศาสตร์ ตัวละครในจินตนาการ หรือตามธีมของงานนั้นๆ ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในวันฮาโลวีน เด็กๆ อาจจะแต่งเป็น “Costume” ซูเปอร์ฮีโร่…

  • "Experience” แปลว่า

    คำว่า “Experience” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีความหมายหลักๆ คือ ประสบการณ์ หรือ การได้พบเจอ ได้ปฏิบัติ หรือ ได้รับรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยตนเอง ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ หรือทักษะเพิ่มขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Experience” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เคยเจอ เคยทำ หรือเคยรู้สึก เช่น การไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ถือเป็น “experience” ที่น่าจดจำ หรือการทำงานในสายอาชีพใดอาชีพหนึ่งมานาน ก็จะทำให้มี “experience” ในด้านนั้นๆ มากขึ้น คนมักจะพูดถึง “experience” ในการสมัครงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถที่สั่งสมมา หรือเวลาที่ไปลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ก็มักจะบอกว่าเป็น “experience” ที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Experience” หมายถึง ประสบการณ์ที่ได้จากการกระทำ การสังเกต หรือการเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ประสบการณ์นี้เองที่หล่อหลอมให้คนเรามีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่แตกต่างกันไป ในการทำงาน “experience” เป็นสิ่งสำคัญมากที่นายจ้างมักจะมองหา เพราะแสดงถึงความสามารถที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Alternatively” แปลว่า

    คำว่า “Alternatively” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “อีกทางเลือกหนึ่ง” หรือ “ในทางเลือกอื่น” เป็นคำที่ใช้เพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะ ทางเลือก หรือวิธีการอื่นนอกเหนือจากสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านมีตัวเลือกมากขึ้นในการตัดสินใจหรือทำความเข้าใจสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Alternatively” เมื่อเราต้องการเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป หรือเมื่อเราต้องการแสดงให้เห็นว่ามีวิธีอื่นในการทำสิ่งต่างๆ เช่น หากคุณกำลังวางแผนการเดินทาง และวิธีแรกที่คิดคือการขับรถไปเอง แต่ก็อาจจะมี “alternatively” คือการนั่งรถไฟไปแทน หรือเมื่อพูดถึงการรับประทานอาหาร ถ้าวันนี้กินข้าวแล้ว พรุ่งนี้ “alternatively” อาจจะเป็นการกินสลัดก็ได้ เป็นการบ่งบอกว่ามีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจให้พิจารณา ความหมายและการใช้งาน “Alternatively” ใช้เพื่อแนะนำทางเลือกที่สองหรือมากกว่านั้น เมื่อมีทางเลือกแรกที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว เป็นการขยายขอบเขตความคิดหรือการกระทำให้กว้างขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน 1. “เราสามารถไปเที่ยวทะเลได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หรือ alternatively เราอาจจะไปเที่ยวภูเขาก็ได้” 2. “ถ้าคุณไม่ชอบกาแฟร้อน คุณสามารถลองดื่มกาแฟเย็นได้ alternatively” บริบทการใช้งานทั่วไป “Alternatively” มักใช้ในการสนทนา การเขียนบทความ หรือการนำเสนอ เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทางเลือกต่างๆ หรือเพื่อเสนอแนวทางใหม่ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ “Alternatively” แปลว่าอะไร? “Alternatively” แปลว่า “อีกทางเลือกหนึ่ง”…

  • "Wellbeing” แปลว่า

    คำว่า “Wellbeing” (เวลบีอิ้ง) หมายถึง สภาวะของการมีความสุขสบายกาย สบายใจ มีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม เป็นความรู้สึกโดยรวมที่บ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่รวมถึงความรู้สึกพึงพอใจในชีวิต มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า Wellbeing บ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในบริบทของการดูแลสุขภาพ การทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตส่วนตัว เมื่อพูดถึง Wellbeing เราอาจจะหมายถึงการที่เรามีสมดุลที่ดีในชีวิต เช่น การทำงานหนักแต่ก็มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ การดูแลสุขภาพร่างกายด้วยการออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพจิตใจด้วยการหากิจกรรมที่ผ่อนคลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง การที่เรามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต หรือรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Wellbeing เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน Wellbeing คือ สภาวะที่บุคคลรู้สึกดี ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นการมองภาพรวมของชีวิตที่สมบูรณ์และมีความสุข เราสามารถส่งเสริม Wellbeing ของตัวเองได้ด้วยการดูแลตัวเองในทุกมิติ เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการกับความเครียด การมีกิจกรรมที่สร้างความสุข และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน บริษัทอาจจัดกิจกรรมส่งเสริม…

  • "Beautiful” แปลว่า

    คำว่า “Beautiful” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง สวยงาม น่ามอง น่าชื่นชม เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะดี งดงาม ทั้งรูปกายภายนอก ความรู้สึก หรือแม้กระทั่งคุณลักษณะภายใน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Beautiful” เพื่อชมเชยสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมผลงานศิลปะที่น่าประทับใจ หรือแม้กระทั่งชมคนที่มีบุคลิกดี มีจิตใจงดงาม เราอาจจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในบทสนทนาทั่วไป การชมเชยในโซเชียลมีเดีย หรือในสื่อต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Beautiful” สามารถใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปธรรม: เช่น A beautiful dress (ชุดสวย), a beautiful flower (ดอกไม้สวย), a beautiful landscape (ทิวทัศน์สวยงาม) นามธรรม: เช่น A beautiful idea (ความคิดที่งดงาม), a beautiful song (เพลงที่ไพเราะ),…

  • "Exhausted” แปลว่า

    คำว่า “Exhausted” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า เหนื่อยมาก อ่อนเพลีย หมดแรง หรือหมดอาลัยตายอยาก เป็นอาการที่แสดงถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรต่อไปได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Exhausted” เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก การออกกำลังกายอย่างหักโหม การอดนอน หรือแม้กระทั่งจากการเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากๆ เช่น การเดินทางไกล การดูแลคนป่วย หรือการสอบหลายวิชาติดกัน คนที่อยู่ในสภาพ “Exhausted” มักจะต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ความหมายและการใช้งาน “Exhausted” ใช้เพื่ออธิบายสภาพความเหนื่อยล้าขั้นสุด เมื่อร่างกายและจิตใจถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ไม่ใช่แค่รู้สึกเหนื่อยธรรมดา แต่เป็นความเหนื่อยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน “After running a marathon, I was completely exhausted.” (หลังจากวิ่งมาราธอน ฉันก็รู้สึกเหนื่อยจนหมดแรงไปเลย) “She looked exhausted after studying all night for the exam.” (เธอดูอ่อนเพลียมากหลังจากอ่านหนังสือทั้งคืนเพื่อสอบ) “The long…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *