"Boil” แปลว่า

คำว่า “Boil” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ต้ม” หรือ “เดือด” เมื่อพูดถึงน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ที่ถูกทำให้ร้อนจนถึงจุดเดือด ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือ “เดือดพล่าน” หรือ “เดือดปุดๆ” ซึ่งอาจหมายถึงการเดือดของน้ำจริงๆ หรือใช้เปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน โกรธจัด หรือความรู้สึกที่อัดอั้นจนพร้อมจะระเบิดออกมา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Boil” ในบริบทของการทำอาหาร เช่น การต้มไข่ (boil an egg) หรือการต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ/ชา (boil water) นอกจากนี้ ยังมีการใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เช่น เมื่อใครบางคนโกรธจัดมากๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เราอาจพูดว่า “He’s boiling with anger” ซึ่งหมายถึงเขากำลังเดือดดาลอย่างมาก หรือในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดสะสมจนถึงจุดที่พร้อมจะปะทุ ก็อาจใช้คำว่า “The tension is boiling” ได้เช่นกัน

Meaning & Usage

ความหมาย:

  • ต้ม: ใช้กับการทำอาหารหรือทำให้ของเหลวร้อนจนถึงจุดเดือด
  • เดือดพล่าน: ใช้ได้ทั้งกับของเหลวที่เดือดจริงๆ หรือเปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่รุนแรง โกรธจัด หรือความรู้สึกที่อัดอั้น

การใช้งาน:

  • การทำอาหาร: เช่น ต้มไข่ (boil eggs), ต้มเส้นพาสต้า (boil pasta)
  • การอธิบายสภาวะ: เช่น น้ำเดือด (water is boiling), อารมณ์เดือดดาล (boiling with rage)

Examples

  • “Please boil some water for tea.” (กรุณาต้มน้ำสำหรับชงชาหน่อย)
  • “The eggs need to boil for 10 minutes.” (ไข่ต้องต้ม 10 นาที)
  • “He was so angry, you could see him boil.” (เขาโกรธมากจนเห็นได้ชัดว่าเดือดพล่าน)

Context / Common Use

คำว่า “Boil” เป็นคำพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในความหมายตรงตัวเกี่ยวกับการทำอาหารและในความหมายเชิงเปรียบเปรยเกี่ยวกับอารมณ์ที่รุนแรง ทำให้เข้าใจง่ายและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ต่างๆ

FAQ SECTION

“Boil” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Boil” ใช้ได้ทั้งกับของเหลว เช่น น้ำ หรืออาหารที่ต้องต้ม และยังใช้เปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ความโกรธ ความไม่พอใจ ที่สะสมจนถึงขีดสุด

ถ้า “Boil” หมายถึง “เดือด” แล้ว “Boiling point” หมายถึงอะไร?

“Boiling point” หมายถึง “จุดเดือด” ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ของเหลวเริ่มเปลี่ยนสถานะเป็นไอ หรือใช้เปรียบเปรยถึงจุดที่ความอดทนหรือความโกรธถึงขีดสุดแล้วพร้อมจะระเบิดออกมา

Similar Posts

  • "Exclusion” แปลว่า

    “Exclusion” แปลว่า การกีดกัน การยกเว้น หรือการไม่รวมเข้าไป เป็นคำที่ใช้เมื่อเราต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม หรือไม่ได้ถูกพิจารณาในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Exclusion” ได้หลายแบบ เช่น เวลาที่บริษัทประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ์บางอย่าง แล้วมีคำว่า “Exclusion criteria” ก็หมายถึง เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดกรองว่าใครจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ได้รับสิทธิ์ หรือเวลาที่พูดถึงประกัน ก็อาจจะมีเรื่องของ “Exclusions” ซึ่งหมายถึง ความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม หรือเงื่อนไขที่ทำให้ไม่สามารถเคลมประกันได้ ความหมายและการใช้งาน “Exclusion” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การกีดกัน หรือการยกเว้น ในแง่ของการไม่รวมบางสิ่งบางอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ตัวอย่างการใช้งาน 1. ในการสมัครสมาชิก: “เงื่อนไขนี้มี Exclusion สำหรับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกมาก่อน” (หมายถึง ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกมาก่อนจะไม่สามารถสมัครภายใต้เงื่อนไขนี้ได้) 2. ในการทำงาน: “ทีมงานได้ทำการ Exclusion ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากการวิเคราะห์” (หมายถึง การคัดแยกข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไป) 3. ในบริบทของนโยบาย: “นโยบายนี้มี Exclusion สำหรับสินค้าบางประเภท” (หมายถึง นโยบายนี้ไม่ครอบคลุมสินค้าบางประเภท) บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "สกุณา” แปลว่า

    คำว่า “สกุณา” เป็นคำนามในภาษาไทย มีความหมายถึง “นก” โดยทั่วไปแล้วเป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการหรือใช้ในเชิงวรรณกรรมมากกว่าคำว่า “นก” ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ยินคนทั่วไปพูดคำว่า “สกุณา” บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะใช้คำว่า “นก” แทน ยกเว้นในบริบทที่ต้องการความเป็นทางการ สละสลวย หรือในบทกวี บทเพลง หรือการบรรยายทางวิชาการเกี่ยวกับสัตว์ปีก ความหมายและการใช้งาน “สกุณา” หมายถึง สัตว์ปีกประเภทนก ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ มีปีกสำหรับบิน มีขนปกคลุมร่างกาย และออกลูกเป็นไข่ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกถึงความงามสง่า หรือความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการเรียกชื่อสัตว์โดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน ในบทกวีอาจกล่าวถึง “สกุณาโบยบิน” เพื่อสื่อถึงอิสรภาพ ในการบรรยายทางธรรมชาติวิทยา อาจใช้คำว่า “สกุณาหลากหลายชนิด” บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “สกุณา” มักพบในงานเขียนเชิงวรรณกรรม งานกวีนิพนธ์ บทเพลง หรือการบรรยายที่ต้องการใช้ภาษาที่สละสลวยและเป็นทางการ “สกุณา” กับ “นก” ต่างกันอย่างไร? “สกุณา” เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการและมีความหมายเชิงวรรณกรรมมากกว่า “นก” ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีคำอื่นที่หมายถึง “นก” อีกไหม?…

  • "sometime” แปลว่า

    คำว่า “sometime” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “บางครั้ง” หรือ “ในบางเวลา” เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่ไม่เจาะจง หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำหรือแน่นอน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “sometime” เพื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะทำในอนาคตอันใกล้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน เช่น “เราควรจะไปทานข้าวด้วยกัน sometime นะ” หรือ “ฉันจะส่งอีเมลให้คุณ sometime สัปดาห์นี้” เป็นการบอกให้รู้ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Sometime” ใช้เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน หรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เกิดขึ้นเลย ตัวอย่างการใช้งาน “I’ll call you back sometime this afternoon.” (ฉันจะโทรกลับหาคุณ sometime ช่วงบ่ายวันนี้) “We should go on vacation sometime soon.” (เราควรจะไปเที่ยวพักผ่อน sometime เร็วๆ นี้) “She visits…

  • "Holds” แปลว่า

    คำว่า “Holds” ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบททั่วไป หมายถึง การถือ การยึด หรือการครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ โดยอาจจะเป็นสิ่งของ สิทธิ์ หรือแม้กระทั่งการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Holds” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบินไว้ ก็จะมีการ “hold” ที่นั่งไว้ หรือเมื่อเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์บางอย่างที่ต้องรอการยืนยัน ก็อาจจะมีสถานะเป็น “on hold” ซึ่งหมายความว่าสินค้าชิ้นนั้นถูกกันไว้ให้เราชั่วคราวแล้ว หรือในกีฬาบางประเภท เช่น บาสเกตบอล การ “hold” ลูกหมายถึงการเลี้ยงลูกไว้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามแย่งไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Holds” สามารถแปลได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยหลักๆ แล้วจะสื่อถึงการ “ถือ”, “ยึด”, “รักษาไว้”, “จองไว้”, หรือ “ครอบครอง” ตัวอย่างเช่น ในทางธุรกิจ อาจหมายถึงการที่บริษัทหนึ่ง “holds” หุ้นส่วนใหญ่ของอีกบริษัทหนึ่ง หรือในแง่ของเวลา อาจหมายถึงการ “hold” การตัดสินใจไว้ก่อน ตัวอย่างการใช้งาน “The…

  • "Safety” แปลว่า

    คำว่า “Safety” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ความปลอดภัย เป็นการบอกถึงสภาวะที่ปราศจากอันตราย การบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Safety” บ่อยครั้งในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น เวลาที่เราเห็นป้าย “Safety First” ก็หมายถึง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หรือเมื่อพูดถึง “Road Safety” ก็คือความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงการดูแล “Personal Safety” หรือความปลอดภัยส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะปลอดภัยจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน Safety หมายถึง สภาพที่ปลอดภัย ปราศจากอันตราย หรือความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย การใช้งานคำนี้มักเกี่ยวข้องกับการดำเนินมาตรการ การปฏิบัติตามกฎ หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการป้องกันอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายต่างๆ ตัวอย่าง ป้ายเตือนตามสถานที่ต่างๆ เช่น “Beware of falling objects” (ระวังวัตถุหล่น) หรือ “No trespassing” (ห้ามบุกรุก) ล้วนเกี่ยวข้องกับหลักการ Safety เพื่อความปลอดภัยของทุกคน บริบทที่พบบ่อย…

  • "Rises” แปลว่า

    คำว่า “Rises” เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยา “rise” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักว่า “ลุกขึ้น”, “สูงขึ้น”, “เพิ่มขึ้น” หรือ “ปรากฏขึ้น” โดยทั่วไปจะใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่มีการเคลื่อนที่จากที่ต่ำไปสู่ที่สูง หรือเมื่อปริมาณ คุณภาพ หรือระดับของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีค่ามากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Rises” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงพระอาทิตย์ขึ้น (“The sun rises”) หรือเมื่อพูดถึงราคาที่สูงขึ้น (“The price rises”) นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำ (“The water level rises”) หรือการเจริญเติบโตของบางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rises” หมายถึง การเคลื่อนที่ขึ้น การเพิ่มขึ้น หรือการปรากฏขึ้น โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงจากสถานะหนึ่งไปสู่อีกสถานะหนึ่งที่สูงกว่าหรือมากขึ้น ตัวอย่าง The sun rises in the east. (พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก) The cost of…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *